Meta จับมือรัฐ เปิดคฤหาสน์หลอน ไขกลโกง ยกระดับรู้เท่าทันสแกม

23 ม.ค. 2569 | 10:15 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ม.ค. 2569 | 10:31 น.

Meta ผนึก 6 หน่วยงานรัฐ เปิดประสบการณ์อินเทอร์แอคทีฟ “The Mystery Mansion of Scams” เปลี่ยนการเรียนรู้ภัยออนไลน์ให้เข้าถึงง่าย สร้างภูมิคุ้มกันประชาชน

KEY

POINTS

  • Meta ร่วมมือกับ 6 หน่วยงานภาครัฐ จัดกิจกรรม "คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม" เพื่อสร้างความตระหนักรู้และให้ความรู้เกี่ยวกับกลโกงออนไลน์
  • นำเสนอในรูปแบบกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟ ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้และไขปริศนากลโกงผ่านประสบการณ์จำลองในคฤหาสน์หลอน
  • มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความรู้เท่าทันภัยสแกมในสังคมดิจิทัล ผ่านการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานความบันเทิงและสาระความรู้

Meta เดินหน้ายุทธศาสตร์สร้างความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล ผนึกกำลัง 6 หน่วยงานภาครัฐ เปิดกิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟเชิงประสบการณ์ “The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม” ชวนประชาชนร่วมไขปริศนากลโกงออนไลน์ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ที่ผสมผสานความบันเทิงกับสาระความรู้ เพื่อยกระดับการรู้เท่าทันภัยสแกมที่กำลังทวีความซับซ้อนในสังคมดิจิทัล

ความร่วมมือครั้งนี้ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยกิจกรรมเปิดให้เข้าร่วมฟรี ตั้งแต่วันที่ 23–25 มกราคม 2569 เวลา 15.00–21.00 น. ณ การประปาแม้นศรี (หลังเก่า)

นายยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะจาก Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า “ภัยการหลอกลวงออนไลน์กำลังทวีความรุนแรงและแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่แอปหาคู่ เกมออนไลน์ ไปจนถึงแพลตฟอร์มคริปโตฯ หรือการหลอกลวงผ่านการส่งข้อความทางโทรศัพท์

Meta จับมือรัฐ เปิดคฤหาสน์หลอน ไขกลโกง ยกระดับรู้เท่าทันสแกม ทั้งนี้ Meta มีการใช้แนวทางการทำงานหลายระดับในการรับมือกับอาชญากรที่มีความซับซ้อนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบป้องกันทางเทคนิคแบบอัตโนมัติ การสกัดกั้นและรบกวนเครือข่ายมิจฉาชีพ การทำงานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการเสริมสร้างความรู้ให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตและป้องกันภัยหลอกลวงได้

แคมเปญดังกล่าวถือเป็นเครื่องยืนยันที่ชัดเจนถึงความสำคัญของความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันพันธกิจของ Meta และพันธมิตรในการสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยและยั่งยืน”

Meta จับมือรัฐ เปิดคฤหาสน์หลอน ไขกลโกง ยกระดับรู้เท่าทันสแกม แกนหลักของงานคือการเปลี่ยนการให้ความรู้เรื่องภัยหลอกลวงจากการสื่อสารแบบเดิม สู่ประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟที่ผู้เข้าร่วมต้อง “ลงมือคิดและตัดสินใจ” ด้วยตนเอง ภายในคฤหาสน์ ผู้ร่วมงานจะสืบสวนเรื่องราวอุทาหรณ์ของเหยื่อ ผ่านคำใบ้และฉากสถานการณ์จำลอง เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบกลโกงที่พบบ่อย ตั้งแต่ Romance Scam การหลอกลงทุน การแอบอ้างตัวตน ไปจนถึงสแกมรูปแบบใหม่ที่แฝงมากับแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายประเภท

แนวคิดดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ “อันนี้จริงหรือหลอก?” (Is This Legit?) ซึ่งเป็นโครงการให้ความรู้ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุม 17 ประเทศ โดยตลอดช่วงการดำเนินแคมเปญสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มของ Meta ได้กว่า 382 ล้านคน สร้างยอดการแสดงผลมากกว่า 2 พันล้านครั้ง บน Facebook และ Instagram ขณะที่ประเทศไทยสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 31 ล้านคน สะท้อนความรุนแรงและวงกว้างของปัญหาภัยออนไลน์ในสังคมปัจจุบัน

Meta จับมือรัฐ เปิดคฤหาสน์หลอน ไขกลโกง ยกระดับรู้เท่าทันสแกม ภาครัฐมองว่าภัยการหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เพียงปัญหาเทคโนโลยี แต่เป็นภัยใกล้ตัวที่กระทบต่อความเชื่อมั่น ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน การทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัลจึงเป็นกลไกสำคัญในการขยายองค์ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการใช้รูปแบบการสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและสร้างการมีส่วนร่วม

Meta จับมือรัฐ เปิดคฤหาสน์หลอน ไขกลโกง ยกระดับรู้เท่าทันสแกม นอกจากโซนคฤหาสน์หลอน ภายในงานยังมีนิทรรศการจากพันธมิตรที่จำลองกลไกการทำงานของขบวนการสแกมเมอร์ สื่อให้ความรู้ด้านการเงิน การสื่อสาร และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเกมอินเทอร์แอคทีฟ “อันนี้จริงหรือหลอก?” เพื่อฝึกทักษะการสังเกตและตัดสินใจ ผู้เข้าร่วมยังสามารถร่วมภารกิจสะสมแสตมป์ใน “Scam Survival Passport” เพื่อแลกรับของที่ระลึก และร่วมกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ภายในพื้นที่งาน

Meta จับมือรัฐ เปิดคฤหาสน์หลอน ไขกลโกง ยกระดับรู้เท่าทันสแกม กิจกรรม “The Mystery Mansion of Scams: คฤหาสน์หลอน เปิดโปงโลกสแกม” จึงไม่ใช่เพียงอีเวนต์เชิงสร้างสรรค์ แต่เป็นอีกก้าวของความพยายามเชิงระบบในการสร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล ให้ประชาชนสามารถรับมือกับภัยสแกมที่เปลี่ยนรูปแบบอย่างรวดเร็ว พร้อมขยายแนวคิดความปลอดภัยออนไลน์จากระดับแพลตฟอร์ม สู่ระดับสังคมอย่างยั่งยืน