thansettakij
Meta เตรียมเก็บค่าสมาชิกพรีเมียม Instagram-Facebook-WhatsApp

Meta เตรียมเก็บค่าสมาชิกพรีเมียม Instagram-Facebook-WhatsApp

28 ม.ค. 2569 | 04:16 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 04:32 น.

Meta เตรียมทดสอบระบบสมัครสมาชิกรูปแบบใหม่บน Instagram, Facebook และ WhatsApp เพื่อปลดล็อกฟีเจอร์พิเศษด้าน AI และความคิดสร้างสรรค์ หวังสร้างรายได้ใหม่จากฐานผู้ใช้ทั่วโลก

KEY

POINTS

  • Meta กำลังทดสอบระบบสมาชิกแบบพรีเมียมสำหรับ Facebook, Instagram และ WhatsApp เพื่อมอบฟีเจอร์ขั้นสูง โดยเฉพาะความสามารถด้าน AI โดยบริการพื้นฐานยังคงใช้งานได้ฟรี
  • บริการสมาชิกจะขับเคลื่อนด้วย "Manus" ซึ่งเป็น AI ที่ Meta เพิ่งเข้าซื้อกิจการมา และจะเริ่มเก็บค่าบริการฟีเจอร์ AI บางอย่าง เช่น เครื่องมือสร้างวิดีโอ "Vibes" ในรูปแบบ Freemium
  • ฟีเจอร์พรีเมียมที่คาดว่าจะมีบน Instagram รวมถึงการดูสตอรี่โดยไม่ให้เจ้าของรู้ และการตรวจสอบผู้ที่ไม่ติดตามกลับ ซึ่งจะแยกออกจากบริการ Meta Verified ที่มีอยู่เดิม

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี Meta ประกาศแผนทดสอบระบบสมาชิก (Subscription) รูปแบบใหม่สำหรับแอปพลิเคชันในเครือ ทั้ง อินสตาแกรม (Instagram), เฟซบุ๊ก (Facebook) และ วอทส์แอปป์ (WhatsApp) เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานระดับพรีเมียมที่เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการเข้าถึงขีดความสามารถของ AI ที่เหนือกว่าเดิม โดยยังคงรักษาบริการหลักให้ใช้งานได้ฟรีตามปกติ

สำหรับการรุกตลาดครั้งนี้ Meta เตรียมนำ มานุส (Manus) ซึ่งเป็น Agents AI ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมาด้วยมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท มาเป็นหัวใจหลักในแพ็กเกจสมาชิก โดยจะบูรณาการเข้ากับผลิตภัณฑ์ต่างๆ และยังคงจำหน่ายสมาชิกแบบแยกส่วนให้กับกลุ่มธุรกิจควบคู่กันไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีการทดสอบเก็บค่าบริการฟีเจอร์ AI อย่าง ไวบ์ส (Vibes) ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอสั้นด้วย AI ที่เคยเปิดให้ใช้ฟรีมาตั้งแต่ปี 2568 โดยจะเปลี่ยนมาใช้โมเดล "Freemium" ที่จำกัดจำนวนการใช้งานฟรี และต้องสมัครสมาชิกเพื่อปลดล็อกโควตาการสร้างวิดีโอเพิ่มเติมในแต่ละเดือน

Meta เตรียมเก็บค่าสมาชิกพรีเมียม Instagram-Facebook-WhatsApp

ข้อมูลจาก อเลสซานโดร พาลูซซี (Alessandro Paluzzi) นักวิศวกรรมซอฟต์แวร์ผู้เชี่ยวชาญการเจาะข้อมูลแอป เผยว่าฟีเจอร์พรีเมียมบน อินสตาแกรม (Instagram) อาจรวมถึงการสร้างรายการผู้ติดตามแบบไม่จำกัด การตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ไม่ติดตามเรากลับ และโหมดการดูสตอรี่แบบไม่ให้เจ้าของรู้ ซึ่งบริการเหล่านี้จะแยกส่วนจาก เมตา เวอร์ริไฟด์ (Meta Verified) ที่เน้นกลุ่มครีเอเตอร์และธุรกิจ โดย Meta หวังจะขยายฐานลูกค้าไปยังผู้ใช้งานทั่วไปให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Meta ต้องเผชิญกับความท้าทายด้าน "ภาวะล้าจากการสมัครสมาชิก" ของผู้บริโภค แม้ว่าคู่แข่งอย่าง สแนปแชท (Snap) จะประสบความสำเร็จอย่างสูงกับบริการ สแนปแชท พลัส (Snapchat+) ที่มีผู้สมัครสมาชิกกว่า 16 ล้านราย และสร้างรายได้มหาศาลด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 3.99 ดอลลาร์  หรือ ประมาณ 129 บาท ต่อเดือนก็ตาม

ที่มา Techcrunch