เวที WEF 2026 เปิดปมระบบสุขภาพโลกล้าสมัย ผู้เชี่ยวชาญชี้ต้องรื้อระบบ

21 ม.ค. 2569 | 05:33 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 05:39 น.

ระบบสุขภาพทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤต ไม่สามารถรองรับความต้องการในปัจจุบันที่ผู้คนมีอายุยืนขึ้น โรคเรื้อรังมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญในเวที World Economic Forum 2026 ชี้การปฏิรูปครั้งใหญ่ด้วยเทคโนโลยีและการเปลี่ยนมุมมองจากการรักษาสู่การป้องกันเป็นทางออกที่จะทำให้ระบบสุขภาพอยู่รอด

KEY

POINTS

  • เวที WEF 2026 ชี้ว่าระบบสุขภาพทั่วโลกมีโครงสร้างที่ล้าสมัย ซึ่งออกแบบมาเพื่อรักษาโรคเฉียบพลัน ไม่สอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่ผู้คนเผชิญกับโรคเรื้อรังมากขึ้น
  • ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าระบบปัจจุบันขาดประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรและข้อมูล แม้ในประเทศที่ใช้งบประมาณสูง และมีอุปสรรคขัดขวางการนำนวัตกรรมมาปรับใช้อย่างเต็มที่
  • ข้อเสนอแนะคือการรื้อระบบครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนมุมมองจากการมุ่งเน้นการรักษามาเป็นการป้องกันโรคเชิงรุก และนำเทคโนโลยีอย่าง AI มาใช้ในการพยากรณ์ความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

วันที่ 21 มกราคม 2569 การดูแลสุขภาพทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหามากมายที่ซับซ้อน ซึ่งไม่เพียงแค่เรื่องทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ แต่ยังรวมถึงความท้าทายในการปรับตัวให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพไม่สามารถไหลเข้าสู่ประชาชนได้อย่างแท้จริง

โดยบนเวที World Economic Forum 2026 มีหัวข้อการอภิปรายเกี่ยวกับระบบสุขภาพและนวัตกรรมดึงดูดความสนใจอย่างมาก

การทำให้สุขภาพกลายเป็นลำดับความสำคัญทางการเมือง คือ หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่ถูกพูดถึงในการอภิปรายคือวิธีการทำให้เรื่องสุขภาพกลายเป็นลำดับความสำคัญทางการเมืองในระดับชาติ ซึ่งไม่ใช่แค่การเพิ่มงบประมาณในระบบสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีที่เรามองระบบสุขภาพในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศที่มีทรัพยากรสูงอย่างสหรัฐ แม้ว่าจะใช้เงินมากถึง 18% ของ GDP ในการดูแลสุขภาพ แต่ผลลัพธ์กลับไม่ดีเท่าที่ควร อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนยังต่ำกว่าหลายประเทศในยุโรปที่ใช้เงินเพียง 9% ของ GDP ในการดูแลสุขภาพ

Michael Sen บริษัท เฟรซีเนียส เมดิคอล แคร์ จำกัด เน้นว่า ความล้มเหลวของระบบสุขภาพมาจากการออกแบบที่เกิดขึ้นในยุคที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคเฉียบพลัน แต่ในปัจจุบันที่ผู้คนมีอายุยืนขึ้นและพบโรคเรื้อรังมากขึ้น ระบบที่ถูกออกแบบมาไม่สามารถรองรับความต้องการได้

อุปสรรคที่ขัดขวางนวัตกรรม

Nadine Hachach-Haram ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Proximie ได้ยกตัวอย่างเกี่ยวกับห้องผ่าตัดที่เป็นสถานที่สำคัญและมีค่าใช้จ่ายสูงในโรงพยาบาล แต่การบริหารจัดการห้องผ่าตัดยังคงมีปัญหาในการใช้ข้อมูลอย่างเต็มที่ ข้อมูลที่มีอยู่ในห้องผ่าตัดถูกเก็บเพียงแค่ในขณะนั้น ไม่มีการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว

เธอจึงพัฒนาซอฟต์แวร์ Proximie ที่ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆ และเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัด

ทางออกและวิธีการใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงระบบสุขภาพ

Mansoor Al Mansoori ประธานหน่วยงานกำกับดูแลระบบสาธารณสุขอาบูดาบี ได้เสนอว่า ระบบสุขภาพในหลายประเทศยังคงทำงานแยกส่วนและขาดการเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ การมองสุขภาพเป็น "โครงสร้างพื้นฐานหลัก" และใช้เทคโนโลยีเช่น AI เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงและสร้างระบบสุขภาพเชิงรุกที่เน้นการป้องกันโรคมากกว่าการรักษาผู้ป่วย จะสามารถเปลี่ยนวิธีการดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Deepak Nath ซีอีโอของ Smith+Nephew กล่าวถึง การใช้ AI ในการวางแผนการผ่าตัดเพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความแปรปรวนในการผ่าตัด เช่นการผ่าตัดข้อเข่า ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลลัพธ์การรักษาและลดค่าใช้จ่ายในการแก้ไขผลลัพธ์ที่ไม่ดี

โดยสรุป จากเวที WEF ครั้งนี้สะท้อน ปัญหาหลักของระบบสุขภาพทั่วโลกไม่ใช่แค่เรื่องเงินและทรัพยากร แต่ยังเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนวิธีการมองและการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและคุ้มค่าได้ การใช้เทคโนโลยี AI และการพัฒนาระบบสุขภาพเชิงรุกที่เน้นการป้องกันโรคจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและเข้าถึงได้มากขึ้น