thansettakij
thansettakij
BPP ลุยสร้าง พอร์ตพลังงานสะอาด ชูธุรกิจ BESS ขับเคลื่อนสร้างรายได้ใหม่

BPP ลุยสร้าง พอร์ตพลังงานสะอาด ชูธุรกิจ BESS ขับเคลื่อนสร้างรายได้ใหม่

16 พ.ค. 69 | 10:30 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ค. 69 | 10:31 น.

BPP ลุยสร้างพอร์ตพลังงานสะอาด ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% และดันสัดส่วนกำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินให้เกิน 50 % ภายในปี 2573 ชูระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เป็นเครื่องยนต์หลักสร้างรายได้ใหม่

KEY

POINTS

  • BPP ชูธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เป็นธุรกิจหลักในการขับเคลื่อนรายได้และสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง
  • เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอ BESS ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานสะอาด
  • ตั้งเป้าหมายระยะ 5 ปี (2569-2573) เพิ่มสัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหินให้มากกว่า 50% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20%

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานระดับสากล ตั้งเป้าหมายระยะ 5 ปี(2569-252573) จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 20 % และตั้งเป้าให้สัดส่วน EBITDA จากธุรกิจที่ไม่ใช่ถ่านหิน (Non-coal) เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50 % ของ EBITDA รวมภายในปี 2573 การขับเคลื่อนที่สำคัญจะเป็นการขยายการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และขยายพอร์ตโฟลิโอระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ลุยสร้างพอร์ตพลังงานที่สมดุลและมีความยืดหยุ่น

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP กล่าวว่า จากแนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะจาก AI และ Data Center กำลังผลักดันให้ระบบพลังงานต้องอาศัยทั้งแหล่งผลิตไฟฟ้าที่หลากหลาย และโครงข่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและความยืดหยุ่นสูงขึ้น ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่สมดุลและมีความยืดหยุ่น (Balanced and Resilient Portfolio) ครอบคลุมทั้งพลังงานพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน ภายใต้ ‘Power+’ (กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ของกลุ่มบ้านปู

ปัจจุบันบริษัทได้ลงทุนพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ใน 7 ประเทศ มีกำลังการผลิตที่ทำความตกลงแล้วสำหรับพลังงานหมุนเวียนรวม 673 เมกะวัตต์ และมีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) รวมทั้งหมด 444 เมกะวัตต์ชั่วโมง

วางตำแหน่ง BESS ธุรกิจหลักสร้างกระแสเงินสด

ทั้งนี้ บริษัทได้วางตำแหน่งให้ BESS เป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่จะช่วยสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสมํ่าเสมอและให้ผลตอบแทนในระดับที่ดี โดยมุ่งเน้นการลงทุนในโครงการที่สามารถสร้างผลตอบแทนในระดับเลขสองหลัก ผ่านรูปแบบการสร้างรายได้ที่หลากหลาย (Revenue Stacking) ทั้งจากตลาดกำลังการผลิต (Capacity Markets) การทำกำไรจากส่วนต่างราคาไฟฟ้า (Energy Arbitrage) และการให้บริการเสริมแก่ระบบไฟฟ้า (Ancillary Services)

BPP ลุยสร้าง พอร์ตพลังงานสะอาด ชูธุรกิจ BESS ขับเคลื่อนสร้างรายได้ใหม่

สำหรับขอบเขตการดำเนินงานนั้น กลุ่ม Power+ จะครอบคลุมการจัดการพอร์ตโฟลิโอ BESS ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ปัจจุบันบริษัทอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ BESS เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดและเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ที่มั่นคงควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายของกลุ่มบริษัทในอนาคต

ล่าสุดได้ลงทุนโครงการ BESS ในญี่ปุ่นเพิ่มอีก 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการฮิโยชิบารุ (Hiyoshibaru) จังหวัดโออิตะ (Oita) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 20 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 80 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการนิกโกะ (Nikko) จังหวัดโทจิงิ (Tochigi) มีขนาดกำลังไฟฟ้า 40 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 160 เมกะวัตต์ชั่วโมง เพื่อเสริมเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า และต่อยอดพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่หลากหลายและยืดหยุ่นสอดคล้องกับตลาด BESS ญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 13.2% พร้อมตั้งเป้าขยายความจุพลังงานรวมในญี่ปุ่นเป็น 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ภายในปี 2573 โดยโครงการ Iwate Tono BESS ความจุ 58 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) หรือคิดเป็น 29 เมกะวัตต์ชั่วโมง ตามสัดส่วนการถือหุ้นของ BPP ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD)ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

เร่งโครงการในญี่ปุ่นเสริมสร้างการเติบโตในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ BESS ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในอนาคต ประกอบด้วยโครงการ Aizu BESS ที่มีกำลังการผลิตรวม 104 เมกะวัตต์ชั่วโมง มีกำหนดการ COD ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2571 ต่อเนื่องด้วยโครงการ Tsuno BESS ที่มีกำลังการผลิตรวม 104 เมกะวัตต์ชั่วโมง และโครงการ Kamigumi-Tokyo BESS ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 8 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยทั้งสองโครงการนี้คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2571

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จินหู เฉียนเฟิง (Jinhu Qianfeng) กำลังการผลิต 120 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ความจุพลังงาน 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่จีนยังเดินหน้าตามแผน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 และยังมีแผนขยายฐานการลงทุนในสหรัฐอเมริกาผ่านโครงการ Megamouth BESS ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นระบบกักเก็บพลังงานขนาด 100 เมกะวัตต์ / 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดยวางเป้าหมาย COD ไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2570เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่มั่นคงในตลาดศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการเสริมแก่ระบบไฟฟ้าอีกด้วย

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,877 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 924 %เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรหลังหักภาษีจากการจำหน่ายสิทธิการลงทุนร้อยละ 25 ใน BKV-BPP ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I & II ในสหรัฐฯ จำนวน 4,653 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,224 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113 % เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน โดยเฉพาะธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น