
‘พุทธิพงษ์’ ลุย!แล้ว ตั้งศูนย์เฟค นิวส์-นำ AI ช่วยวิเคราะห์
รัฐมนตรีดีอี ลุยสกัดข่าวลวง เดินหน้าติดตั้ง “ศูนย์ข่าวปลอม” เผยอยู่ขั้นตอนทดลองใช้งาน ชี้มีทั้งการใช้ AI ร่วมวิเคราะห์ แจงอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองบุคคล&ไซเบอร์
หลังจาก นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ประกาศนโยบายหลายเรื่อง เช่น เรื่องของเครือข่าย 5G, ศูนย์ต่อต้าน Fake News,การพัฒนาประสิทธิภาพเน็ตประชารัฐ, การใช้ดิจิทัลเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร, Thailand Digital Valley, Big Data, National Platform เพื่อสนับสนุน startup เป็นต้น
แต่เรื่องที่ให้ความสำคัญ คือ การสกัดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (แอนตี้ เฟค นิวส์ เซ็นเตอร์) เพื่อแก้ไขข่าวปลอมที่อยู่ในกระแสสังคมออนไลน์ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ภัยพิบัติ, เศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร-หุ้น, ผลิตภัณฑ์สุขภาพ-สินค้า และบริการที่ผิดกฎหมาย กลุ่มนโยบายรัฐบาล-ข่าวสารที่กระทบสังคม และความมั่นคงในประเทศ
ดูเหมือนว่าเรื่องสกัดข่าวปลอมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เพราะเริ่มเห็นภาพการจัดตั้ง “ศูนย์ข่าวปลอม” หรือ FAKE NEWS
พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
โดยนายพุทธิพงษ์ บอกว่า ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต่างเฝ้าติดตามมาตรการปราบปรามข่าวปลอม ที่กระทรวงประกาศออกไป และแจ้งข่าวปลอมเข้ามามากมาย ขณะนี้ได้กำชับให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานผลให้ทราบเป็นระยะ หลายๆ คดีอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างรัดกุม ไม่ให้เกิดความผิดพลาด เพื่อให้ได้ผู้กระทำผิดตัวจริง จึงอาจต้องใช้เวลาดำเนินการ ไม่สามารถทำได้ทันทีทันใด และได้มีการแบนเว็บไซต์หลายๆ แห่งตามคำสั่งศาล ขอให้ทุกคนมั่นใจ หากมีความคืบหน้า จะรีบแจ้งให้ทราบ
ตั้งเป้าไว้ไม่เกินวันที่ 1พฤศจิกายนนี้ จะดำเนินการได้และระหว่างนั้นเตรียมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหาข่าวปลอมระหว่างผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน และเพื่อให้การติดต่อสื่อสาร และการยืนยันผลกระทบถึงประชาชน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย สื่อสารถึงประชาชนในวงกว้างได้อย่างกระชับได้ใจความ
ขณะนี้ส่วนของ “ศูนย์ป้องกันข่าวปลอม” อยู่ในขั้นตอนติดตั้งอุปกรณ์ และทดลองใช้งาน ซึ่งมีทั้งการใช้ AI และทีมผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข่าวปลอมจากทุกแหล่งในสื่อออนไลน์ สืบหาต้นตอผู้กระทำผิด ตรวจสอบแหล่งข่าวจริง ซึ่งจะแถลงเปิดศูนย์อย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
นอกจากนี้นายพุทธิพงษ์ ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ... ว่า การดำเนินการเพื่อให้มีคณะกรรมการตามกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ภายใน 90 วัน มั่นใจว่าจะได้กรรมการทั้ง 2 ชุด คือ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้ทันตามกำหนดตามที่ระบุไว้ตามกรอบเวลาอย่างแน่นอน
สำหรับการคัดเลือกกรรม การการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กระทรวงคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิครบ 7 ด้านแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติและความประพฤติ ส่วนคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องมีการตั้งกรรมการสรรหา ในส่วนการคัดเลือกกรรมการสรรหาได้ดำเนินการเสร็จแล้ว เมื่อได้กรรมการสรรหาแล้ว จะมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน และกำหนดหลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นจะดำเนินการสรรหา ทั้งนี้เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นจะรายงานมายังกระทรวง เพื่อนำรายชื่อกรรมการทั้ง 2 คณะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,508 วันที่ 26-28 กันยายน 2562











