
Google ประกาศลงทุนมาเลเซีย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยายดาต้าเซ็นเตอร์-AI
Google ประกาศลงทุนมาเลเซีย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ปี 2570–2571 ขยายดาต้าเซ็นเตอร์รองรับคลาวด์-AI เพิ่มไฟฟ้าสะอาดกว่า 1 กิกะวัตต์ พร้อมพัฒนาทักษะประชาชน 8 แสนคน
KEY
POINTS
- Google ประกาศลงทุนในมาเลเซีย 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.1 แสนล้านบาท) เพื่อขยายดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับบริการคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- แผนการลงทุนครอบคลุมการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ในรัฐสลังงอร์และรัฐเนกรีเซมบีลัน เพื่อรองรับ Google Cloud Region ที่กำลังจะเปิดให้บริการ
- นอกจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี ยังรวมถึงการสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาด, การสร้างความมั่นคงด้านน้ำ และการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่ชาวมาเลเซีย 800,000 คน
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นางรูธ พอรัต ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Alphabet และ Google เปิดเผยว่า Google เตรียมลงทุนในมาเลเซียมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 5.1 แสนล้านบาทในช่วงปี 2570–2571 เพื่อขยายดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับบริการคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด ความมั่นคงด้านน้ำ และการพัฒนาทักษะแรงงาน
พอรัต กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่อความเป็นผู้นำของมาเลเซีย ศักยภาพแรงงาน และความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล หลังจาก Google ดำเนินธุรกิจในประเทศมาเป็นเวลา 15 ปี โดยบริษัทต้องการให้การขยายโครงสร้างพื้นฐานสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ธุรกิจ แรงงาน และชุมชนในพื้นที่ควบคู่กัน
ขยายดาต้าเซ็นเตอร์ในสลังงอร์–เนกรีเซมบีลัน
แผนลงทุนครอบคลุมการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ใน รัฐสลังงอร์และรัฐเนกรีเซมบีลัน เพิ่มเติมจากดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกที่ Elmina Business Park รัฐสลังงอร์ ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว
พอรัตกล่าวว่า เมื่อสองปีก่อน บริษัทได้ร่วมพิธีเริ่มก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และปัจจุบันสถานที่ดังกล่าวเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังผลิตภัณฑ์และบริการของ Google ตั้งแต่ Search, YouTube, Gmail และ Maps ไปจนถึง Google Translate ทำให้บริการเหล่านี้รองรับผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทั่วโลก
โครงสร้างพื้นฐานที่ขยายเพิ่มเติมจะรองรับ Google Cloud Region ในมาเลเซียที่เตรียมเปิดให้บริการ เพื่อช่วยให้หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าถึงบริการคลาวด์และเทคโนโลยี AI รวมถึงเพิ่มความสามารถในการขยายการดำเนินงาน
คาดหนุน GDP ปีละ 1.1 พันล้านดอลลาร์
Google ประเมินว่า ในช่วงก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ระหว่างปี 2570–2571 การลงทุนจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของมาเลเซีย เฉลี่ยปีละ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 35,750 ล้านบาทและสนับสนุนการจ้างงานในประเทศมากกว่า 37,000 ตำแหน่งต่อปี
เมื่อเปิดดำเนินการแล้ว บริษัทคาดว่าจะสนับสนุนการจ้างงานในประเทศมากกว่า 9,000 ตำแหน่งต่อปี โดยมีค่าจ้างเฉลี่ยสูงกว่าค่าจ้างมัธยฐานของมาเลเซียประมาณ 45% ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นประมาณการผลทางเศรษฐกิจและการจ้างงานของบริษัท
พอรัตระบุว่า บริษัทมุ่งสร้างงานที่มีมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ครัวเรือนและสนับสนุนแนวทางของรัฐบาลมาเลเซียในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจควบคู่กับคุณภาพชีวิตประชาชน
เพิ่มพลังงานสะอาดกว่า 1 กิกะวัตต์
ด้านพลังงาน Google วางแนวทางขยายดาต้าเซ็นเตอร์ควบคู่กับการเพิ่มแหล่งจ่ายไฟฟ้าในประเทศ ภายใต้แนวคิด BYOP หรือ Bring Your Own Power เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เติบโตขึ้น
บริษัทมีแผนสนับสนุนการเพิ่มกำลังผลิตพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบไฟฟ้ามาเลเซียมากกว่า 1 กิกะวัตต์ หรือ 1,000 เมกะวัตต์ เพื่อเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าในระยะยาว
Google ยังร่วมมือกับ Tenaga Nasional Berhad หรือ TNB พัฒนาแหล่งผลิตพลังงานสะอาดภายใต้โครงการ Corporate Renewable Energy Supply Scheme หรือ CRESS รวมถึงศึกษาการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดที่จ่ายไฟได้ตลอดเวลา เพื่อรองรับการใช้งานแม้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่าจะรับผิดชอบค่าไฟฟ้าที่ดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ทั้งหมด รวมถึงต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยตรงที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า โดยปฏิบัติตามกฎระเบียบท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง
ลงทุนระบบน้ำรองรับดาต้าเซ็นเตอร์และชุมชน
การขยายโครงสร้างพื้นฐานยังครอบคลุมการเสริมความมั่นคงด้านน้ำ โดย Google ร่วมมือกับรัฐบาลรัฐเนกรีเซมบีลันและหน่วยงานน้ำของรัฐ พัฒนาอ่างเก็บน้ำนอกลำน้ำและโรงผลิตน้ำประปา เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่วางแผนไว้ในพอร์ตดิกสัน รวมถึงความต้องการใช้น้ำของชุมชนโดยรอบ
โรงผลิตน้ำประปาดังกล่าวจะมีกำลังผลิตน้ำที่ผ่านการบำบัด 65 ล้านลิตรต่อวัน เมื่อเปิดดำเนินการ สำหรับการใช้งานภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และดาต้าเซ็นเตอร์
บริษัทมีแผนสนับสนุนการดูแลลุ่มน้ำในรัฐสลังงอร์ ตลอดจนระบบเก็บน้ำฝนและสำรองน้ำในโรงเรียน เพื่อเพิ่มความสามารถของชุมชนในการรับมือกับการหยุดชะงักของน้ำประปา
พัฒนาทักษะ 8 แสนคนผ่าน 4 โครงการ
Google ตั้งเป้าพัฒนาทักษะประชาชนมาเลเซียประมาณ 800,000 คน ภายในปี 2574 ผ่านโครงการใหม่ 4 ด้าน ได้แก่
• ความรู้ด้าน AI ในสถานศึกษา ส่งเสริมทักษะให้ครูและนักเรียน
• ทักษะดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ช่วยใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เข้าถึงลูกค้าและขยายธุรกิจ
• ทักษะ AI สำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและท้องถิ่น สนับสนุนการใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
• ทักษะเฉพาะทางด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ผ่านโครงการ Data Center Institutes ร่วมกับสถาบันโพลีเทคนิคที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งมีกำหนดเริ่มในปี 2570 เพื่อเตรียมบุคลากรสำหรับงานติดตั้งและดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์
พอรัตกล่าวว่า การพัฒนาทักษะเป็นส่วนสำคัญของการลงทุน เพื่อให้ประชาชนและธุรกิจท้องถิ่นสามารถเข้าถึงโอกาสจากเทคโนโลยี และได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
อันวาร์ชู 3 เสาหลักรับทุน Google ดันมาเลเซียฮับ AI
ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า การลงทุนจากต่างประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของมาเลเซีย โดยเงินทุนที่ไหลเข้ามาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เสริมสร้างความเชื่อมั่น และสนับสนุนเป้าหมายการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม การดึงดูดการลงทุนต้องเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น ตลอดจนระบบเศรษฐกิจโดยรวม
นายอันวาร์กล่าวว่า การสร้างประโยชน์จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI ต้องให้ความสำคัญกับองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาอุตสาหกรรมให้แข่งขันในระดับโลก การพัฒนาทุนมนุษย์อย่างทั่วถึง และการบริหารจัดการพลังงานกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีความรับผิดชอบ
การลงทุนของ Google เป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนแนวทางดังกล่าว ทั้งการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะก่อสร้าง การจ้างงาน และการเปิดโอกาสให้บุคลากรมาเลเซียเข้าถึงอาชีพที่ใช้ทักษะเฉพาะทางเมื่อโครงการเปิดดำเนินงาน
ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของนโยบายเศรษฐกิจต้องสะท้อนผ่านโอกาสที่คนรุ่นใหม่จะได้รับผลตอบแทนเหมาะสมกับความสามารถ และสามารถทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก
เปิดโอกาสธุรกิจมาเลเซียร่วมเติบโต
นายอันวาร์กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง Google กับผู้ประกอบการมาเลเซียว่า บริษัทได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานและธุรกิจในประเทศมากกว่า 80 แห่ง ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการลงทุนด้านเทคโนโลยีเข้ากับห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น
ความร่วมมือดังกล่าวเปิดโอกาสให้บริษัทมาเลเซียพัฒนาความเชี่ยวชาญ ยกระดับมาตรฐานการทำงาน และเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดโลก โดยผู้ประกอบการท้องถิ่นมีบทบาทในการสร้างมูลค่าเพิ่มควบคู่ไปกับการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
พัฒนาคน 8 แสน ลดช่องว่างเข้าถึง AI
สำหรับการพัฒนาทุนมนุษย์ นายอันวาร์กล่าวว่า แนวคิดมาดานีให้ความสำคัญกับการยกระดับนวัตกรรมควบคู่กับความเป็นธรรมทางสังคม โดยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือปลดล็อกศักยภาพของประชาชน
มาเลเซียจึงต้องทำให้ประโยชน์จาก AI กระจายไปถึงคนในวงกว้าง และป้องกันการเกิดช่องว่างระหว่างกลุ่มที่เข้าถึงเทคโนโลยีกับประชาชนส่วนใหญ่
แผนของ Google ในการยกระดับทักษะชาวมาเลเซีย 800,000 คน จึงมีความสำคัญต่อการเตรียมแรงงานและประชาชนให้พร้อมรับโอกาสใหม่ ทั้งในภาคการศึกษา การทำงาน และการประกอบธุรกิจ โดยข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยระบุว่า จะดำเนินการผ่านโครงการใหม่ 4 โครงการ ระหว่างปี 2570–2574
นายอันวาร์ ยังกล่าวถึงโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อยในการใช้เครื่องมือดิจิทัลขยายธุรกิจออกไปนอกชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่เชื่อมโยงกับการจ้างงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องเติบโตคู่ความมั่นคงน้ำ
นายอันวาร์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากร และสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับทั้งการลงทุนและความต้องการของประชาชน
โครงการระบบน้ำที่ Google สนับสนุนในรัฐเนอเกอรีเซิมบีลัน ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำนอกลำน้ำและโรงผลิตน้ำสะอาด กำลังผลิต 65 ล้านลิตรต่อวัน ช่วยเพิ่มแหล่งน้ำสำรองในฤดูแล้ง บรรเทาความเสี่ยงน้ำท่วม และรองรับการใช้น้ำของชุมชนควบคู่กับดาต้าเซ็นเตอร์





