

KEY
POINTS
ในช่วงที่ต้นทุนพลังงานและการจัดการทรัพยากรกลายเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจ "ศูนย์การค้า" ไม่ได้เผชิญเพียงการแข่งขันด้านผู้เช่าและผู้ใช้บริการ แต่ยังต้องบริหารต้นทุนในระบบที่ใช้พลังงานจำนวนมากในแต่ละวัน
แนวคิดของซีคอนสแควร์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ แต่เริ่มขยายไปสู่การจัดการพลังงานและทรัพยากรในภาพรวม โดยมีจุดเริ่มต้นจาก “ป้ายรถเมล์ติดแอร์” ซึ่งกลายเป็นต้นทางของการเปลี่ยนแปลงในระดับระบบ
แนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่ผู้บริหารมีโอกาสไปดูงานที่ดูไบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขึ้นจากทะเลทราย และมีสภาพอากาศร้อนคล้ายกับประเทศไทย
โดย ดร.พรต ซอโสตถิกุล รองกรรมการผู้จัดการ สำนักปฏิบัติการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า ในระหว่างการเดินชมเมือง ได้พบป้ายรถเมล์ที่มีระบบปรับอากาศ จึงเกิดความคิดว่า หากสามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาปรับใช้ในประเทศไทยได้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผู้โดยสารได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกลับมาศึกษาความเป็นไปได้ พบอุปสรรคสำคัญก็คือ "ค่าไฟ"
เนื่องจากการติดตั้งเครื่องปรับอากาศต้องใช้กำลังสูงระดับ 5-6 หมื่น BTU และต้องเปิดใช้งานทุกวันตลอดช่วงกลางวัน ส่งผลให้ต้นทุนในระยะยาวสูง ไม่สามารถให้ศูนย์การค้าแบกรับได้ในช่วงเวลา 30-50 ปี โครงการจึงต้องชะลอไว้ก่อน ต่อมา มีบริษัทที่นำเข้าเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามานำเสนอ ทำให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ โดยใช้พลังงานโซลาร์เป็นแหล่งพลังงานหลัก เปิดใช้งานในช่วงกลางวันที่มีแสงแดด และใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ช่วยเสริมในบางช่วง เช่น ตอนเย็นหรือวันที่ฝนตก
โครงการจึงสามารถเดินหน้าต่อได้ และเริ่มทดลองใช้งานที่ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศที่ยังใช้พลังงานจากก๊าซหรือเชื้อเพลิงอื่น
ในช่วงเริ่มต้นมีการทดลองและปรับปรุงหลายครั้ง โดยเพิ่มจำนวนเครื่องปรับอากาศจาก 1 เครื่อง เป็น 2 และ 3 เครื่อง เพื่อให้เพียงพอกับโครงสร้างป้ายที่เป็นกระจกโดยรอบ ซึ่งต้องคำนึงถึงทั้งความโปร่งใสและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
นอกจากระบบปรับอากาศ ยังมีการเพิ่มฟังก์ชันเพื่อรองรับผู้โดยสารระหว่างรอรถ เช่น จุดบริการน้ำดื่ม ซึ่งมีแนวคิดมาจากวิถีในอดีตที่มีน้ำให้บริการหน้าบ้าน เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้โดยไม่ต้องเข้าไปซื้อในศูนย์การค้า การออกแบบที่นั่งภายในป้ายยังคำนึงถึงการใช้งานจริง โดยออกแบบให้สามารถนั่งได้แต่ไม่สามารถนอนได้ เพื่อป้องกันการใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์
ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้ง WiFi ฟรี ระบบชาร์จอุปกรณ์ผ่าน USB รวมถึงระบบแสดงข้อมูลรถโดยสารแบบเรียลไทม์ผ่าน GPS เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถติดตามการเดินทางได้
ด้านความปลอดภัย มีการติดตั้งปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินที่สามารถกดใช้งานได้ทันที พร้อมระบบสัญญาณเตือน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมถึงบุรุษพยาบาลที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งภายในและภายนอกที่บันทึกข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเก็บข้อมูลย้อนหลังได้ประมาณ 30 วัน เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับป้ายรถเมล์ คือถ้ามีอะไรใหม่ๆ แล้วทำให้ชีวิตคน หรือว่าผู้มาใช้บริการ สะดวกสบายมากขึ้น ก็ยินดี เพราะเป็นสิ่งที่ดี คนที่มาใช้บริการ 100% คือลูกค้า หรือแม้กระทั่งพนักงานของเรา หรือว่าพนักงานร้านค้า เราทำธุรกิจพอมีกำไร ก็อยากจะคืนบางส่วนให้กับ.ให้กับชุมชนที่เราอยู่
จากแนวคิดการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในระดับจุดใช้งานอย่างป้ายรถเมล์ติดแอร์ แนวทางดังกล่าวถูกต่อยอดไปสู่การจัดการพลังงานในระดับศูนย์การค้า ซึ่งเป็นระบบที่มีการใช้ไฟฟ้าในปริมาณสูง โดยเฉพาะระบบปรับอากาศที่เป็นต้นทุนหลักของอาคารขนาดใหญ่
อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือการติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาศูนย์การค้า ซึ่งซีคอนถือเป็นหนึ่งในศูนย์การค้าแรกๆ ของประเทศไทยที่นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในระดับขนาดใหญ่ และในช่วงเริ่มต้นถือเป็นหนึ่งในโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมถึงอยู่ในระดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยกำลังการผลิต 5 เมกะวัตต์ โครงการดังกล่าวเปิดใช้งานมาแล้วประมาณ 5 ปี โดยมีมูลค่าการลงทุนเริ่มต้น 165 ล้านบาท และสามารถคืนทุนได้แล้วในปัจจุบัน
มีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยใน Phase 2 เพิ่มกำลังการผลิตอีก 1 เมกะวัตต์ รวมเป็น 6 เมกะวัตต์ และใน Phase 3 เพิ่มอีก 1.5 เมกะวัตต์ รวมเป็น 7.5 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยลดค่าไฟของศูนย์การค้าได้ประมาณ 18% แม้ตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่สูง แต่ในระดับศูนย์การค้าถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดในประเทศไทย โดยไม่มีโครงการอื่นที่มีสัดส่วนการลดค่าไฟได้สูงกว่า
ในช่วงเริ่มต้นของโครงการ เทคโนโลยีโซลาร์ยังถือว่าใหม่ ทำให้ต้องมีการศึกษาและเปรียบเทียบจากหลายประเทศ ทั้งในส่วนของแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของอุปกรณ์ เนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาว หากเลือกอุปกรณ์ที่ไม่มีคุณภาพ อาจกลายเป็นภาระในอนาคต
สำหรับโครงการที่ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ มีกำลังการผลิตรวม 7.5 เมกะวัตต์ ขณะที่โครงการที่ซีคอนบางแค เริ่มต้นที่ประมาณ 3.5 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการขยายเพิ่มอีก 1 เมกะวัตต์ รวมเป็น 4.5 เมกะวัตต์ เมื่อรวมทั้งสองโครงการ ปัจจุบันสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้สะสมแล้วประมาณ 239 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อโครงการในระยะถัดไปแล้วเสร็จ
เฟสใหม่ตอนนี้คืบหน้าได้บริษัทแล้ว ก็กำลังกำลังก่อสร้างอยู่ที่ซีคอนบางแค เพราะฉะนั้นผมอยากจะเชิญชวนทุกคนที่มีอาคารติดไปเลยโซลาร์ดีอยู่แล้ว ยังไงคืนทุนชัดเจนอยู่แล้ว
การลงทุนในพลังงานแสงอาทิตย์ยังถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีความชัดเจนด้านการคืนทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์สงคราม หรือราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีโซลาร์มีการพัฒนาในอัตราที่ช้าลงเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการล้าสมัยในระยะสั้น และมีแนวโน้มคืนทุนเร็วขึ้น จากเดิมประมาณ 5 ปี อาจลดลงเหลือ 4 ปี หรือ 3 ปี ขึ้นอยู่กับราคาค่าไฟในแต่ละช่วง
โซลาร์จริงๆ พัฒนามาในระดับหนึ่งแล้ว ไม่เหมือนรถ EV ถ้าถามผมว่าควรซื้อรถ EV ไหม ผมว่าอย่าเพิ่งซื้อ เพราะแบตเตอรี่ยังพัฒนาต่อเนื่อง แต่ว่าแผงโซลาร์ กำลังวัตต์อาจจะเพิ่มขึ้น แต่ว่าในอัตราที่ช้าลง เพราะฉะนั้นผมว่าเหมาะแก่การลงทุน
ในมุมของการบริหารต้นทุน ผู้บริหารระบุว่า ค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยที่ธุรกิจต้องควบคุมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ขณะที่บางรายการ เช่น ค่าแรงพนักงาน ไม่สามารถปรับลดได้ง่าย สำหรับศูนย์การค้า ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่หลายชั้นและมีการใช้พลังงานสูง ค่าไฟฟ้าจึงเป็นต้นทุนหลัก โดยเฉพาะระบบปรับอากาศที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60-70% ของค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด
แนวทางการลดต้นทุนเริ่มจากการปรับเปลี่ยนระบบแสงสว่างจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็น LED ทั้งระบบ แม้จะช่วยลดค่าไฟได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ต้นทุนหลัก จึงนำไปสู่การลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์
ปัจจุบัน แนวทางการติดตั้งโซลาร์ยังขยายไปยังพื้นที่อื่น เช่น ลานจอดรถ โดยใช้โครงสร้างแผงโซลาร์เป็นหลังคาเพื่อบังแดดให้กับรถยนต์ ขณะเดียวกันก็สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม พลังงานแสงอาทิตย์มีข้อจำกัดด้านความเสถียร เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เช่น เมฆ ฝน หรือฝุ่น ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า ทำให้ต้องมีการดูแลรักษา เช่น การล้างแผงโซลาร์เซลล์ปีละ 3-4 ครั้ง
แผงโซลาร์ที่เลือกใช้งานมีการรับประกันระยะยาวประมาณ 30 ปี โดยหลังจากระยะเวลาดังกล่าวยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 85% ของประสิทธิภาพเดิม ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีแผงโซลาร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีกำลังผลิตต่ำกว่า 400 วัตต์ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 600 วัตต์ ทำให้มีทางเลือกในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ก่อนครบอายุการใช้งาน
แผงที่ถอดออกยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ เช่น การบริจาคให้ภาคเกษตรเพื่อนำไปใช้สูบน้ำ หรือใช้ในพื้นที่ชนบทที่ต้องการพลังงานไฟฟ้า นอกจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซีคอนยังศึกษาแนวทางอื่นเพิ่มเติม เช่น การใช้ก๊าซ LPG หรือ NGV เพื่อผลิตไฟฟ้าในช่วงพีค รวมถึงการติดตั้งระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อบริหารโหลดไฟฟ้า
รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการระบบปรับอากาศ โดยใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติและ AI ในการปรับอุณหภูมิและการทำงานของระบบชิลเลอร์แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
เราศึกษาหลายอย่างเดิมทีก็ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแก๊ส LPG หรือ NGV มาปั่นไฟ แล้วก็เอามาใช้ช่วงที่ ช่วงพีคคือเป็นช่วงตอนเย็นที่ราคาค่าไฟสูง เพื่อจะลดค่าไฟ รวมถึงถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เพื่อจะลดพีคลงมา เพราะพีคถ้าโดนไป 1 วันคูณ 30 วัน ก็เป็นเงินที่ค่อนข้างเยอะ รวมถึงมีบริษัทที่ร่วมกันกับทางด้านสิงคโปร์เอา Know-how มา แล้วก็มาติดตั้งกับตัวชิลเลอร์ ผลิตแอร์ในอาคาร ที่บางแคประหยัดได้พอสมควร ก็อาจจะต้องปรับปรุงเรื่องคูลลิ่งทาวเวอร์ เรื่องชิลเลอร์ อุปกรณ์ต่างๆ ให้ได้มาตรฐาน เพราะศูนย์ก็เปิดมา 30 กว่าปีแล้ว ก็ต้องมีการพัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ
Zero Waste พลิกต้นทุนขยะ 20,000 ตัน สู่ศูนย์การค้าปลอดขยะ
นอกจากการบริหารต้นทุนพลังงาน อีกหนึ่งต้นทุนสำคัญของศูนย์การค้าคือ “ขยะ” ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทุกวันจากทั้งร้านค้า ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการภายในพื้นที่
สำหรับซีคอนสแควร์และซีคอนบางแค ปริมาณขยะรวมอยู่ที่ประมาณ 20,000 ตันต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขในระดับที่สูง และต้องเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ โดยมีต้นทุนการจัดการประมาณ 1,000 บาทต่อหนึ่งตัน ทำให้เฉพาะขยะจากทั้งสองศูนย์ กรุงเทพมหานครต้องรับภาระค่าใช้จ่ายราว 20 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอัตราค่าบริการใหม่
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงมาจากการที่มีการเสนอให้ศึกษาแนวทางการจัดการขยะใหม่ ส่งผลให้เกิดการปรับระบบตั้งแต่ต้นทาง โดยเริ่มจากการแยกขยะอย่างจริงจัง
ขยะจากศูนย์อาหารและร้านอาหารถูกแยกเป็นขยะเปียก ขณะที่ขยะแห้งถูกนำมาคัดแยกอีกครั้งเพื่อจำแนกว่าส่วนใดสามารถขายได้ และส่วนใดต้องนำไปเข้าสู่กระบวนการจัดการต่อ
จากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันซีคอนสแควร์และซีคอนบางแคสามารถดำเนินการในรูปแบบ Zero Waste ได้สำเร็จ โดยไม่มีขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ แม้จะเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานวันละ 70,000-100,000 คน
ในกระบวนการจัดการ ขยะอาหารที่แยกออกมาจะถูกนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น ฟาร์มปลาในพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการวัตถุดิบในปริมาณมาก ทำให้สามารถลดปริมาณขยะลงได้เกือบครึ่งหนึ่งตั้งแต่ขั้นตอนแรก ขยะที่สามารถรีไซเคิลได้ เช่น พลาสติก กระดาษ หรือกล่องบรรจุภัณฑ์ จะถูกจำหน่ายต่อให้ผู้รับซื้อโดยตรงภายในพื้นที่
ส่วนขยะที่ไม่สามารถขายได้ จะถูกนำไปอัดเป็นก้อนเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse Derived Fuel) ซึ่งถูกส่งต่อไปยังโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานปูน เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานในการผลิต
การจำหน่าย RDF ยังได้รับแรงจูงใจจากนโยบายภาครัฐที่ให้เครดิตทางภาษีแก่ผู้ประกอบการที่นำขยะมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้เกิดตลาดรองรับในเชิงอุตสาหกรรม
จากระบบดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณขยะที่ต้องจัดการลดลงจาก 20,000 ตันต่อปี เหลือศูนย์ และในขณะเดียวกัน ต้นทุนการจัดการขยะของศูนย์การค้าซึ่งเดิมอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาทต่อปีต่อแห่ง ก็ลดลงเหลือศูนย์เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการภายในศูนย์เป็นหลัก โดยใช้เวลานาน 1-2 ปีในการสร้างความเข้าใจ และปรับพฤติกรรมการจัดการขยะ
มีการกำหนดขั้นตอนการแยกขยะอย่างเข้มงวด เช่น การตรวจสอบขยะก่อนทิ้ง และการจัดหาอุปกรณ์รองรับให้กับร้านค้า รวมถึงการสร้างแรงจูงใจผ่านรางวัลและการยอมรับ เช่น การมอบประกาศนียบัตรจากหน่วยงานภาครัฐ
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วม และสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติตามระบบ ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น เขตในกรุงเทพมหานคร โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย รวมถึงศูนย์การค้าอื่นที่เข้ามาศึกษาดูงานและนำไปปรับใช้ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลและแนวทางดำเนินงานอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถต่อยอดและพัฒนาได้ในวงกว้าง
ในมุมของการบริหารจัดการทรัพยากร ขยะบางส่วนยังถูกนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น การนำหลอดพลาสติกที่ผ่านการทำความสะอาดมาตัดและบรรจุเป็นหมอน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนและผู้สูงอายุ ขณะเดียวกัน ยังมีการติดตั้งเครื่องรับคืนบรรจุภัณฑ์ เช่น กระป๋อง เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง