
ชำแหละงบประมาณช่วยตรึงค่าไฟ 3.88 บาทแต่ละกลุ่ม ต้องใช้เท่าไหร่
ชำแหละงบประมาณช่วยตรึงค่าไฟ 3.88 บาทต่อหน่วยแต่ละกลุ่ม ต้องใช้เงินเท่าไหร่ เช็คที่นี่ ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้ทั้งหมดแล้ว
KEY
POINTS
- หากรัฐบาลต้องการตรึงค่าไฟไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่ม จะต้องใช้งบประมาณช่วยเหลือประมาณ 4,600-5,000 ล้านบาท
- การช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้ไฟประมาณ 80% ของประเทศ จะใช้งบประมาณราว 1,000 ล้านบาท
- สาเหตุที่ต้องใช้งบประมาณช่วยเหลือ เนื่องจาก กกพ. เสนอแนวโน้มค่าไฟงวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.) ซึ่งทุกแนวทางเป็นการปรับขึ้นจากเดิม โดยแนวทางที่ต่ำที่สุดคือ 3.95 บาทต่อหน่วย
ค่าไฟหน่วยละกี่บาทงวดพ.ค.-ส.ค. 69 เป็นที่จับตาอย่างมาก หลังจากที่เกิดสงครามตะวันออกกลาง เพราะมีผลทำให้ราคาพลังงานของโลก ทั้งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลว หรือแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการผลิตไฟฟ้าปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
ล่าสุดดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค. 69 ไว้ 3 แนวทาง เพื่อเปิดรับฟังความเห็นของประชาชนทางเว็ปไซต์กกพ. วันที่ 25-31 มีนาคม 2569 จากนั้นจะสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป ประกอบด้วย
- ค่า Ft 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ.35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย ทั้งหมดภายในเดือนเมษายน 2569 เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไม่รวมภาษีมลค่าเพิ่มเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 18% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย
- ค่า Ft 29.66 สตางค์ต่อหน่วย กฟผ. รับภาระต้นทุน AF กฟผ. เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐานจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 5% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย
- ให้ กฟผ รับภาระต้นทน AF คงค้างสะสมจํานวน 35,928 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย ไว้แทนประชาชนก่อน และให้ กกพ. นําเงินเรียกคีนผลประโยชน์ส่วนเกินที่การไฟฟ้าเก็บรักษาไว้ (Claw back) ทั้งหมด 9,472 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.43 สตางค์/หน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก เมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้น 2% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจูบัน หรือประมาณ 200 บาทต่อครัวเรือน
ทั้ง 3 แนวทางที่ กกพ. นำเสนอถือว่าเป็นการปรับขึ้นค่าไฟงวดพ.ค.-ส.ค. 69 ทั้งหมด จากงวดปัจจุบันที่ประชาชนจ่ายอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานประกาศว่า จะพยายามใช้ทุกกลไกเพื่อตรึงค่าไฟไว้ที่ระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย
จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” เกี่ยวกับแนวทางความเป็นไปได้ในการตรึงค่าไฟไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ และต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่
ใช้ 5,000 ล้านบาทตรึงค่าไฟ
ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า หากรัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาค่าไฟให้อยู่ในระดับ 3.88 บาทต่อหน่วย หรือ 7 สตางค์ต่อหน่วยต่อไปจากกรณีค่าไฟต่ำสุดที่ 3.95 บาทต่อหน่วย ต้องใช้วงเงินประมาณ 4,600-5,000 ล้านบาทนั้น หรือหน่วยละประมาณ 700 ล้านบาท รัฐบาลต้องใช้มาตรการทางการเงินเข้ามาช่วย ส่วนจะแนวทางใดอยู่ที่รัฐบาลจะดำเนินการ
3,000 ล้านบาทช่วยกลุ่มเปราะบาง
ดร.พูลพัฒน์ ยังมีการประเมินว่าอาจสามารถช่วยได้ในกลุ่มเปราะบาง 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ซึ่งมีประมาณ 14 ล้านครัวเรือน ต้องใช้เงิน 333 ล้านบาท
และกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วย ประมาณ 17 ล้านครัว ต้องใช้เงินประมาณ 545 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 4 เดือน
ซึ่งคนทั้ง 2 กลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 80% ของผู้ใช้ไฟทั้งประเทศ จะใช้เงินเพียงแค่ประมาณ 1,000 ล้านบาท






