

KEY
POINTS
การประชุมผู้นำโลก World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นเวทีที่ AI ครองทุกการสนทนา แซงหน้าประเด็นร้อนอย่างสงครามการค้าและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกขึ้นเวทีพร้อมกัน ส่งสัญญาณชัดว่า AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ แต่คือ “ระบบพื้นฐาน” ที่กำลังเปลี่ยนตรรกะของการเงิน พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ และการบริหารโลก
ดร.กอบกฤตย์ วิริยะยุทธกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอพพ์เทคโนโลยี จำกัด ในฐานะนายกสมาคมกิตติมศักดิ์ผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) วิเคราะห์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ Davos ปีนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่คนไทยและองค์กรไทยต้องจับตา
The Day After AGI: เซสชันสำคัญที่สุดของ Davos 2026
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สุดของ Davos ปีนี้คือเซสชัน “The Day After AGI” ที่นำโดย เดมิส ฮัสซาบิส (Demis Hassabis) ซีอีโอ Google DeepMind ผู้ได้รับรางวัลโนเบล และ ดาริโอ อโมเด (Dario Amodei) ซีอีโอ Anthropic ดำเนินรายการโดย แซนนี มินตัน เบดโดส (Zanny Minton Beddoes) บรรณาธิการบริหาร The Economist
เดมิส ฮัสซาบิส (Demis Hassabis) ให้มุมมองที่รอบคอบว่า AI ปัจจุบันแม้จะน่าประทับใจ แต่ยัง “ห่างไกลมาก” จาก AGI (Artificial General Intelligence) หรือ AI ที่ฉลาดเทียบเท่ามนุษย์ โดยให้โอกาส 50-50 ว่า AGI จะมาถึงภายใน 5-10 ปี แต่ไม่ใช่ด้วยโมเดลแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
เขาชี้ว่ายังขาดส่วนผสมสำคัญ (Missing Ingredients) ได้แก่: Few-shot Learning: ความสามารถในการเรียนรู้จากตัวอย่างเพียงไม่กี่ตัวอย่าง Continuous Learning: การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและปรับตัวได้หลังจากการฝึก Long-term Memory: หน่วยความจำระยะยาวที่ดีขึ้น สามารถเก็บเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้อง Reasoning & Planning: การใช้เหตุผลและวางแผนระยะยาวได้อย่างน่าเชื่อถือ และ World Model: ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับฟิสิกส์ พื้นที่ และการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ ในโลกจริง
ในทางตรงกันข้าม ดาริโอ อโมเด (Dario Amodei) มองว่าการเปลี่ยนแปลงจะมาเร็วกว่ามาก โดยคาดการณ์ว่า AI จะแทนที่งานของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งหมดภายใน 1 ปี ทำวิจัยระดับโนเบลได้ในหลายสาขาภายใน 2 ปี และ 50% ของงาน White-collar จะหายไปภายใน 5 ปี พร้อมย้ำว่าเราหยุดไม่ได้เพราะคู่แข่งทางภูมิรัฐศาสตร์ก็กำลังสร้างเทคโนโลยีเดียวกันด้วยความเร็วใกล้เคียงกัน
จาก Hype สู่ ROI: ธุรกิจต้องการผลลัพธ์จริง
สิ่งที่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วคือผู้นำธุรกิจไม่ได้ตื่นเต้นกับ AI อีกต่อไป แต่กำลังถามถึงผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ผลวิจัยจาก PwC ชี้ว่ากว่าครึ่งของบริษัทที่นำ AI มาใช้ระบุว่าได้ผลตอบแทนเป็น “ศูนย์”
ขณะที่ McKinsey พบว่าเกือบ 2 ใน 3 ยังขยายผลไปไม่ถึงระดับองค์กร ปัญหาคือหลายองค์กร “แค่เอา AI มาตกแต่งหน้าร้าน” แต่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีทำงานจริงๆ ดารา โคสโรว์ชาฮี (Dara Khosrowshahi) ซีอีโอ Uber และ รอย เจคอบส์ (Roy Jakobs) ซีอีโอ Philips เน้นย้ำว่าการนำ AI มาใช้ต้องหมายถึงการ “ออกแบบวิธีทำงานใหม่ทั้งหมด”
สัญญาณเตือน: 40% ของงานจะถูกกระทบ
คริสตาลินา จอร์เจียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ IMF เตือนว่า AI กำลังมาเหมือน “สึนามิ” ที่จะกระทบงานทั่วโลกเฉลี่ย 40% และแม้แต่ประเทศที่เตรียมพร้อมที่สุดก็ยังไม่พร้อมพอ
ขณะที่ แลร์รี ฟิงก์ (Larry Fink) ซีอีโอ BlackRock เตือนแรงว่าหาก AI ทำกับแรงงาน White-collar เหมือนยุคโลกาภิวัตน์ทำกับแรงงาน Blue-collar เราต้องเผชิญความจริงและมีแผนที่น่าเชื่อถือ
ส่วน เจนเซน ฮวง (Jensen Huang) ซีอีโอ NVIDIA มองบวกว่า AI จะสร้างงานฝีมือมากขึ้น เช่น ช่างประปาและช่างไฟฟ้า
ลงทุนครั้งประวัติศาสตร์: Stargate 500,000 ล้านดอลลาร์
สหรัฐฯ มองว่า AI คือสมรภูมิทางเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยมีการประกาศโครงการ Stargate มูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์ (16.25 ล้านล้านบาท) ความร่วมมือระหว่าง OpenAI, Oracle และ SoftBank เพื่อสร้าง Data Center ยักษ์
โดย สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอ Microsoft พร้อมทุ่มงบปีเดียว 80,000 ล้านดอลลาร์ (2.6 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ ดาริโอ อโมเด (Dario Amodei) ยังชี้ว่าการไม่ขายชิปให้จีนเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพื่อให้มีเวลาจัดการกับ AI ที่อาจหลุดการควบคุม
5 ทางรอดคนไทยและองค์กรไทย
ดร.กอบกฤตย์ ให้ข้อเสนอแนะ 5 ข้อเพื่อการปรับตัว ประกอบด้วย
“เวลาไม่รอใคร ประเทศที่ลงมือก่อนจะได้เปรียบ ประเทศที่รอดูจะตามไม่ทัน ไทยต้องเลือกว่าจะอยู่ฝั่งไหน” ดร.กอบกฤตย์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมยกคำกล่าวของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ว่า “ผมขอเป็นคนมองโลกในแง่ดีแล้วผิดพลาด ดีกว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายแล้วถูกต้อง”