thansettakij
thansettakij
'รัฐ-เอกชน' รวมพลังขับเคลื่อนประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตพลังงานโลก

'รัฐ-เอกชน' รวมพลังขับเคลื่อนประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตพลังงานโลก

23 มี.ค. 69 | 22:11 น.

สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ดูเหมือนจะมีความยืดเยื้อ มาตรการรับมือในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน นอกจากจะให้เร่งจัดหานํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติแล้ว การประหยัดพลังงานของทุกภาคส่วนล้วนเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศรอดพ้นวิกฤตในช่วงนี้ไปได้อีกทางหนึ่ง

KEY

POINTS

  • กระทรวงพลังงานร่วมกับภาคเอกชนเปิดตัวกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” เพื่อรับมือวิกฤตราคาพลังงานโลกที่เกิดจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • ภาครัฐออกมาตรการขอความร่วมมือหน่วยงานราชการและอาคารควบคุมทั่วประเทศให้ลดการใช้พลังงานลง 10% พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนใช้พลังงานเท่าที่จำเป็นและ Work From Home
  • รัฐวิสาหกิจและเอกชน เช่น กฟผ. และ ปตท. ออกแคมเปญสนับสนุนภาคประชาชนและธุรกิจ อาทิ โครงการ "ล้างแอร์ช่วยชาติ" และการตรวจเช็กรถยนต์ฟรี 35 รายการ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน

สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ดูเหมือนจะมีความยืดเยื้อ มาตรการรับมือในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน นอกจากจะให้เร่งจัดหานํ้ามันดิบและก๊าซธรรมชาติแล้ว การประหยัดพลังงานของทุกภาคส่วนล้วนเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศรอดพ้นวิกฤตในช่วงนี้ไปได้อีกทางหนึ่ง

ล่าสุดทางกระทรวงพลังงาน ได้เปิดตัวกิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2” โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ชี้ให้เห็นว่า การประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์การประหยัดพลังงานของกระทรวงพลังงานต่อสาธารณชน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งมาตรการที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและเริ่มดำเนินการแล้ว

อาทิ การขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานราชการ 19 กระทรวง รวมถึงโรงงานและอาคารควบคุมทั่วประเทศ ให้ลดการใช้พลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรการต่างๆ ที่สำคัญ เช่น ตั้งเป้าหมายลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐให้ได้ 10% การเปิด Energy Clinic ให้คำแนะนำด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับทุกภาคส่วน การขอความร่วมมือประชาชนในการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ การ Work From Home (WFH)

การใช้ไฟฟ้าและนํ้ามันเท่าที่จำเป็น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการใช้นํ้ามันได้ถึง 6.6 แสนลิตรต่อเดือน และลดการนำเข้า LNG ได้กว่า 982 ตันต่อเดือน

'รัฐ-เอกชน' รวมพลังขับเคลื่อนประหยัดพลังงาน รับมือวิกฤตพลังงานโลก

นอกจากมาตรการในภาครัฐแล้ว กระทรวงพลังงาน ยังได้รับความร่วมมือจากรัฐวิสาหกิจและพันธมิตรเอกชน อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ในการออกแคมเปญสนับสนุนภาคประชาชนและธุรกิจ โดย กฟผ. ได้จัดโครงการ “ล้างแอร์ช่วยชาติ” ด้วยการมอบส่วนลดล้างเครื่องปรับอากาศมูลค่า 300 บาท จำนวน 30,000 เครื่อง

โครงการมอบส่วนลดซื้อผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 จำนวน 15,000 สิทธิ์ โครงการล้างคอนเดนเซอร์เครื่องทำความเย็นในอาคารภาครัฐ จำนวน 93 แห่ง และการสนับสนุน ENZY Platform สำหรับบริหารจัดการพลังงานในอาคารภาครัฐในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ขณะที่ ปตท. (PTTOR) ให้ความร่วมมือในการรณรงค์ให้ประชาชนนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กฟรี 35 รายการที่ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง พร้อมรับส่วนลดสินค้าและบริการต่าง ๆ อีกด้วย รวมทั้งยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินร่วมสนับสนุนสินเชื่อด้านพลังงานเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพและใช้พลังงานทดแทน ลดต้นทุนระยะยาวอย่างยั่งยืน

 นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือในการประกาศเจตนารมณ์จากผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการร่วมมือประหยัดพลังงานอีกด้วย

นายอรรถพล ยํ้าให้เห็นว่า ในสภาวะวิกฤตด้านพลังงานเช่นนี้ กิจกรรม “ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2" ที่กระทรวงพลังงานจัดขึ้น เพื่อประกาศมาตรการและประกาศเจตนารมณ์ ผ่านการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งอาคารธุรกิจ โรงงาน ภาคขนส่ง รวมถึงภาคประชาชน ให้ร่วมกันดำเนินมาตรการอนุรักษ์พลังงานอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส การดูแลรักษาระบบแสงสว่าง และอุปกรณ์สำนักงาน

ขณะที่กระทรวงพลังงาน กฟผ. ปตท. และสถาบันการเงิน ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ในการประกาศเจตนารมณ์ในการประหยัดพลังงาน ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจและไม่ควรตื่นตระหนกต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้ “ตระหนัก” ในการใช้พลังงานอย่างประหยัดและคุ้มค่าที่สุด เพื่อที่จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

จากคอลัมน์ Circular Economy ชีวิตดี เริ่มที่เรา โดย : กรีนเดย์