thansettakij
thansettakij
กกพ.จ่อคลอด ไฟฟ้าสีเขียว UGT2 ค่าไฟบวกค่าบริหารจัดการ 5 ส.ต./หน่วย ดึงลงทุนต่างชาติ

กกพ.จ่อคลอด ไฟฟ้าสีเขียว UGT2 ค่าไฟบวกค่าบริหารจัดการ 5 ส.ต./หน่วย ดึงลงทุนต่างชาติ

19 เม.ย. 69 | 09:51 น.
อัปเดตล่าสุด :19 เม.ย. 69 | 09:53 น.

กกพ.จ่อคลอดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว UGT2 แบบเจาะจงที่มา ภายในเม.ย.นี้ หวังดึงกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ บวกค่าบริหารจัดการ ราว 5 สตางค์ต่อหน่วย ที่ซื้อไฟฟ้าจากโครงการจัดหาไฟฟ้าสีเขียวเฟส 1 ราว 4,852 เมกะวัตต์ หลังปิดดีล UGT1 ยอดจองพุ่งรับปี 2569

KEY

POINTS

  • กกพ. เตรียมประกาศใช้อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว (UGT 2) ที่มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสร้างใหม่ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์
  • โครงสร้างราคา UGT 2 จะเป็นอัตราคงที่ (Fixed Rate) และมีการบวกค่าบริหารจัดการเพิ่ม 5 สตางค์ต่อหน่วย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้
  • ค่าบริหารจัดการ 5 สตางค์ต่อหน่วย ใช้สำหรับบริหารจัดการพอร์ตไฟฟ้า ตรวจสอบแหล่งที่มา และออกใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (REC) แบบเฉพาะเจาะจง โดยไม่กระทบค่าไฟของประชาชนทั่วไป

จากที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีนโยบายขับเคลื่อนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรและประเทศ และส่งเสริมการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์อัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ต้องการสำแดง (Declare) การใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว

ภายใต้โครงสร้างกิจการไฟฟ้าแบบ Enhanced Single Buyer (ESB) โดยให้อัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวสะท้อนต้นทุนการ ให้บริการตามหลักความได้สัดส่วน และหลักผู้ได้รับประโยชน์เป็นผู้จ่าย เพื่อลดภาระในการส่งเสริมไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy: RE) ของระบบไฟฟ้าในระยะยาวนั้น

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ. เตรียมที่จะออกประกาศอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มา หรือ UGT2 ภายในเดือนเมษายน 2569 นี้ เพื่อให้ทันต่อแผนการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่เตรียมปักหมุดฐานข้อมูลในประเทศไทย ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียว โดยโครงสร้างราคาของ UGT2 จะมีความแตกต่างจาก UGT1 (แบบไม่เจาะจงที่มาจากโรงไฟฟ้าพลังนํ้า 7 แห่งของ กฟผ.) อย่างชัดเจน

กกพ.จ่อคลอด ไฟฟ้าสีเขียว UGT2 ค่าไฟบวกค่าบริหารจัดการ 5 ส.ต./หน่วย ดึงลงทุนต่างชาติ

เนื่องจากเป็นการรวบรวมพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสร้างใหม่ (New RE) ที่มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสร้างใหม่ (New RE) ทั้งในส่วนของโซลาร์ฟาร์มและพลังงานลมจากโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ระยะที่ 1 กว่า 4,852 เมกะวัตต์ ซึ่งจะคิดค่าไฟฟ้าในรูปแบบอัตราคงที่ (Fixed Rate) เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้อย่างแม่นยำ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ยังมีความผันผวน

ทั้งนี้ โครงสร้างค่าไฟฟ้า UGT2 จะมีการบวกค่า บวกค่าบริหารจัดการพอร์ตของ 3 การไฟฟ้า Administrative Charge (Retail) ที่ระดับ 0.05 บาทต่อหน่วย เนื่องจาก UGT2 เป็นการจับคู่ระหว่างความต้องการใช้ไฟฟ้ากับแหล่งผลิตจากโรงไฟฟ้าใหม่หลายแห่ง การไฟฟ้าจึงต้องมีค่าใช้จ่ายในการบริหารสมดุลของพลังงานในพอร์ต

อีกทั้งต้องมีค่าดำเนินการด้านเอกสารและระบบ ที่ครอบคลุมการจัดทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว การตรวจสอบแหล่งที่มา และการออกใบรับรอง REC แบบเฉพาะเจาะจงโรงไฟฟ้า ซึ่งค่า Administrative Charge (Retail) ถือเป็นค่าบริการคงที่ ที่บวกเพิ่มเข้าไปในโครงสร้างราคาขายปลีก เพื่อให้การไฟฟ้า (กฟผ. กฟน. และกฟภ.) ใช้เป็นงบประมาณในการดำเนินงานส่วนนี้โดยไม่ไปเบียดบังต้นทุนค่าไฟปกติของประชาชน

 “UGT2 เป็นอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวแบบเจาะจงแหล่งที่มาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ (ประเภท 4 และ 5) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไฮเทคและดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) จากต่างประเทศที่ต้องการสัญญาระยะยาว 10-25 ปี ซึ่งการกำหนดค่า Administrative Charge (Retail) ไม่เพียงแต่สะท้อนต้นทุนในการบริหารจัดการความผันผวนของพลังงานสะอาดผ่านระบบโครงข่ายอัจฉริยะ แต่ยังครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตาม ตรวจสอบ และออกใบรับรอง REC แบบเฉพาะเจาะจงที่ต้องมีความโปร่งใสระดับสูงสุดตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นจุดขายหลักที่ UGT2 มอบให้แก่ผู้ใช้บริการ”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม อัตราค่าไฟฟ้า UGT2 จะมีอัตราสูงกว่า UGT1 เพียงเล็กน้อย โดยจะผลักดันให้เกิดตลาดไฟฟ้าสีเขียวทั้งสองรูปแบบขนานกันไป โดย UGT1 เน้นความคล่องตัวและราคาประหยัด จากการบวกค่า “Premium” ที่ปัจจุบันลดลงเหลือ 0.0375 บาทต่อหน่วย และ UGT2 ที่เน้นความมั่นคงและเจาะจงแหล่งที่มาจากค่าบริหารจัดการเพียง 5 สตางค์ต่อหน่วย โดยไม่มีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าทั่วไป แต่จะเป็นการสร้างรายได้ใหม่ให้กับรัฐผ่านการขายใบรับรอง REC และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดที่จะพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริง

ส่วนการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว UGT1 ทางการไฟฟ้าได้เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพิ่มเติม กดจองพลังงาน และเลือกปริมาณพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม -10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมาพบว่ามีการตอบรับอย่างดี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบยอดจองดังกล่าว เนื่องจากเป็นการเปิดรับในรูปแบบ “สองก่อนได้ก่อน” (First-Come-First-Served) ซึ่งจากการเปิดดำเนินการตั้งแต่ช่วงครึ่งปี 2568 พบว่า ภาคธุรกิจ เข้ามาใช้บริการถึง 41 ราย และมีการใช้ไฟฟ้าจริงไปแล้วกว่า 142 ล้านหน่วย ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังนํ้าทั้งหมด 7 แห่ง มีปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้รวม 1,329 ล้านหน่วยต่อปี