thansettakij
thansettakij
'เอกชน' หนุนรัฐประหยัดพลังงาน WFH หวั่นปิดไฟป้าย-ปิดปั้มกระทบท่องเที่ยวกลางคืน

'เอกชน' หนุนรัฐประหยัดพลังงาน WFH หวั่นปิดไฟป้าย-ปิดปั้มกระทบท่องเที่ยวกลางคืน

12 มี.ค. 2569 | 22:30 น.

'เอกชน' มองมาตรการรัฐสั่งข้าราชการ Work from Home ปรับอุณหภูมิแอร์ เป็นแนวทางช่วยลดการใช้พลังงาน-ลดการเดินทางได้ในระดับหนึ่ง แต่เตือนนโยบายหรี่ไฟป้ายและมาตรการจำกัดเวลาเปิด–ปิดบางกิจการ อาจส่งผลต่อบรรยากาศเศรษฐกิจ การค้า ท่องเที่ยวช่วงกลางคืน

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชนเห็นด้วยว่ามาตรการให้ข้าราชการทำงานจากที่บ้าน (WFH) สามารถช่วยลดการใช้น้ำมันจากการเดินทางได้จริง
  • การหรี่ไฟป้ายโฆษณาและแสงสว่างในพื้นที่สาธารณะถูกเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้ซบเซาลงได้
  • มาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันถูกมองว่ามีผลทางจิตวิทยามากกว่าการประหยัดน้ำมันโดยตรง และควรเน้นการแก้ปัญหาระยะยาว

มาตรการประหยัดพลังงานของภาครัฐที่ออกมาในช่วงนี้ ทั้งการให้หน่วยงานราชการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ เพิ่มการทำงานแบบ Work from Home (WFH) รวมถึงแนวทางลดการใช้พลังงานในพื้นที่สาธารณะ เช่น การหรี่ไฟป้ายโฆษณาและการกำหนดเวลาเปิด–ปิดสถานีบริการน้ำมัน กำลังถูกจับตามองจากหลายภาคส่วน โดยผู้ประกอบการภาคธุรกิจมองว่าเป็นมาตรการที่ช่วยกระตุ้นการประหยัดพลังงานได้ในระดับหนึ่ง แต่ผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจยังต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

นายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทั่วไป เนื่องจากโลกกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านอาหาร ตลอดจนแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Food Safety และแนวคิดลดการสูญเสียอาหาร (Food Waste)

มองว่าการที่ภาครัฐเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะการส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน และการปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ถือเป็นสัญญาณให้ข้าราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับตัวมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาภาคธุรกิจเอกชนมักต้องปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ภาคราชการได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจน้อยกว่า

“มาตรการเหล่านี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและปรับตัวมากขึ้น หากไม่เริ่มปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เมื่อเผชิญสถานการณ์ที่รุนแรงกว่านี้ในอนาคต ก็อาจปรับตัวไม่ทันโลกได้” 

ในประเด็นการปรับอุณหภูมิแอร์และมาตรการประหยัดไฟฟ้า แนวคิดดังกล่าวมีความเป็นไปได้ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้จริง โดยอ้างอิงจากประสบการณ์การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งได้รับการส่งเสริมในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี และพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้

นายสุภัค หมื่นนิกร

อย่างไรก็ตามอยากแนะนำว่าผู้ที่ยังไม่มั่นใจในผลลัพธ์ควรทดลองปฏิบัติจริง เพราะการลดการใช้พลังงานสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้พัดลมร่วมกับเครื่องปรับอากาศ หรือปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว

โดยรัฐบาลมีแนวคิดหรืออาจกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันไม่เกิน 22.00 น. รวมถึงการหรี่ไฟป้ายโฆษณาในช่วงเวลากลางคืน มองว่าผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดอาจอยู่ในเชิงจิตวิทยา เพราะเป็นการส่งสัญญาณให้สังคมตระหนักว่าประเทศกำลังอยู่ในช่วงที่ต้องบริหารจัดการพลังงานอย่างจริงจัง

“การปิดปั๊มน้ำมันอาจไม่ได้ช่วยลดการใช้น้ำมันโดยตรง เพราะการประหยัดขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้มากกว่าช่วงเวลาเติม แต่ถ้ามีมาตรการอื่นร่วมด้วย เช่น Work from Home ที่ช่วยลดการเดินทาง ก็จะทำให้การใช้พลังงานลดลงได้จริง” 

ด้าน นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า มาตรการประหยัดพลังงานลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะประเทศไทยเคยใช้แนวทางเดียวกันมาแล้วในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูง

เห็นว่าการให้หน่วยงานราชการทำงานจากที่บ้านสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในส่วนของการเดินทาง เนื่องจากข้าราชการจำนวนมากใช้รถยนต์ส่วนตัว หากลดการเดินทางลงก็จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการปรับอุณหภูมิแอร์ มองว่ายังต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีผู้ทำงานจำนวนมากในห้องเดียวกัน เพราะอาจทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น และไม่แน่ว่าจะช่วยประหยัดไฟได้จริง

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช

“บางครั้งถ้าปรับอุณหภูมิประมาณ 25 องศา เมื่อความเย็นคงที่แล้วคอมเพรสเซอร์จะตัดการทำงานเอง ซึ่งก็อาจช่วยประหยัดไฟได้เหมือนกัน แต่ถ้าอุณหภูมิสูงเกินไป เครื่องอาจทำงานต่อเนื่องและทำให้ใช้พลังงานมากขึ้น” 

สำหรับกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันไม่เกิน 22.00 น. มองว่าอาจไม่ได้ส่งผลต่อพฤติกรรมการเติมน้ำมันของประชาชนมากนัก เพราะผู้ใช้รถส่วนใหญ่สามารถเติมน้ำมันก่อนช่วงเวลาดังกล่าวอยู่แล้ว และมาตรการนี้น่าจะมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในสถานีบริการมากกว่า

ขณะเดียวกัน การหรี่ไฟป้ายโฆษณาหรือแสงสว่างในพื้นที่ท่องเที่ยว อาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากอาจส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว หากบรรยากาศโดยรวมดูซบเซาเกินไป ก็อาจกระทบต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงกลางคืน

นายสรเทพเสนอว่า หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน ควรให้ความสำคัญกับมาตรการระยะยาว เช่น การส่งเสริมการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ พร้อมทั้งสนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนด้านพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ภาครัฐควรพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อลดภาระต้นทุนพลังงานในระบบเศรษฐกิจ เพราะราคาพลังงานที่สูงยังคงส่งผลต่อค่าครองชีพและต้นทุนการดำเนินธุรกิจในหลายภาคส่วน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการมองตรงกันว่า มาตรการประหยัดพลังงานในระยะสั้นสามารถช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้บางส่วน แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยนโยบายระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และพฤติกรรมการใช้พลังงานของสังคมโดยรวม