
WHA กางโรดแมป 3 ปี ปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI
WHA ย้ำ AI คือโครงสร้างพื้นฐานหลักของธุรกิจในอนาคต มุ่งสร้างระบบนิเวศข้อมูลและปรับกระบวนทัศน์องค์กรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการตัดสินใจยุคดิจิทัล
KEY
POINTS
- WHA วางโรดแมป 3 ปี (2569-2571) เพื่อนำ AI มาขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเน้นการปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การทำงาน
- แผนระยะแรกในปี 2569 จะผลักดัน AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจ ก่อนจะพัฒนาระบบให้เชื่อมต่อและทำงานร่วมกันอย่างเต็มประสิทธิภาพในปี 2570-2571
- หัวใจสำคัญของแผนคือการสร้างระบบนิเวศ AI เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven) โดยมีมนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
นายนันท์ศิลป์ เจนวารินทร์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ดิจิทัล จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยถึงทิศทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธุรกิจ
โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) และวัฒนธรรมองค์กรเพื่อรองรับเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน
ยกระดับ Operating Model สู่ระบบนิเวศ AI
นายนันท์ศิลป์ ระบุว่า AI ไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้นหรือแอปพลิเคชันเสริม แต่เป็นการยกระดับรูปแบบการดำเนินงาน (Operating Model) ขององค์กรในระยะยาว ผู้นำต้องแสดงบทบาทสำคัญในการรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี โดยวางรากฐานให้การตัดสินใจทางธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล (Data-driven Decision Making) และใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนหลัก
ทั้งนี้ การสร้างระบบนิเวศ AI ที่สมบูรณ์ต้องกำหนดเป้าหมายและข้อจำกัดที่ชัดเจน โดย AI จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนข้อมูลเพื่อให้มนุษย์เป็นผู้ประเมินผลและตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งแนวทางดังกล่าวต้องถูกบรรจุให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงแค่การศึกษาทดลองเทคโนโลยีเท่านั้น
กางแผนโรดแมป 3 ปี (2569-2571)
- ปี 2569: เริ่มต้นผลักดัน AI ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
- ปี 2570-2571: พัฒนาระบบ AI ให้สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน
นายนันท์ศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์กรต้องเตรียมพร้อมทั้งในด้านแพลตฟอร์ม โครงสร้างพื้นฐาน และโมเดลธุรกิจที่รองรับ AI เพื่อสร้างความแม่นยำในการตัดสินใจและเพิ่มความเร็วในการกระจายเทคโนโลยีไปสู่ส่วนงานต่างๆ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาด
คำแนะนำการลงทุนและทางรอดขององค์กร
อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน AI มีข้อควรระวังสำคัญคือ การซื้อแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีโดยไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนจะไม่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดได้ องค์กรไม่ควรหยุดอยู่แค่การใช้ AI ในระดับแอปพลิเคชันทั่วไป แต่ต้องมองถึงผลกระทบเชิงลึกในทุกมิติ รวมถึงให้ความสำคัญกับประสบการณ์และความน่าเชื่อถือของระบบ
ในอนาคต องค์กรที่สามารถประยุกต์ใช้ AI ได้อย่างแท้จริงไม่ว่าจะมีขนาดใดก็ตาม จะเป็นกลุ่มที่สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ โดยเปรียบเทคโนโลยี AI เป็นเสมือน "อาหาร" สำหรับการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน






