
ผ่าภารกิจดิจิตอลฮับ ‘ดีอี’เหยียบคันเร่งโครงการรับอีอีซี
แม้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้ารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
หากแต่ภารกิจที่เร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้นอกเหนือจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แล้วยังมีโครงการแผน พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC บนพื้นที่ 700 ไร่ ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลผลักดันให้เป็น “ฮับ” ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม โครงการใน EEC กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ต้องเร่งขับเคลื่อนและผลักดันวางโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นรูปธรรม เช่นเดียวกัน
เร่ง 4 โครงการ
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ ดีอี และหน่วยงานภายใต้สังกัดมีส่วนร่วม
เหตุผลก็เพราะว่ารัฐบาลได้ประกาศเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิตอล หรืออีอีซีดี (EECd) ขึ้น ภายในพื้นที่อีอีซี จำนวน 700 ไร่เพื่อเป้าหมายเป็น “สถานที่บ่มเพาะ” การเรียนรู้ พัฒนา และสะสมเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย
ทดสอบ 5G
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยภายหลังจากได้หารือกับท่าน ทูต ซาตู ซุยก์การี-เคลฟเวน (H.E. Mrs. Satu Suikkari-Kleven) เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทย พร้อมทั้งผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตฯ และบริษัทเอกชนด้านดิจิตอลของฟินแลนด์ ณ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนความร่วมมือหลังการลงนามบันทึกความเข้าใจด้านดิจิตอลระหว่างไทยและฟินแลนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยเห็น พ้องกันที่จะเร่งขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ประกอบด้วย 4 โครงการ คือโครงการทดสอบเทคโนโลยี 5G และ IoT เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ได้แก่ Smart city, E-health/Tele-medicine และสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งในเบื้องต้นจะใช้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาเป็นสถานที่ในการทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าว โดย รัฐบาลจะให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ
สตาร์ตอัพ ฮับ
ไม่เพียงเท่านี้ยังมี โครงการ Startup Hub (ตั้งอยู่ในเขต EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการเติบโตของธุรกิจ Startup โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดธุรกิจ Startup ที่มีความเป็นสากลเพื่อสามารถเข้าถึงตลาดโลก รวมทั้งจะสนับสนุนทั้งในเรื่องแหล่งเงินทุนและความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในสาขาต่างๆ
เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ
โครงการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐและรัฐบาลดิจิตอลของไทย รวมถึงโครงการ Coding Nation ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะเรื่อง Coding ให้แก่เยาวชนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่สนุกและเข้าใจง่าย
โครงการความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งในฐานะที่ประเทศ ไทยจะทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2562 จะผลักดันในเรื่อง Smart city, Cybersecurity ความเชื่อมโยงด้านดิจิตอล และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน โดยในเบื้องต้นฝ่ายฟินแลนด์อยู่ระหว่างการริเริ่มสร้างความร่วมมือในด้าน Cybersecurity กับอาเซียน
เนรมิตอาคาร IoT
ขณะที่ นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผย กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งสถาบันไอโอที จำนวน 30 ไร่ ในโครงการเขตส่งเสริม อุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิตอล (Digital Park Thailand : EECd) ว่า ขั้นตอนในขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อก่อสร้างสถาบันไอโอที ในปี 2562 บนพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้งบประมาณ 3,000 ล้าน บาท (ปีงบประมาณ 2562-2564)
เฟสแรกงบ 1.6 พันล.
สำหรับการก่อสร้างมี 6 อาคาร เฟสแรกใช้งบประมาณปี 2562 จำนวน 1,670 ล้านบาท งบประมาณที่ใช้ในการออกแบบอาคารตามมาตรฐาน 5% จากการก่อสร้าง จำนวน 200 ล้านบาท ประกอบด้วย เฟสที่ 1 อาคาร 1 A พื้นที่ใช้สอย 4,500 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซนสำหรับออฟฟิศและโคเวิร์กกิ้งสเปซ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ออก แบบแล้วเสร็จ โดยระหว่างรอการก่อสร้างสถาบันนั้น ดีป้าจะเร่งประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ รวมถึงการเดินทางไปเข้าร่วมโรดโชว์ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามจะประกาศเชิญชวนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งขณะนี้ได้มีการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วม ลงทุนโดยมี ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวัน ออก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมเป็นกรรมการ และผู้แทนจาก บมจ. กสท โทรคมนาคม เป็นกรรมการและเลขานุการ
นายณัฐพล ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในประเทศจีน ญี่ปุ่น และ เกาหลี สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาและส่งเสริมด้านนวัตกรรม ในเบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจา
รายงาน | หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,420 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2561
หากแต่ภารกิจที่เร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้นอกเหนือจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แล้วยังมีโครงการแผน พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC บนพื้นที่ 700 ไร่ ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโครงการที่รัฐบาลผลักดันให้เป็น “ฮับ” ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม โครงการใน EEC กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ต้องเร่งขับเคลื่อนและผลักดันวางโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นรูปธรรม เช่นเดียวกัน
เร่ง 4 โครงการ
โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ ไทยแลนด์ 4.0 เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ ดีอี และหน่วยงานภายใต้สังกัดมีส่วนร่วม
เหตุผลก็เพราะว่ารัฐบาลได้ประกาศเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิตอล หรืออีอีซีดี (EECd) ขึ้น ภายในพื้นที่อีอีซี จำนวน 700 ไร่เพื่อเป้าหมายเป็น “สถานที่บ่มเพาะ” การเรียนรู้ พัฒนา และสะสมเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศไทย
ทดสอบ 5G
สตาร์ตอัพ ฮับ
ไม่เพียงเท่านี้ยังมี โครงการ Startup Hub (ตั้งอยู่ในเขต EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการเติบโตของธุรกิจ Startup โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดธุรกิจ Startup ที่มีความเป็นสากลเพื่อสามารถเข้าถึงตลาดโลก รวมทั้งจะสนับสนุนทั้งในเรื่องแหล่งเงินทุนและความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในสาขาต่างๆ
เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ
โครงการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐและรัฐบาลดิจิตอลของไทย รวมถึงโครงการ Coding Nation ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมการเรียนรู้และทักษะเรื่อง Coding ให้แก่เยาวชนโดยใช้สื่อการเรียนรู้ที่สนุกและเข้าใจง่าย
โครงการความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งในฐานะที่ประเทศ ไทยจะทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนในปี 2562 จะผลักดันในเรื่อง Smart city, Cybersecurity ความเชื่อมโยงด้านดิจิตอล และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน โดยในเบื้องต้นฝ่ายฟินแลนด์อยู่ระหว่างการริเริ่มสร้างความร่วมมือในด้าน Cybersecurity กับอาเซียน
เนรมิตอาคาร IoT
ขณะที่ นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผย กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งสถาบันไอโอที จำนวน 30 ไร่ ในโครงการเขตส่งเสริม อุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิตอล (Digital Park Thailand : EECd) ว่า ขั้นตอนในขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อก่อสร้างสถาบันไอโอที ในปี 2562 บนพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ภายใต้งบประมาณ 3,000 ล้าน บาท (ปีงบประมาณ 2562-2564)
เฟสแรกงบ 1.6 พันล.
สำหรับการก่อสร้างมี 6 อาคาร เฟสแรกใช้งบประมาณปี 2562 จำนวน 1,670 ล้านบาท งบประมาณที่ใช้ในการออกแบบอาคารตามมาตรฐาน 5% จากการก่อสร้าง จำนวน 200 ล้านบาท ประกอบด้วย เฟสที่ 1 อาคาร 1 A พื้นที่ใช้สอย 4,500 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซนสำหรับออฟฟิศและโคเวิร์กกิ้งสเปซ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ออก แบบแล้วเสร็จ โดยระหว่างรอการก่อสร้างสถาบันนั้น ดีป้าจะเร่งประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ รวมถึงการเดินทางไปเข้าร่วมโรดโชว์ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามจะประกาศเชิญชวนเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน ซึ่งขณะนี้ได้มีการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วม ลงทุนโดยมี ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เป็นประธาน และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงดิจิทัลฯ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวัน ออก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมเป็นกรรมการ และผู้แทนจาก บมจ. กสท โทรคมนาคม เป็นกรรมการและเลขานุการ
นายณัฐพล ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการในประเทศจีน ญี่ปุ่น และ เกาหลี สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาและส่งเสริมด้านนวัตกรรม ในเบื้องต้นอยู่ระหว่างการเจรจา
รายงาน | หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3,420 ระหว่างวันที่ 22-24 พฤศจิกายน 2561











