thansettakij
thansettakij
บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ

บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ

01 เม.ย. 69 | 02:12 น.

เวที AI Revolution SHIFT 2026 เผยโลกเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจฐานปัญญา IBM-Salesforce-Canva ชี้ AI และควอนตัมคือพายุลูกใหม่เปลี่ยนโฉมการทำงานใน 3 ปีข้างหน้า แนะธุรกิจปรับตัวจาก Scale สู่ Speed พร้อมชูแนวคิดอธิปไตย AI ปกป้องข้อมูลองค์กร ด้านทรูวางยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักมุ่ง AI Native ส่วน WHA ปรับวัฒนธรรมองค์กรรับยุค AI

KEY

POINTS

  • บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำชี้ว่าโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค "เศรษฐกิจฐานปัญญา" (Cognitive Economy) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และควอนตัมคอมพิวติ้ง
  • แนะให้ผู้ประกอบการ SME ปรับตัวจากการแข่งขันด้านขนาด (Scale) มาเป็นการใช้ AI เพื่อเพิ่มความเร็ว (Speed) ในการดำเนินธุรกิจและสร้างความได้เปรียบ
  • เสนอแนวคิด "อธิปไตย AI" (AI Sovereignty) เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมและปกป้องข้อมูลของตนเอง พร้อมชูโมเดลความร่วมมือระหว่างมนุษย์และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคอุตสาหกรรมเข้าสู่ “เศรษฐกิจฐานปัญญา” (Cognitive Economy) อย่างเต็มตัว ในงานสัมมนา AI Revolution SHIFT 2026 | Shaking the Global Economy เขย่าโลก พลิกเกมธุรกิจ  จัดโดยกรุงเทพธุรกิจ ภายใต้หัวข้อเสวนา The World after AGI: Perspectives from Big Tech บิ๊กเทคคอมพานี อย่าง IBM, Salesforce และ Canva ประสานเสียงชี้ AI และ QuantumComputing จะกลายเป็นพายุลูกใหม่ที่เปลี่ยนโฉมการทำงานในอีก 3 ปีข้างหน้า แนะ SME ไทยเร่งปรับตัวจากเน้นขนาด (Scale) สู่ความเร็ว (Speed) พร้อมชูแนวคิด “อธิปไตย AI” ปกป้องข้อมูลองค์กร

IBM เตือนรับมือควอนตัม

โดยนายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (Industrial Economy) ไปสู่ยุค “เศรษฐกิจฐานปัญญา” (Cognitive Economy) ซึ่งในยุคนี้ “ปัญญา” (Intelligence) หรือความรู้ที่เคยเป็นสิ่งที่หาได้ยากในอดีต จะกลายเป็นทรัพยากรที่หาได้ง่ายและสามารถ “ยืม” มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 5 (Industry 5.0) นั้น มองว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างมนุษย์ (Human) และเครื่องจักร (Machine) ในลักษณะของหุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติการ หรือ Cobot (Collaborative Robot) โดยมนุษย์จะยังมีที่ยืนและมีบทบาทที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในการทำหน้าที่ควบคุมและตัดสินใจ

ไฮไลต์สำคัญที่กำลังจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงคือ เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง (Quantum Computing) ซึ่งมีกลไกการทำงานที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์คลาสสิกอย่างสิ้นเชิง โดยคอมพิวเตอร์แบบเดิมจะใช้ตรรกะดิจิทัล 0 และ 1 เปรียบเสมือนเหรียญที่มีเพียงด้านหัวและก้อย แต่ควอนตัมใช้หลักการซูเปอร์โพซิชัน (Superposition) เปรียบได้กับเหรียญที่กำลังหมุนอยู่บนอากาศ ซึ่งเป็นได้ทั้งหัวและก้อยในเวลาเดียวกัน

ในด้านประสิทธิภาพ ปัจจุบันควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีศักยภาพระดับ 120-150คิวบิต (Qubits) มีความเร็วเทียบเท่ากับซูเปอร์คอมพิวเตอร์จำนวน 10 ล้านล้านเครื่องทำงานพร้อมกัน และคาดการณ์ว่าภายในปี 2572 เทคโนโลยีนี้จะเข้าสู่ยุคที่สามารถให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ

บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ สำหรับการประยุกต์ใช้งานจริง ควอนตัมจะเข้ามามีบทบาทในงานด้านการออกแบบวัสดุใหม่ (Material Design) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการวิจัยจากเดิม 10 ปี ให้เหลือเพียงไม่กี่วัน รวมถึงด้านการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) เช่น การรักษาโรคลมบ้าหมู ที่สามารถศึกษาลึกถึงระดับดีเอ็นเอ (DNA) ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีดังกล่าวยังมาพร้อมกับความเสี่ยง โดยเฉพาะความสามารถในการปลดล็อกรหัสความปลอดภัยไซเบอร์ (Cryptography) เช่น มาตรฐาน AES 2048 ที่เดิมต้องใช้เวลาถอดรหัสนานถึง 1 ล้านปี แต่ควอนตัมคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

นายอโณทัย ยังได้กล่าวถึงแนวคิด “อธิปไตย AI” (AI Sovereignty) โดยเปรียบเทียบกับ “โรงเรือนกระจก” (Green House) ที่แต่ละองค์กรจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อควบคุมข้อมูล (Data) โมเดล AI และธรรมาธิบาล (Governance) ของตนเอง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากปัจจัยภายนอกและภัยคุกคามต่างๆ

“แนวโน้มในอนาคตมองว่า ควอนตัมคอมพิวติ้งในอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีทิศทางเหมือนกับเทคโนโลยีเ AI เมื่อ3 ปีที่แล้ว คือกำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกภาคส่วนอย่างสิ้นเชิง”

Salesforce ชี้ AI พลิกโฉมธุรกิจสู่ Economy of Speed

ด้านนายอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการ Salesforce ประเทศไทย กล่าวว่าความได้เปรียบทางการแข่งขันจะเปลี่ยนจาก Economy of Scale หรือการวัดกันที่ความใหญ่ขององค์กร ไปสู่ยุคของ Economyof Speed ซึ่งเน้นความเร็วในการเรียนรู้และนำข้อมูลจากตลาดมาพัฒนาต่อยอด ใครที่สามารถปรับตัวและประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าจะเป็นผู้ชนะในเกมธุรกิจยุคใหม่

บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ ทั้งนี้ AI จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่โปรแกรมช่วยงาน แต่จะอยู่ในฐานะโค้ชส่วนตัว(Personal Coach) ที่ช่วยยกระดับความสามารถของพนักงานในทุกมิติ เช่น การแจ้งเตือนภารกิจสำคัญที่ต้องทำในแต่ละวัน หรือการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแนะนำวิธีการปิดการขายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย

สำหรับการใช้งานจริงในประเทศไทย มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เช่น ในกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลที่นำ AI มาช่วยสื่อสารกับลูกค้าชาวตะวันออกกลางเพื่อความแม่นยำในการระบุอาการและการรักษา รวมถึงการใช้ AI เพื่อการสืบทอดความรู้ (Knowledge Management)โดยการจัดเก็บองค์ความรู้จากบุคลากรระดับเชี่ยวชาญที่กำลังจะเกษียณอายุไว้ในระบบ เพื่อนำมาเป็นฐานข้อมูลในการฝึกสอนพนักงานรุ่นใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยของข้อมูล โดยต้องกำหนดนโยบายความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security Policy) และการทำ DataMasking เช่น การใช้นามแฝงแทนชื่อบุคคลจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรรั่วไหลสู่ภายนอก

สำหรับผู้ประกอบการ SME แนะนำให้ใช้ AI เพื่อเป็นเครื่องมือในการปิดจุดอ่อนและเสริมจุดแข็งของธุรกิจ โดยควรเลือกใช้งานในรูปแบบจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay-per-use) เพื่อควบคุมต้นทุนเริ่มต้นและช่วยให้เข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงได้โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลในช่วงแรก

Canva ชูโมเดล Human-AI Partnership

ด้านนายภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย ของ Canva กล่าวว่าแนวโน้มการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธุรกิจ โดยระบุว่าปัจจุบันโลกกำลังเข้าสู่ยุคการย่อส่วนธุรกิจ (Business Compression) ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดขนาดขององค์กรลงแต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น นำไปสู่แนวคิด One-person Founder หรือการที่บุคคลเพียงคนเดียวสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ครอบคลุมทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพ

บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ

ทิศทางด้านงานสร้างสรรค์ของแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นความร่วมมือ ระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ (Human-AI Partnership) โดยย้ำความเชื่อมั่นว่า AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนที่มนุษย์ แต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือช่วยขยายศักยภาพ (Augment) ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ AI ในระดับที่ต้องการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ไอเดีย การสร้างชิ้นงานบางส่วน ไปจนถึงการจัดทำโครงร่างแรก (Initial Design)

ทั้งนี้ Canva เน้นจุดเด่นด้านความง่ายและความยืดหยุ่นด้วยรูปแบบ Model Agnostic ที่สามารถสลับเปลี่ยนไปใช้โมเดล AI ที่ดีที่สุดได้ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดทางเทคนิค พร้อมทั้งมีเทคโนโลยี Multi-layer ที่แยกผลงานที่ AI สร้างขึ้นออกเป็นชั้นเลเยอร์ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งงานด้วยมือต่อได้ทันที ลดปัญหาการสื่อสารกับ AI เพื่อให้ได้ผลงานที่ตรงใจที่สุด

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยภายใต้กรอบ Canva Shield ซึ่งครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ Control ที่เปิดให้ผู้ใช้เลือกไม่ให้ข้อมูล (Opt-out) ถูกนำไปเทรน AI ต่อได้ Ethics มีการจ่ายค่าตอบแทน (Compensation) ให้แก่ครีเอเตอร์ทั่วโลกที่ข้อมูลถูกนำมาเทรน และ Protection ระบบ Indemnification ที่พร้อมคุ้มครองและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหากงานที่สร้างจาก AI ของ Canva ประสบปัญหาด้านลิขสิทธิ์

เป้าหมายสูงสุดของ Canva คือการสร้าง Democratize Design เพื่อขับเคลื่อนให้ทุกคนที่มีไอเดียสามารถก้าวขึ้นเป็น Super User ของ AI และสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพได้อย่างไร้ขีดจำกัดในปี 2569 นี้

ทรู เปิดยุทธศาสตร์ 3 เสาหลักมุ่ง AI Native

นายโจอา เปโดร อาเซเวโด้ โอลิวิเอร่า หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากเทคโนโลยีใหม่ไปสู่ “ซูเปอร์พาวเวอร์” ทางเศรษฐกิจ

บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ

ทรูจึงวางยุทธศาสตร์ AI Native ผ่าน 3 เสาหลัก คือ 1.AI for All มุ่งอัพสกิลพนักงานและสร้างความรู้ ให้ลูกค้าใช้งานอย่างปลอดภัย 2.AI Powered Operations นำระบบ “จีนนี่ (Genie)” หรือ Agentic AI มาบริหารโครงข่ายแบบเรียลไทม์และฟื้นฟูระบบด้วยตนเอง (Self-healing) และ 3.AI Growth Engine ใช้ Gen AI พัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะ “มะลิ (Mali)” ทำ Hyper-personalization ตอบโจทย์ลูกค้าเชิงลึกเพื่อสร้างรายได้ใหม่

WHA ปรับวัฒนธรรมองค์กรรับยุค AI

ด้านนายนันท์ศิลป์ เจนวารินทร์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล จำกัด  หรือ WHA Digital ระบุว่าความสำเร็จของ AI อยู่ที่การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) และวัฒนธรรมองค์กร

บิ๊กเทคประสานเสียงยุค Cognitive Economy แนะSME ใช้ AI เร่งสปีดธุรกิจ โดย WHA วางโรดแมป 3 ปี มุ่งสู่ปี 2571 เริ่มจากปี 2569 ที่จะผลักดัน AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนจะพัฒนาสู่การเชื่อมต่อเต็มประสิทธิภาพทุกภาคส่วนในปี 2570-2571 เพื่อให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานข้อมูล (Data-driven) โดยมี AI เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลสำคัญเพื่อให้มนุษย์เป็นผู้ประเมินผลและตัดสินใจ ขั้นสุดท้ายอย่างยั่งยืน