
เอ็นไอเอ จัด “ครีเอทีฟคอนเทสต์ 2020” ดึงไอเดียคนรุ่นใหม่มองภาพอนาคตประเทศไทย
เอ็นไอเอ จัดงาน “ครีเอทีฟคอนเทสต์ 2020” ภายใต้แนวคิด “FUTURELAND” ดึงไอเดียคนรุ่นใหม่กำหนดภาพอนาคตประเทศไทย สรรค์สร้างเมืองจากจินตนาการสู่ความจริง
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันการมองอนาคตมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นกับการพัฒนาประเทศ โดยที่ผ่านมามักจะดำเนินการเฉพาะในกลุ่มนักวิชาการและหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เอ็นไอเอ เห็นว่าการมองอนาคตจะสมบูรณ์แบบได้มากขึ้นจำเป็นจะต้องมี 3 สิ่งหลักคือ 1. ความเป็นไปได้และสมมติฐานเกี่ยวกับอนาคต 2. คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ และ 3. สื่อใหม่ที่จะเป็นช่องทางการเผยแพร่แนวความคิด ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้คือหัวใจสำคัญในการพัฒนาและสร้างอนาคตให้ชัดเจน และเข้าใจง่ายขึ้นเพื่อให้ภาพนวัตกรรมในอนาคตสามารถพัฒนาสู่ความเป็นจริง และผู้คนหันมาสนใจถึงวันข้างหน้ามากขึ้น เอ็นไอเอ จึงได้จัดกิจกรรมประกวดวีดีทัศน์ด้านมุมมองอนาคต หรือ เอ็นไอเอ ครีเอทีฟคอนเทสต์ ขึ้น เป็นปีที่ 2 โดยปีแรกใช้แนวคิด “How Do We Work in the Future” ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมส่งผลงานกว่า 45 ผลงาน ซึ่ง เอ็นไอเอ หวังว่ากิจกรรมครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ได้นำเสนอผลงานผ่านมุมมองที่หลากหลาย รวมทั้งตระหนักถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตว่าจะมีลักษณะอย่างไรได้บ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือความเปลี่ยนแปลง
• ภาคกลาง จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศจึงจำเป็นต้องกำหนดรูปแบบความเสี่ยง และนวัตกรรมที่สามารถลดความเสี่ยงเหล่านั้น รวมถึงสิ่งที่คนในภูมิภาคนี้ต้องเผชิญ ตลอดจนเครื่องมือที่จะช่วยให้กลุ่มคนในภูมิภาคนี้อยู่รอดได้ในอนาคต
• ภาคเหนือ เป็นอีกหนึ่งภาคที่มีสิ่งแปลกใหม่ หรือวิกฤติเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น pm 2.5 ไฟป่า ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่ ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลด้านพฤติกรรมอย่างมาก ประชาชนมีความตื่นตัวมากยิ่งขึ้น หลายคนสนใจประเด็นการเปลี่ยนแปลงของโลก สุขภาพ การเมือง และที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นคือ สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในการป้องกันและระมัดระวังการใช้ชีวิตมากขึ้น
• ภาคอีสาน โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะสามารถสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า “New normal” ของภาคอีสานจะเป็นอย่างไร ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นสิ่งใหม่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะด้านอาชีพที่เกิดอาชีพใหม่ รวมถึงทักษะที่จำเป็นต้องมี เช่น การสตรีมมิ่ง การถ่ายทอดสด ทักษะด้านดิจิทัล รวมถึงความสนใจในด้านเอนเตอร์เทนเมนท์ที่ประชาชนในภาคอีสานสนใจเรื่องเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น
• ภาคใต้ เป็นภาคที่มีความหลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิประเทศ ศาสนา ความเชื่อ ศิลปวัฒนธรรม และจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังพบว่าคนรุ่นใหม่เริ่มคืนถิ่นเยอะขึ้น โดยสังเกตได้จากการเกิดโฮลเทล ร้านอาหารสไตล์ใหม่ รวมถึงการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้คน ซึ่งในอนาคตคาดการณ์ว่าความทันสมัยต่างๆ ก็จะเทียบเท่ากับภาคอื่นแน่นอน











