thansettakij
thansettakij
“ยศชนัน” เร่งปั้น 44 Medical AI ไทยเชื่อมทุน ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

“ยศชนัน” เร่งปั้น 44 Medical AI ไทยเชื่อมทุน ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

21 ก.ย. 69 | 09:49 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ย. 69 | 09:51 น.

“ยศชนัน” เปิด “Global Medical AI Summit 2026” ผนึกกำลังปั้น 44 ผู้ประกอบการ Medical AI ไทยสู่มาตรฐานสากล เชื่อมเครือข่าย–จับคู่ธุรกิจ ดันนวัตกรรมไทยสู่ตลาดโลก

KEY

POINTS

  • ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. เร่งผลักดันการสร้างระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์
  • คัดเลือกผู้ประกอบการ 44 บริษัทเข้าร่วมโครงการ MADE Program เพื่อพัฒนานวัตกรรม Medical AI จากต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง
  • เตรียมจัดงาน Global Medical AI Summit 2026 เพื่อเป็นกลไกเชื่อมโยงเครือข่าย Medical AI ของไทยกับภาคธุรกิจ การลงทุน และตลาดโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า AI มีบทบาทสำคัญต่อระบบการแพทย์และสาธารณสุข ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การสนับสนุนการวินิจฉัย การดูแลผู้ป่วย ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพบริการสุขภาพ ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพทั้งด้านบุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย นักพัฒนาเทคโนโลยี และผู้ประกอบการ

ดังนั้น โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนา Medical AI แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาจากงานวิจัยและต้นแบบสู่การทดสอบ การรับรองมาตรฐาน การใช้งานจริง และการขยายสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ยศชนัน” เร่งปั้น 44 Medical AI ไทยเชื่อมทุน ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

“กระทรวง อว. มุ่งขับเคลื่อน Medical AI ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการแพทย์ สถาบันการศึกษาและวิจัย ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ และภาคการลงทุน ครอบคลุมองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน การนำไปใช้ประโยชน์ และการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับคุณภาพ ความปลอดภัย จริยธรรม และการคุ้มครองข้อมูลสุขภาพ

โดยงาน Global Medical AI Summit 2026 จะเป็นกลไกเชื่อมโยงเครือข่าย Medical AI ไทยกับภาคการแพทย์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และการลงทุนระดับนานาชาติ เปิดโอกาสให้นวัตกรรมไทยเชื่อมต่อกับตลาดโลก และร่วมวางรากฐานระบบนิเวศ Medical AI ของประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

“ยศชนัน” เร่งปั้น 44 Medical AI ไทยเชื่อมทุน ดันธุรกิจสู่ตลาดโลก

ด้าน ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการ สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TILSNA กล่าวว่า TILSNA มีบทบาทเป็นหน่วยงานกลางและกลไกสำคัญระดับประเทศในการขับเคลื่อน ยกระดับ และเร่งรัดการพัฒนานวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ โดยทำหน้าที่เป็น Bridge หรือ “สะพานเชื่อม” ระหว่างงานวิจัย นวัตกรรม มาตรฐาน การลงทุน และตลาด เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมไทยสามารถก้าวจากงานวิจัยและห้องปฏิบัติการไปสู่การใช้ประโยชน์จริงและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และผลักดันประเทศไทยจาก “ผู้ตาม” สู่ “ผู้นำ” ด้านนวัตกรรม Medical AI ในระดับสากล

ด้าน ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ด้านการแพทย์เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ มุ่งผลักดัน Medical AI จากงานวิจัยและต้นแบบสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง โดยที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 80 บริษัท และผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการ MADE Program จำนวน 44 บริษัท

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “ยกระดับระบบนิเวศ Medical AI ไทย สู่การเป็นผู้นำด้านการแพทย์อัจฉริยะในระดับภูมิภาค” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านศักยภาพและความท้าทายของอุตสาหกรรม โอกาสทางธุรกิจและการลงทุน และแนวทางขยายตลาดสู่ระดับนานาชาติ โดยมี ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม ยู โฮลดิง จำกัด และ รศ.นพ.ปัญญา ลักษณะพฤกษา รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์และกายภาพบำบัด (ฝ่ายนวัตกรรม) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาระบบนิเวศ Medical AI ไทย พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากผู้ประกอบการไทย 14 บริษัท จาก 44 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ สะท้อนศักยภาพและความพร้อมของนวัตกรรม Medical AI ไทยในการยกระดับสู่มาตรฐานสากลและตลาดโลก