KEY
POINTS
นายยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะจาก Meta ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในเวทีโลก โดยเฉพาะการเป็นพันธมิตรอย่างใกล้ชิดกับ Global Anti-Scam Alliance (GASA) เพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในไทยไปใช้เป็นแนวทางป้องกันปัญหาการหลอกลวงทั่วโลก
สถิติการกวาดล้างเชิงรุกในไทย (Proactive Enforcement)
จากการดำเนินงานเชิงรุกอย่างเข้มข้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 Meta ได้ดำเนินการลบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายการฉ้อโกงและการหลอกลวงในประเทศไทยไปแล้วกว่า 7.3 ล้านรายการ โดยสิ่งที่น่าสนใจคือระบบ AI ของ Meta สามารถตรวจจับและลบเนื้อหาเหล่านี้ออกไปได้โดยอัตโนมัติก่อนที่จะมีการรายงานจากผู้ใช้งานสูงถึง 99% นอกจากนี้ยังมีการสั่งปิดบัญชี Facebook ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายมิจฉาชีพอีกประมาณ 66,000 บัญชี และบัญชี Instagram อีกกว่า 24,000 บัญชี
ยุทธศาสตร์รับมือการฉ้อโกงข้ามพรมแดนด้วย AI
ประเทศไทยถูกเลือกให้เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักในการรับมือกับ "การฉ้อโกงข้ามแพลตฟอร์ม" (Cross-platform Scams) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกประเทศในภูมิภาคกำลังเผชิญ โดย Meta ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI และระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ที่ช่วยลดโฆษณาตัดต่อใบหน้าทั่วโลกลงได้ถึง 22% มาใช้สกัดกั้นมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น
Meta ยังได้ผนึกกำลังรัฐสร้างโมเดลความร่วมมือระดับโลก โดยความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือระดับรัฐที่เข้มแข็ง (Strategic Partnership) โดยเฉพาะการจัดทำปฏิบัติการ "Joint Disruption Week" ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกวาดล้างเพจปลอมและบัญชีม้ากว่า 59,000 รายการ ซึ่งกลายเป็นโมเดลต้นแบบที่ Meta นำไปปรับใช้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
ไทยพื้นที่นำร่องนวัตกรรมแห่งแรกของโลก
เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าไทยคือสมรภูมิหลักในการทดสอบเทคโนโลยีป้องกันสแกม Meta ได้เลือกเปิดตัวระบบ "App Service for Detection" ในประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบบนี้จะทำการตรวจจับและส่งข้อความเตือนผู้ใช้ทันทีในแชทเมื่อมีการส่งเลขบัญชีต้องสงสัย เพื่อสกัดกั้นความเสียหายก่อนจะเกิดขึ้น
รุกสร้างภูมิคุ้มกันและเครื่องมือป้องกันตนเอง
นอกจากการปราบปราม Meta ยังให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล โดยร่วมมือกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำหลักสูตรออนไลน์ "Digital Citizenship 1 over 1" เพื่อติดอาวุธความรู้ให้แก่ครูและนักเรียนทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัวเครื่องมือช่วยเหลือผู้ใช้งาน ได้แก่ "Take It Down" สำหรับผู้เยาว์ที่ประสบปัญหาภาพไม่เหมาะสมถูกเผยแพร่ และเว็บไซต์หยุดการละเมิดภาพส่วนตัว สำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงระบบแจ้งเตือนภัยออนไลน์จากตำรวจสอบสวนกลางที่แสดงผลบนแพลตฟอร์มโดยตรง เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทยและในภูมิภาคต่อไป