thansettakij
เนคเทค ชี้ทางรอดประเทศ ต้องเปลี่ยนจาก‘ผู้ใช้งาน’สู่‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีอนาคต

เนคเทค ชี้ทางรอดประเทศ ต้องเปลี่ยนจาก‘ผู้ใช้งาน’สู่‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีอนาคต

20 ก.พ. 2569 | 01:11 น.

เนคเทค สวทช. ชูทิศทาง 40 ปี Legacy & Beyond เร่งบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี เปลี่ยนบทบาทไทยจากผู้ใช้งานสู่ผู้ร่วมสร้างนวัตกรรมเพื่อความอยู่รอดและมั่นคงระยะยาว

KEY

POINTS

  • เนคเทคชี้ว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้ใช้งาน’ มาเป็น ‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยี
  • ที่ผ่านมาเนคเทคทำหน้าที่เป็น "วิศวกรชาติ" ในการวางรากฐานเทคโนโลยีสำคัญให้ประเทศ เช่น การบุกเบิกอินเทอร์เน็ต โรงงานไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และพัฒนาแพลตฟอร์มสาธารณะต่างๆ
  • ในอนาคต เนคเทคจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีระดับสากลเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน เช่น ระบบสมาร์ทฟาร์ม แพลตฟอร์มบริหารจัดการสถานีชาร์จ EV และนวัตกรรม AI ทางการแพทย์

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) เปิดเผยถึงทิศทางสำคัญของประเทศในโอกาสครบรอบ 4 ทศวรรษว่า ท่ามกลางความผันผวนของบริบทโลกที่เทคโนโลยีกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้วัดความสามารถในการแข่งขัน การพึ่งพาแพลตฟอร์มหรือนวัตกรรมจากต่างชาติเพียงฝ่ายเดียวถือเป็นความเสี่ยงที่ประเทศไทยต้องเร่งบริหารจัดการ โดยความพึ่งพาในหลายด้านอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป แต่ไทยจำเป็นต้องมีส่วนในการสร้างเทคโนโลยีเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับเศรษฐกิจและสังคม

“ภารกิจของเนคเทคตลอด 39 ปีที่ผ่านมาว่าเป็น "วิศวกรชาติ" ที่ต้องมองไกลและวางรากฐานเทคโนโลยีในจุดที่เอกชนยังไปไม่ถึง เพื่อสร้างความมั่นคงให้ประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

พร้อมระบุถึงความสำเร็จที่ผ่านมาซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานดิจิทัลไทย เช่น การบุกเบิกอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาและวิจัยไทย (ThaiSARN) ไปสู่การนำร่องให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ และการวางรากฐานไมโครอิเล็กทรอนิกส์ไทยด้วยโรงงาน Wafer Fabrication แห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน ณ ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) “

ดร.ชัย ยังกล่าวถึงบทบาทในการชี้นำการพัฒนาไอทีของประเทศผ่านแผนแม่บท IT แห่งชาติ และการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จนนำไปสู่การก่อตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA)  รวมถึงการส่งมอบแพลตฟอร์มสาธารณะอย่าง Traffy Fondue และ Thai School Lunch ตลอดจนการพัฒนา TPMAP ร่วมกับ สศช. เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การผลักดันศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) และการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต

เนคเทค ชี้ทางรอดประเทศ ต้องเปลี่ยนจาก‘ผู้ใช้งาน’สู่‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีอนาคต สำหรับการก้าวสู่ทศวรรษหน้า เนคเทคได้ปักหมุดเทคโนโลยีแห่งอนาคตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน โดยระบุว่าจะไม่ใช่เพียงการต่อยอดฐานเดิม แต่คือการรุกคืบสู่เทคโนโลยีระดับสากล เริ่มจากการสร้างความมั่นคงทางอาหารด้วย "HandySense Bfarm" ระบบสมาร์ทฟาร์มแบบเปิดกว้างที่ให้เกษตรกรออกแบบเองได้ ตามด้วยโครงสร้างพื้นฐานสังคมคาร์บอนต่ำผ่านแพลตฟอร์มบริหารจัดการสถานีชาร์จ EV

เนคเทค ชี้ทางรอดประเทศ ต้องเปลี่ยนจาก‘ผู้ใช้งาน’สู่‘ผู้ร่วมสร้าง’ เทคโนโลยีอนาคต พร้อมเร่งพัฒนา AI ทางการแพทย์และนวัตกรรมคัดกรองโรคที่รวดเร็ว เพื่อเปลี่ยนระบบสาธารณสุขจากตั้งรับเป็นเฝ้าระวังเชิงรุกที่เข้าถึงคนทุกระดับชั้น รวมถึงการวางรากฐานห้องปฏิบัติการตรวจสอบและมาตรฐาน AI เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและจริยธรรมในโลกดิจิทัลอย่างยั่งยืน

“วันนี้เทคโนโลยีไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อความสะดวกสบาย แต่คือความมั่นคงและความอยู่รอดของประเทศท่ามกลางโลกที่ผันผวนทั้งเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ จึงขอเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนมาร่วมกันออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยยืนหยัดได้ด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง และเติบโตอย่างมั่นคงในโลกที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง”