thansettakij
แม่ฟ้าหลวงฯ ยก ‘ดอยตุงโมเดล’ บนเวที Davos 2026 เชื่อมธรรมชาติ-เศรษฐกิจ-ชุมชน
sustainable

แม่ฟ้าหลวงฯ ยก ‘ดอยตุงโมเดล’ บนเวที Davos 2026 เชื่อมธรรมชาติ-เศรษฐกิจ-ชุมชน

In Brief

  • มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ นำเสนอ "ดอยตุงโมเดล" บนเวที Nature Lunch at Davos 2026 ซึ่งจัดคู่ขนานกับการประชุม World Economic Forum
  • "ดอยตุงโมเดล" เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน เพื่อเชื่อมโยงการอนุรักษ์ เศรษฐกิจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน
  • โมเดลนี้ถูกยกเป็นกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งได้ขยายผลไปแล้วใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยในการเข้าร่วมงาน Nature Lunch at Davos 2026: Where Nature Meets Leadership เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทางความคิดจากหลากหลายภาคส่วนที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (WEF 2026) ว่า

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน ซึ่งเป็นตัวอย่างการพัฒนาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (nature based development) ในพื้นที่จริงอย่างต่อเนื่องร่วม 4 ทศวรรษ ตั้งแต่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่ได้มุ่งเน้นการพัฒนาคนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบนิเวศ การพัฒนาฐานข้อมูลพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการพัฒนาโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตจากป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปัจจุบันโครงการดังกล่าวได้ขยายผลจากพื้นที่ดอยตุงสู่ 12 จังหวัดทั่วประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกว่า 160,000 คน แนวทางดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานในฐานะกรณีศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติกับเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจาก พรินเซส ดร. ออกุสเต แห่งบาวาเรีย นักสัตววิทยา และนักวิทยาศาสตร์ด้านพฤติกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ยังมีการเสวนาหัวข้อ The Nature Imperative – What Business Must Do Now โดย โยฮัน ร็อกสตรอม นักวิทยาศาสตร์ผู้ริเริ่มแนวคิดเกี่ยวกับขีดจำกัดของระบบโลกที่มนุษย์ไม่ควรก้าวล้ำ การมอบรางวัลอินโนเวตฟอร์เนเชอร์อวอร์ด และกิจกรรมสร้างเครือข่าย เพื่อผลักดันแนวทาง nature positive solutions สู่การดำเนินการจริง 

โดยมีศักยภาพในการสร้างงานได้ถึง 395 ล้านตำแหน่ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 พร้อมยกระดับบทบาทของธรรมชาติจากต้นทุนที่มองไม่เห็น สู่ทุนสำคัญของเศรษฐกิจโลก

หม่อมหลวงดิศปนัดดา กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้นำเสนอบทเรียนการพัฒนาพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงกับเวทีนโยบายและเศรษฐกิจโลก พร้อมตอกย้ำความสำคัญของเวที World Economic Forum ในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงผู้นำจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่เคารพขีดจำกัดของธรรมชาติและมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับเวที Nature Lunch at Davos 2026 ที่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้เข้าร่วมประชุมเป็นเวทีระดับสูงในวงจำกัดที่รวบรวมผู้มีบทบาทตัดสินใจจากภาคธุรกิจ การเงิน นักลงทุน นักวิทยาศาสตร์ และภาคสังคม เพื่อเร่งการขับเคลื่อนธุรกิจ การเงิน และนโยบายที่สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ ในปี 2569 งานดังกล่าวจัดร่วมโดยเครือข่ายและองค์กรระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความหลากหลายทางชีวภาพกับนโยบาย การเงิน และนวัตกรรม 

โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 120 คน จากองค์กรชั้นนำ อาทิ Deutsche Bank, KPMG,  PwC, Standard Chartered, IKEA, Holcim, Good Carbon และAct for Nature เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์และสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติ ภายใต้บริบทที่ 55% ของจีดีพีโลก พึ่งพาธรรมชาติ ขณะที่ระบบนิเวศกำลังเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว