
ค่ายมือถือเปิดศึกตลาดภูธร
ดึงนักร้องลูกทุ่งเป็นพรีเซนเตอร์หวังเพิ่มยอดลูกค้า
ตลาดอีสานเดือด! เอไอเอส-ทรู เปิดศึกดึงนักร้องลูกทุ่งระดับเบอร์ต้นมาเป็นพรีเซนเตอร์หวังเพิ่มยอดลูกค้า ส่วน “ดีแทค” ขอทุ่มพัฒนาเครือข่ายลงทุนเพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน
ตลาดมือถือภาคอีสานเริ่มมีสีสันแล้วเมื่อ 2 ค่ายมือถือ คือ เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ในเครือทรู ต่างดึงนักร้องลูกทุ่งระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้ามาเป็นพรีเซนเตอร์
โดยก่อนหน้านี้ TUC ทาบทามด้วยการดึงนักร้องลูกทุ่งมาเป็นพรีเซนเตอร์ คือ “ไมค์- ภิรมย์พร” และ “ตั๊กแตน-ชลดา” และ “ไผ่-พงศธร” เป็นพรีเซน เตอร์ในปีที่ 2 พร้อมเปิดตัว “ซิมโดนใจ” จับตลาดอีกด้วย
ส่วนทางด้านค่ายมือถือเบอร์หนึ่ง เอไอเอส หลังทุ่มงบก้อนโตดึง “ลิซ่า” แบล็คพิ้งค์มาเป็นพรีเซนเตอร์ได้สำเร็จ ล่าสุด เอไอเอส ดึงนักร้องลูกทุ่งสาว “ต่าย” อรทัย มาเป็นพรีเซนเตอร์จับตลาดภาคอีสานพร้อมแคมเปญ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแฮงสุด ทั่วภาคอีสาน” ท้าชน ทรูมูฟ เอช
ภาคอีสานมีประชากรกว่า 22 ล้านคน เอไอเอส มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ในสัดส่วน 55% มีจำนวนผู้ใช้งาน 10 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 24% ของฐานลูกค้าทั่วประเทศ แบ่งเป็นระบบเติมเงิน 8.8 ล้านเลขหมาย และระบบรายเดือน 1.2 ล้านเลขหมาย” นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าว
ส่วนโครงข่าย 4G และ 4.5G มีพื้นที่ครอบคลุม 2,678 ตำบล 20 จังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยจำนวนสถานีฐาน 9,965 แห่ง และเครือข่าย AIS Fibre 25,711 จุดบริการ ครอบคลุม 16 จังหวัดภาคอีสานโดยมีเสาสัญญาณเพื่อรองรับการให้บริการกว่า 8 หมื่นแห่ง และจุดกระจายสัญญาณ SUPER Wi-Fi กว่า 1.2 แสนจุดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 1.1 แสนราย เติบโตกว่า 12% เมื่อเทียบกับปี 2561
ขณะที่ ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในปีนี้ใช้เงินลงทุนปีละประมาณ 13,000-15,000 ล้านบาท เพื่อขยายเครือข่ายในการให้บริการ นอกจากนี้ติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2300 MHz เพิ่มเติมอีกจำนวนประมาณ 600 สถานี เพิ่มจำนวนสถานีรวมบนเครือข่าย 2300 MHz เป็นประมาณ 16,000 สถานี และยังติดตั้งสถานีฐานบนเครือข่าย 2100 MHz เพิ่มอีกจำนวน 348 สถานี เพื่อขยายความครอบ คลุมของสัญญาณในพื้นที่การใช้งานปัจจุบันอีกด้วย
สำหรับ EBITDA margin (คำนวณโดยหักรายได้จาก CAT ภายใต้สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน และรายได้ค่าเช่าเครือข่ายจาก TOT จากตัวหาร) อยู่ที่ 36.9% เพิ่มขึ้น 2.2 จุด จากไตรมาสก่อน ส่วน CAPEX ลดลงจากไตรมาสก่อนมาอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 15.3% ของรายได้จากการให้บริการ
หน้า 10 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3492 ระหว่างวันที่ 1 - 3 สิงหาคม 2562











