

KEY
POINTS
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เร่งระดมเงินทุนจากต่างประเทศในรูปแบบเงินให้เปล่า (Grant) เพื่อสนับสนุนการพัฒนากลไกราคาคาร์บอน และเตรียมความพร้อมให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง รองรับการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งวางแผนบังคับใช้ในปี 2570 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593
นายสุชาติกล่าวว่า ธนาคารโลก (World Bank) เป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการระดมทรัพยากรทางการเงิน บุคลากร และองค์ความรู้จากทั่วโลก การได้รับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่าจะช่วยให้ไทยเดินหน้าพัฒนาและบังคับใช้กฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นางดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) เป็นเรื่องสำคัญที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับที่ 3 (NDC 3.0) และเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593
การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องดำเนินการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตามแนวทาง Just Transition โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อแรงงาน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ชุมชน และกลุ่มประชากรเปราะบาง ขณะที่การได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารโลกสะท้อนถึงความสอดคล้องของแนวทางดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของไทยกับทิศทางระดับโลก
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ไทยได้เจรจาทวิภาคีกับนายเจมี เฟอร์กูสสัน (Jamie Fergusson) ผู้อำนวยการด้านภูมิอากาศของธนาคารโลก และนางจูเลีย เอ็ม. เฟรเซอร์ (Julia M. Fraser) ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เพื่อสรุปข้อตกลงรับเงินสนับสนุนแบบให้เปล่ารวมประมาณ 81.6 ล้านบาท หรือ 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับ 2 โครงการ ได้แก่
1. โครงการ Partnership for Market Implementation (PMI)
ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 68 ล้านบาท หรือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อศึกษาการพัฒนาเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing Instruments) รวมถึงออกแบบเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสมกับบริบทของไทย
โครงการนี้มุ่งสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำกลไกดังกล่าวมาใช้ภายใต้กรอบกฎหมายที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต
2. โครงการ Thailand’s Long-Term Climate Strategies (LTS)
ได้รับเงินสนับสนุนประมาณ 13.6 ล้านบาท หรือ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนาและประยุกต์ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจสำหรับวิเคราะห์แนวทางการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของไทย ควบคู่กับการวางแผนการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
ผลจากโครงการจะช่วยให้ไทยมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการจัดลำดับความสำคัญของมาตรการและการลงทุนที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
เร่งพัฒนากลไกการเงิน รับมือความท้าทายสภาพภูมิอากาศ
ดร.พิรุณกล่าวเพิ่มเติมว่า การได้รับเงินสนับสนุนกว่า 80 ล้านบาทเป็นผลจากการทำงานและเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยสะท้อนว่าธนาคารโลกเห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนากลไกทางกฎหมายเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากเงินทุนสำหรับดำเนินโครงการแล้ว ไทยยังมีโอกาสได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาระบบการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายสุชาติย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรมจำเป็นต้องมีกลไกทางการเงินที่ช่วยสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจ การพัฒนาทักษะและอาชีพใหม่ของแรงงาน ตลอดจนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ
เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง