thansettakij
BPP รุกระบบเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ คาดเดินเครื่อง ไตรมาส 4/70

BPP รุกระบบเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ คาดเดินเครื่อง ไตรมาส 4/70

02 ก.พ. 2569 | 09:58 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 09:59 น.

BPP เดินเกมรุกสหรัฐฯ ทุ่ม 90 ล้านดอลลาร์ ลงทุนโครงการ BESS ขนาด 100 MW ในเท็กซัส เจาะตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT ที่เติบโตเร็วและผันผวนสูง ชูโมเดลทำเงิน Energy Arbitrage–Ancillary Services รับดีมานด์ Data Center เสริมพอร์ต Power+ หนุนกระแสเงินสดและเป้าหมายลดคาร์บอนระยะยาว

KEY

POINTS

  • BPP ผ่านบริษัทย่อย เข้าลงทุนในโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) Megamouth ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 90 ล้านดอลลาร์
  • โครงการมีขนาดกำลังการผลิต 100 เมกะวัตต์ และความจุ 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2570
  • การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การขยายธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ และปรับพอร์ตสู่สินทรัพย์คาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างรายได้ในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT ที่มีความต้องการสูง

บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา Banpu Power US Corporation (BPPUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100% ได้ลงนาม ในสัญญาซื้อสัดส่วนความเป็นเจ้าของ (Membership Interest Purchase Agreement หรือ MIPA) กับ Grid Connected Infrastructure, LLC

เพื่อเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ใน GCI Megamouth, LLC ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของ โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Megamouth โดยมูลค่าการเข้าซื้อสัดส่วนความเป็นเจ้าของ หรือMembership Interest จำนวน 4 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 124 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา และคาดว่าจะมีความพร้อมในการเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 3/2569 โดยมีขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานไฟฟ้า 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 90 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 2,799 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้ในไตรมาส 4/2570

การเข้าลงทุนครั้งนี้เป็นการขยายธุรกิจไฟฟ้าของบริษัทฯ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และสอดคล้องกับกลยุทธ์การ ปรับพอร์ตการลงทุนสู่สินทรัพย์ที่ลดการปล่อยคาร์บอนควบคู่กับการสร้างกระแสเงินสดที่ยั่งยืน การลงทุนในโครงการ ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) นี้สะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและ สนับสนุนเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนของบริษัทฯ

บริษัทฯ ขอรับรองว่าการเข้าทำรายการในครั้งนี้ไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน และไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องรายงานการ ได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนแต่ประการใด

นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BPP กล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้ช่วยเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บ ไปจนถึงการซื้อขายไฟฟ้า เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าที่กำลังก้าวสู่ภูมิทัศน์พลังงานยุคใหม่อย่างรวดเร็ว

โมเดลสร้างรายได้ที่หลากหลาย เช่น ซื้อไฟช่วงราคาต่ำ–ขายช่วงราคาสูง (Energy Arbitrage) และบริการเสริมที่สนับสนุนเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Ancillary Services) รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้าน Energy Trading เพื่อความยืดหยุ่นในการสร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ทั้งการให้บริการแก่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และธุรกิจเชิงพาณิชย์

BPP ผู้ผลิตพลังงานระดับสากล เดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนในสหรัฐฯ ด้วยการเข้าลงทุนในโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เมกะเมาท์ (Megamouth Battery Energy Storage System: BESS) ผ่านบริษัทลูก Banpu Power US Corporation (BPPUS) มูลค่าประมาณ 90 ล้านดอลลาร์ หรือเทียบเท่า 2,799 ล้านบาท

โดยตั้งอยู่ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส (Houston, Texas) ซึ่งเป็นตลาด BESS ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 และเติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ โครงการนี้มีขนาดกำลังไฟฟ้า 100 เมกะวัตต์ และความจุพลังงาน 200 เมกะวัตต์ชั่วโมง เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ CenterPoint Energy ผู้ให้บริการระบบสายส่งหลักในเมืองฮิวสตัน

ทั้งนี้ ระบบกักเก็บพลังงานดังกล่าวจะดำเนินการจำหน่ายและส่งไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4/2570

การลงทุนครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายใต้ ‘Power+’ (ไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักภายหลังการควบบริษัทกับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) พร้อมเติมเต็มห่วงโซ่ธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้า การกักเก็บ ไปจนถึงการซื้อขายไฟฟ้า เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดไฟฟ้าที่กำลังก้าวสู่ภูมิทัศน์พลังงานยุคใหม่อย่างรวดเร็ว

ตลาดไฟฟ้าเสรี ERCOT เป็นหนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่มีการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าสูงที่สุดในสหรัฐฯ โดยคาดว่าความต้องการไฟฟ้าของสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อน (เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม) อาจเพิ่มขึ้น 70% ภายในปี 2574 แตะระดับประมาณ 143 กิกะวัตต์ ท่ามกลางสภาพราคาพลังงานที่ผันผวนจากสภาพอากาศแปรปรวน และสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกันระบบไฟฟ้าใน ERCOT ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ที่มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจากภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล

รวมถึงการที่ ERCOT ยังไม่มีกลไกตลาด Capacity Market ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยให้มีไฟฟ้าสำรองเพียงพอในช่วงที่มีความต้องการสูง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ ERCOT เป็นหนึ่งในตลาดไฟฟ้าที่เผชิญความท้าทาย ด้านการจัดการระบบไฟฟ้าสูงกว่าหลายตลาดในสหรัฐฯ

ตลาด ERCOT กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของระบบพลังงานสหรัฐฯ ทำให้ BESS กลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาเสริมเสถียรภาพและความยืดหยุ่นให้กับโครงข่ายไฟฟ้า BPP เล็งเห็นโอกาสเชิงกลยุทธ์นี้จึงตัดสินใจเข้าลงทุนโครงการ BESS ในสหรัฐฯ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) พร้อมเปิดโอกาสในการให้บริการธุรกิจที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เช่น ธุรกิจศูนย์ข้อมูลและธุรกิจเชิงพาณิชย์ รวมถึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านการซื้อขายไฟฟ้าในสหรัฐฯ ผ่าน BPPUS ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารโครงการเพื่อความยืดหยุ่นในการสร้างรายได้ที่มั่นคง

ตลอดจนการดูแลรักษาระบบให้เสถียร เตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินธุรกิจในห่วงโซ่คุณค่าพลังงานอย่างครบวงจรในอนาคต ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงาน ความร้อน พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และการซื้อขายไฟฟ้า (Energy Trading) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มบ้านปูในตลาดพลังงานโลกอย่างมั่นคง

โครงการ BESS นี้จะสร้างรายได้หลักจากโมเดลธุรกิจ Energy Arbitrage ซื้อไฟช่วงราคาต่ำ–ขายช่วงราคาสูง และ Ancillary Services บริการเสริมที่สนับสนุนเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า[3] รองรับสถานการณ์ความผันผวนของระบบไฟฟ้าใน ERCOT พร้อมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์จาก Investment Tax Credit (ITC) ประมาณ 40% ของมูลค่าการลงทุน

การลงทุนในสินทรัพย์พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ไม่เพียงสอดรับกับทิศทางความต้องการของพลังงานในอนาคต แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตธุรกิจ BESS ภายใต้ธุรกิจ ‘Power+’ ของกลุ่มบ้านปู ที่พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวและตอบโจทย์เป้าหมาย Decarbonization ของบริษัท