

KEY
POINTS
การร่างกฎกระทรวงควบคุมอาคารที่ใช้ประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ พ.ศ. .... ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อสอดรับกับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ถือว่ามีความคืบหน้าเป็นระยะ และกำลังใกล้ถึงโค้งสุดท้ายก่อนจะให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาในเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ โดยล่าสุดร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้จัดประเภทของ Data Center เหลือเพียง 7 ประเภท(Tier) ตามขนาดกำลังไฟฟ้าโดยรวม (Facility Load) และปริมาณนํ้ามันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน ได้แก่
ประเภทที่ 1 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 0.5 เมกะวัตต์ แต่ไม่ถึง 1 เมกะวัตต์ หรือมีปริมาณนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 6,000 ลิตร แต่ไม่ถึง 12,000 ลิตร ประเภทที่ 2 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 1 เมกะวัตต์ แต่ไม่ถึง 5 เมกะวัตต์ หรือมีนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 12,000 ลิตร แต่ไม่ถึง 60,000 ลิตร ประเภทที่ 3.1 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 5 เมกะวัตต์ แต่ไม่ถึง 10 เมกะวัตต์ หรือมีนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 60,000 ลิตร แต่ไม่ถึง 90,000 ลิตร ประเภทที่ 3.2 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ แต่ไม่ถึง 20 เมกะวัตต์ หรือมีนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 90,000 ลิตร แต่ไม่ถึง 180,000 ลิตร
ประเภทที่ 3.3 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 20 เมกะวัตต์ แต่ไม่ถึง 50 เมกะวัตต์ หรือมีนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 180,000 ลิตร แต่ไม่ถึง 600,000 ลิตร ประเภทที่ 4 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 50 เมกะวัตต์ แต่ไม่ถึง 200 เมกะวัตต์ หรือมีนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 600,000 ลิตร แต่ไม่ถึง 2,400,000 ลิตร และประเภทที่ 5 ใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป หรือมีปริมาณนํ้ามันสำรองตั้งแต่ 2,400,000 ลิตรขึ้นไป
ทั้งนี้ จากการประชุมของคณะทำงานแก้ไขร่างฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีข้อถกเถียงบางประการ ในการปรับเพิ่มข้อบังคับในหมวด 1 บททั่วไป ให้ Data Center ที่มีขนาดการใช้กำลังไฟฟ้าตั้งแต่ 20 เมกะวัตต์ขึ้นไป หรือจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 3.3 ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อประเมินผลกระทบครอบคลุมทั้งด้านแสง อากาศ ความร้อน ความชื้น เสียง และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ แต่ที่ประชุมเห็นว่ายังต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการประเมิน ค่าเกณฑ์ยอมรับ (Acceptance Criteria) กรอบการบังคับใช้ และความสอดคล้องกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ
รวมถึงทบทวนการจัดเก็บนํ้ามันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ให้สอดคล้องกับกฎหมายของกรมธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะเกณฑ์ใบอนุญาตสถานที่เก็บรักษานํ้ามันลักษณะที่ 3 และคลังนํ้ามัน ของ Tier 3.3 โดยเสนอทางเลือกย้ายช่วงปริมาณนํ้ามันสำรอง 500,000-600,000 ลิตร ไปไว้ใน Tier 4 เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียงคลังนํ้ามันและมีความเสี่ยงอัคคีภัยสูง อย่างไรก็ดี ข้อสรุปในรายงานได้ระบุให้ค้างประเด็นการย้าย Tier 3.3 ไว้ก่อน เพื่อศึกษาเหตุผลทางเทคนิค ผลกระทบต่อการขอใบอนุญาต และต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มเติม
นอกจากนี้ คณะทำงานยังเสนอให้เพิ่มคำว่า “ชุมชน” พร้อมกำหนดนิยามตามกฎหมายที่มีอยู่เดิมลงในร่างกฎกระทรวง โดยกำชับให้ควบคุมระดับเสียง ความร้อน และความชื้นจากดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนและผู้อยู่อาศัยโดยรอบ โดยเน้นยํ้าหลักการให้กฎหมายกำหนดระดับความปลอดภัยขั้นต่ำและผลลัพธ์ที่ต้องควบคุมตามผลกระทบจริง โดยไม่ผูกติดกับเกณฑ์ระยะห่าง 100-200 เมตรเป็นการเฉพาะ และไม่บังคับเลือกเทคโนโลยีระบบทำความเย็น (Cooling Technology) ชนิดใดชนิดหนึ่ง
ขณะข้อกำหนดของอาคารและโครงสร้าง ระยะถอยร่น ได้มีการเสนอให้ตัดเกณฑ์ระยะถอยร่น 0.5 และ 2 เมตรเดิมออก แล้วให้อ้างอิงตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 39 โดยกำหนดที่ว่างห่างจากแนวเขตที่ดินสำหรับอาคารเดี่ยวประเภทที่ 1 ถึงประเภทที่ 3.2 ไม่น้อยกว่า 6 เมตรในสองด้าน และด้านอื่นไม่น้อยกว่า 3 เมตร เพื่อรองรับการเข้าถึงของรถดับเพลิง ส่วนอาคารเดี่ยวประเภทที่ 3.3 ประเภทที่ 4 และประเภทที่ 5 ต้องมีที่ว่างห่างแนวเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 10 เมตรในสองด้าน และด้านอื่นไม่น้อยกว่า 5 เมตร โดยหากตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ให้ใช้ข้อกำหนดเฉพาะของนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.)
ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์เดิมที่ได้รับอนุญาตหรือเปิดดำเนินงานอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ ร่างกฎกระทรวงได้กำหนดบทเฉพาะกาลให้ยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเรื่องระยะถอยร่นและโครงสร้างอาคาร แต่จะต้องดำเนินการปรับปรุงระบบความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัย ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี โดยหากอาคารเดิมมีสภาพที่อาจเป็นภยันตราย เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีอำนาจสั่งการให้ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน
หลังจากนี้ไป คณะทำงานจะนำประเด็นข้อเสนอแก้ไขปรับปรุงทั้งหมด รับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์โดยตรง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อจำกัดทางเทคนิค ทั้งในประเด็นระบบ Cooling ปริมาณการใช้นํ้า ผลกระทบต่อที่ดิน และความเป็นไปได้ในการปรับปรุงอาคารเดิม เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านข้อจำกัดทางเทคนิค ผลกระทบต่อต้นทุนการลงทุน (CAPEX) และต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) และความเป็นไปได้ในการจัดทำรายงาน EIA ตลอดจนกรอบระยะเวลาในการปรับปรุงอาคารเดิม ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลและสรุปข้อเสนอผ่านผู้รับผิดชอบไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อผลักดันร่างกฎกระทรวงควบคุมอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ให้มีผลบังคับใช้ โดยคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ในเดือนมกราคม 2570 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเดือนมิถุนายน 2570 โดยจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง