thansettakij
เตือนวาเลนไทน์นี้ระวัง Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญ 2 พันล้าน

เตือนวาเลนไทน์นี้ระวัง Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญ 2 พันล้าน

13 ก.พ. 2569 | 07:20 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.พ. 2569 | 07:41 น.

ในช่วงเทศกาลแห่งความรักหรือวาเลนไทน์นี้  ไม่ใช่วันแห่งความสูญเสีย เพราะในโลกดิจิทัล ความรู้สึกอาจถูกสร้างขึ้นได้ง่าย แต่ความเสียหายเกิดขึ้นจริงและยากจะย้อนกลับได้ การรู้เท่าทันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ Romance Scam จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

KEY

POINTS

  • ตำรวจเตือนภัย Romance Scam ช่วงวาเลนไทน์ เผยสถิติความเสียหายเกือบ 2 พันล้านบาท จากคดีกว่า 7,000 คดี
  • มิจฉาชีพไม่ได้มุ่งหลอกเอาเงินเพียงอย่างเดียว แต่พุ่งเป้าเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อเพื่อนำไปใช้ก่ออาชญากรรมอื่น
  • กลโกงมาในหลายรูปแบบ เช่น หลอกให้รักแล้วชวนลงทุน (Hybrid scam) หลอกให้กดลิงก์ดูดเงิน (Remote access scam) หรือขู่แบล็กเมล์ (Sextortion)

เมื่อเทศกาลวาเลนไทน์ วันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายคนกำลังเปิดใจรับความรัก ความหวัง และความอบอุ่นทางใจ แต่ในอีกด้านหนึ่ง โลกออนไลน์กลับกลายเป็นพื้นที่ล่าเหยื่อของมิจฉาชีพที่ใช้ “ความรัก” เป็นเครื่องมือหลอกลวงอย่างแนบเนียน โดยเฉพาะกลโกงที่เรียกว่า “Romance Scam” หรือการสร้างความสัมพันธ์ปลอมเพื่อหลอกให้โอนเงิน ซึ่งกำลังระบาดหนักและสร้างความเสียหายให้คนไทยจำนวนมาก

ข้อมูลจาก ศูนย์บริหารการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2565 – 31 มกราคม 2569 พบคดี Romance Scam แล้ว 7,158 คดี รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,970,755,281 บาท หรือเกือบ 2 พันล้านบาท สะท้อนชัดว่า “ความรักออนไลน์” ไม่ได้สวยงามเสมอไป แต่อาจเป็นกับดักทางการเงินที่รุนแรง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลแห่งความรักที่ผู้คนมักเปิดใจ เชื่อใจ และตัดสินใจเร็วกว่าปกติ

รูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มจากการสร้างตัวตนปลอมที่ดูดี น่าเชื่อถือ และมีหน้าที่การงานมั่นคง เช่น ทหาร ชาวต่างชาติ วิศวกร นักลงทุน หรือแพทย์ จากนั้นค่อย ๆ สร้างความใกล้ชิดทางอารมณ์อย่างรวดเร็ว บอกรักเร็ว วางแผนอนาคตร่วมกัน ก่อนอ้างเหตุจำเป็นให้โอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าพัสดุ ค่าภาษี ค่าเดินทาง มาหาหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินด้านสุขภาพ

เตือนวาเลนไทน์นี้ระวัง Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญ 2 พันล้าน

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)หรือ PDPC เปิดเผยว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพไม่ได้มุ่งหลอกเอาเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังพุ่งเป้าเก็บ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของเหยื่อ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น ซึ่งอาจสร้างความเสียหายรุนแรงและยาวนานยิ่งกว่าเดิม

พร้อมระบุว่า ความรักในโลกออนไลน์ต้องใช้สติอย่างมาก การให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนที่ไม่เคยพบเจอตัวจริง เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านให้คนแปลกหน้าเข้ามาในชีวิต ข้อมูลเพียงเล็กน้อย เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เอกสารส่วนบุคคล หรือข้อมูลทางการเงิน สามารถถูกนำไปสวมรอย หลอกซ้ำ หรือใช้ก่ออาชญากรรมอื่นได้

พ.ต.อ. สุรพงศ์ ให้ข้อมูลต่อว่า นอกจากนี้ มิจฉาชีพยุคใหม่ยังใช้ทั้งจิตวิทยาและเทคโนโลยีควบคู่กัน ไม่เพียงสร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือ แต่ยังนำข้อมูลจริงของเหยื่อมาใช้ประกอบการหลอกลวง ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกควบคุมทั้งอารมณ์และข้อมูลไปพร้อมกัน ในเดือนแห่งความรักนี้ จึงขอให้ประชาชนทุกท่าน โดยเฉพาะคนโสด ตระหนักถึงภัยที่อาจจะมาถึงตัว ผ่านความรักในรูปแบบต่างๆ ขอให้ระวังการใช้เทคนิคทางจิตวิทยา สร้างความเชื่อใจระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายหลอกให้รักแล้วชวนลงทุน (Hybrid scam) หลอกให้รักแล้วกดลิงก์/ดาวน์โหลดแอปรีโมต (Remote access scam) ทำการดูดเงินในบัญชี และหลอกให้รักแล้วแบล็กเมล์ (Sextortion) ขู่กรรโชกทางเพศ เป็นต้น

สัญญาณเตือน Romance Scam ที่ควรระวัง ได้แก่

  • เร่งสร้างความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว
  • หลีกเลี่ยงการพบตัวจริงหรือวิดีโอคอล
  • อ้างเหตุฉุกเฉินเพื่อขอให้โอนเงิน
  • ขอข้อมูลส่วนตัวจำนวนมาก
  • ให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลอื่น

พ.ต.อ. สุรพงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า ประชาชนควรระมัดระวังการสร้างความสัมพันธ์ออนไลน์ ไม่โอนเงิน ไม่ส่งเอกสารสำคัญ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้คนแปลกหน้า โดยเฉพาะหากเป็นบุคคลที่ไม่เคยพบตัวจริง ควรหยุดคิดและตรวจสอบทันทีหากสงสัยว่าถูกหลอก สามารถแจ้งความได้ทันทีผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ