thansettakij
thansettakij
’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant

17 ธ.ค. 62 | 07:31 น.

   แสนสิริ ร่วมกับ สิริ เวนเจอร์ส เปิดตัว “Sansiri Smart Home” สั่งการด้วยเสียง บน Google Assistant เชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฮมด้วยเทคโนโลยี AI- IoT ตอบรับยุค Lazy Economy  เอาใจคนรักสบาย

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant

       นายสมเกียรติ หงษ์ทรัพย์ภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ กล่าวว่า ในยุคเศรษฐกิจ Lazy Economy เป็นยุคที่คนต้องการความสะดวกสบาย เพื่อจะได้มีเวลาทำงานสำคัญ ด้วยการหันมาพึ่งเทคโนโลยีในการใช้ชีวิต จากการวิจัย ‘เจาะลึกอินไซต์…พิชิตใจคนขี้เกียจ (Lazy Consumer)’ โดยวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พบว่า เทคโนโลยี Automation & Hands-Free เป็น 1 ใน 5 ธุรกิจหรือสินค้าครองใจคนรักสบายและด้วยวิสัยทัศน์ของแสนสิริในการเติมเต็มไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยให้กับลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ นอกเหนือจากจุดเด่นด้านเซอร์วิส์ตั้งแต่ก่อนไปถึงหลังการขาย รวมทั้ง LIV-24 บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมงแล้ว ล่าสุด

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant

"เราได้จับมือกับสิริ เวนเจอร์ส บริษัทร่วมทุนในด้าน PropTech อย่างครบวงจรรายแรกของไทย สร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์แนวราบเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยวและ Top 3 ในตลาดทาวน์เฮาส์ใน 3 ปี สร้างจุดเด่นและฟังก์ชั่นที่แตกต่าง ด้วย Sansiri Smart Home สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant เชื่อมต่อเทคโนโลยี AI และ IoT ภายในและรอบตัวบ้าน รองรับการใช้งานของทุกสมาชิกในครอบครัว ครอบคลุมทุกความต้องการที่แตกต่างกันของทุกเจเนอเรชั่น เพื่อนำเสนอการอยู่อาศัยแบบ Smart Living อย่างเต็มรูปแบบ ในโชว์เคส 2 แห่ง ที่โครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 และทวีวัฒนา”

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant

     ทั้งนี้สำหรับโครงการเศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑา 2 และ ทวีวัฒนา เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์นและ 1 ในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน Home Automation ที่สามารถควบคุมผ่าน Sansiri Home Service Application มาผสมผสานกับ Google Assistant ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักในการสั่งการด้วยเสียง ร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่น ๆ ผ่านสปีคเกอร์และดิสเพลย์ในแต่ละจุดของบ้าน” นายสมเกียรติ กล่าว

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant

ด้านนายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด (SIRI VENTURES) กล่าวว่า “ในเฟสแรก แสนสิริและสิริ เวนเจอร์สประสบความสำเร็จในการพัฒนา Sansiri Smart Home โดยเลือกใช้ Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะประจำบ้านเป็นแพลตฟอร์มหลักในการสั่งการด้วยเสียงกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮม ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ เอนเตอร์เทนเมนต์ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยและการประหยัดพลังงาน เติมเต็มประสบการณ์การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ สอดรับกับยุค Lazy Economy” โดยSansiri Smart Home สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant เชื่อมต่ออุปกรณ์สมาร์ทโฮมและเทคโนโลยี AI และ IoT ร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่น ๆ อาทิ สปีคเกอร์ B&O หลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue และเซ็นเซอร์ตรวจวัดการนอน Withings Sleep นำเสนอการอยู่อาศัยแบบ Smart Living ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่

·      เอนเตอร์เทนเมนต์ ส่งมอบสุดยอดความบันเทิง สั่งงานด้วยเสียงเพื่อเปิด-ปิด ควบคุมและปรับระดับเสียงเพลงและทีวีภายในบ้าน

·      ความสะดวกสบาย นำเสนอมิติใหม่แห่งการสั่งงานด้วยเสียง ตั้งค่าเพื่อควบคุมหลายอุปกรณ์ในคำสั่งเดียว

·      ความปลอดภัย เรียกดูกล้องวงจรปิด CCTV จากโรงรถและริมรั้ว เพื่อแสดงผลบนจอดิสเพลย์ ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มความอุ่นใจในการอยู่อาศัยไปอีกขั้น

·      การประหยัดพลังงาน ติดตั้งระบบเปิด-ปิด และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ช่วยควบคุมอุณหภูมิในบ้านเพื่อการประหยัดพลังงานแบบอัตโนมัติ

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant       นอกจากการสั่งงานด้วยเสียง Sansiri Smart Home ยังสามารถทำงานแบบอัตโนมัติผ่านระบบเซ็นเซอร์ เช่น การตรวจวัดการนอน และการตรวจจับการล้ม (Fall Detection) ตอบโจทย์การใช้งานของผู้สูงอายุ

’แสนสิริ สมาร์ทโฮม’ สั่งการด้วยเสียงบน Google Assistant      “ในอนาคตอันใกล้ของภาพรวมตลาดเทคโนโลยีระดับโลก เราจะได้เห็นบทบาทการทำงานของเทคโนโลยี Context-Aware Computing ที่จะคอยใส่ใจ (Aware) บริบทหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์ (Context) เพื่อนำไปใช้ในการประมวลผล (Computing) หาคำตอบหรือตอบสนองล่วงหน้าให้กับผู้ใช้ในเฟสต่อไป โดยเราวางแผนต่อยอดการศึกษาวิจัยสู่การพัฒนา Context-Aware Smart Home บ้านอัจฉริยะที่ลดการสั่งการด้วยเสียงหรือผ่านแอป แต่จะก้าวล้ำยิ่งกว่าด้วยความสามารถในการปรับฟีเจอร์แบบอัตโนมัติให้ตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม พฤติกรรมหรือบริบทของผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านการทำงานร่วมกันของระบบ Sensor, Big Data, Algorithm, AI และ IoT” นายจิรพัฒน์ กล่าว