thansettakij
thansettakij
ทักษะสีเขียวพุ่งแรง ไทยขยับผ่านราชกิจจาฯ รีเซ็ตตลาดแรงงาน

ทักษะสีเขียวพุ่งแรง ไทยขยับผ่านราชกิจจาฯ รีเซ็ตตลาดแรงงาน

08 เม.ย. 69 | 05:45 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 05:56 น.

ตลาดแรงงานโลกปี 2026 เผชิญแรงกดดันจากวิกฤตภูมิอากาศและเทคโนโลยีเร่งตัว ดันทักษะสีเขียวกลายเป็นทักษะพื้นฐาน ขณะที่ความต้องการแรงงานเพิ่มเร็วกว่ากำลังคนอย่างมีนัยสำคัญ ด้านไทยประกาศราชกิจจาฯ กำหนดทักษะแห่งอนาคต สะท้อนทิศทาง “รีเซ็ตตลาดแรงงาน” รองรับเศรษฐกิจสีเขียว

KEY

POINTS

  • ตลาดแรงงานโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดย "ทักษะสีเขียว" (Green Skills) ได้เปลี่ยนสถานะจากทักษะเฉพาะทางมาเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็น เนื่องจากความต้องการแรงงานด้านนี้เติบโตเร็วกว่าอุปทานเกือบสองเท่า
  • ประเทศไทยได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดทักษะที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายเพื่อ "รีเซ็ต" ตลาดแรงงานให้สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจใหม่
  • ประกาศดังกล่าวได้กำหนด 2 บทบาทอาชีพใหม่ที่เป็นที่ต้องการสูงในตลาด ได้แก่ "ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน" และ "ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์" เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจในยุค Net Zero

วันที่ 8 เมษายน 2569 ตลาดแรงงานโลกในปี 2026 กำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากสองแรงขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ การเร่งตัวของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือการเปลี่ยนสถานะของ “ทักษะสีเขียว” (Green Skills) จากเดิมที่เคยเป็นเพียงทักษะทางเลือก หรือทักษะเฉพาะทาง (Niche) สู่การเป็น “ทักษะพื้นฐาน” (Mainstream) ที่จำเป็นต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความเคลื่อนไหวในปีนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย กำลังเร่งจัดการกับ “ช่องว่างของทักษะ” (Skills Gap) ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เมื่อความทะเยอทะยานด้านภูมิอากาศของทั้งภาครัฐและองค์กรธุรกิจ วิ่งนำหน้าขีดความสามารถของแรงงานในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้าง แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงระบบของเศรษฐกิจโลก

ความเคลื่อนไหวของตลาดแรงงานในระยะนี้ จำเป็นต้องพิจารณาความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างอุปสงค์และอุปทานของแรงงานสีเขียว การบูรณาการระหว่างปัญญาประดิษฐ์กับความยั่งยืน ตลอดจนการเกิดขึ้นของอนุกรมวิธานใหม่ของอาชีพสีเขียว ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานชีวภาพ หมุนเวียน และสีเขียว (BCG Economy) ในภูมิภาคอาเซียน

ระดับสากล รายงานล่าสุดจาก LinkedIn และสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ชี้ให้เห็นถึงภาวะ “ความเร็วของความสามารถ” (Talent Velocity) ที่ไม่สอดคล้องกัน โดยมีเพียงร้อยละ 14 ขององค์กรทั่วโลกเท่านั้น ที่สามารถปรับตัวและระดมทรัพยากรมนุษย์ได้ทันต่อความต้องการของตลาด ในขณะที่อีกร้อยละ 86 ยังเผชิญภาวะล้าหลัง อันเป็นผลจากการขาดการมองเห็นทักษะที่มีอยู่ และการขาดแผนพัฒนากำลังคนในระยะยาว

ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวปรากฏชัดเจนที่สุดในกลุ่มทักษะสีเขียว ซึ่งข้อมูลระหว่างปี 2021 ถึง 2025 ระบุว่า อุปสงค์การจ้างงานด้านนี้เติบโตเร็วกว่าฝั่งอุปทานเกือบสองเท่า โดยการจ้างงานสีเขียวทั่วโลกขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 7.7 ต่อปี ขณะที่จำนวนแรงงานที่มีทักษะสีเขียวเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 4.3 เท่านั้น สะท้อนช่องว่างที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

บริบทของประเทศไทย ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่สำคัญ คือการเผยแพร่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เรื่อง “ทักษะที่พึงประสงค์ของกำลังคนในกลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน พ.ศ. 2569” โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งถือเป็นทั้งกรอบการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา และสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจนว่า “ตลาดแรงงานไทยกำลังรีเซ็ต”

สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ครอบคลุมทักษะใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มสาขาอาหารแห่งอนาคต (Future Food) กลุ่มสาขาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environment and Sustainability) และกลุ่มสาขาดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Digital and Artificial Intelligence) ซึ่งสะท้อนทิศทางของเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อมโยงกันระหว่างเทคโนโลยีและความยั่งยืนอย่างแยกไม่ออก

แกนหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ที่การกำหนด “2 บทบาทสำคัญ” ในตลาดแรงงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการจริงของภาคธุรกิจ

บทบาทแรก คือ “ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาความยั่งยืน” (Sustainability Development Specialist) ซึ่งมีหน้าที่วางกลยุทธ์ ESG เชื่อมโยงการดำเนินงานขององค์กรเข้ากับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และผลกระทบทางสังคมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

บทบาทนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงบุคลากรที่ทำหน้าที่จัดทำรายงาน แต่ต้องการ “นักวิเคราะห์ความยั่งยืน” ที่สามารถแปลงข้อมูลให้เป็นกลยุทธ์ และนำไปสู่การตัดสินใจเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งบทบาทสำคัญ คือ “ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์” (Carbon Footprint Specialist) ซึ่งกลายเป็นหัวใจขององค์กรในยุค Net Zero โดยมีหน้าที่จัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก วิเคราะห์ข้อมูล และเสนอแนวทางลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ

องค์ความรู้ด้านมาตรฐานสากล เช่น GHG Protocol และกรอบความร่วมมือระดับโลกอย่าง Paris Agreement ได้กลายเป็น “ภาษากลาง” ที่แรงงานในสายงานนี้จำเป็นต้องเข้าใจ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงองค์กรไทยเข้าสู่เวทีเศรษฐกิจโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง

 ประกาศราชกิจจานุเบกษา