thansettakij
thansettakij
เคล็ดลับปรับพฤติกรรมการใช้ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ประหยัดพลังงานต้องทำอย่างไร

เคล็ดลับปรับพฤติกรรมการใช้ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ประหยัดพลังงานต้องทำอย่างไร

17 มี.ค. 2569 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 07:02 น.

รับมือค่าไฟพุ่ง มัดรวมทุกเทคนิคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อประหยัดพลังงาน ตั้งแต่การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ไปจนถึงวิธีการใช้งานที่หลายคนมองข้าม อยากประหยัดไฟแบบเห็นผล ลงมือทำได้ทันที

KEY

POINTS

  • เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และเลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานในครอบครัว
  • ปรับพฤติกรรมการใช้งานโดยปิดสวิตช์และถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งานและหลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น
  • ตั้งค่าอุณหภูมิของเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เหมาะสม เช่น ตั้งแอร์ที่ 25 องศาเซลเซียส และหมั่นดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

เทคนิกการประหยัดพลังงาน เป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลานี้เมื่อราคาพลังงานปรับขยับสูงขึ้นจากปัจจัยกระทบต่าง ๆ มากมายทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมเพื่อการรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจึงมีความสำคัญ

"ฐานเศรษฐกิจ" ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมด้วยช่วยกันโดยได้รวบรวมวิธีการต่าง ๆ ที่จะมาช่วยลดหรือชะลอการใช้พลังงานลงได้บ้างเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเวลานี้

การใช้หลอดแสงสว่าง

  • ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน
  • หมั่นท้าความสะอาดหลอดแสงสว่างและโคมไฟ
  • ใช้แสงสว่างเท่าที่จ้าเป็น ในกรณีที่ต้องใช้กับสถานที่ที่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดคืน ควรใช้หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
  • บริเวณใดที่เคยใช้หลอดไส้ ควรหันมาเปลี่ยนเป็นหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์
  • ใช้หลอดประหยัดพลังงาน เช่น หลอดผอม (หลอดฟลูออเรสเซนต์) ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไส้ 4-5 เท่า และมีอายุการใช้งานนานกว่าหลอด ไส้ 8 เท่า
  • ใช้แสงธรรมชาติแทนการเปิดหลอดแสงสว่าง เช่น ห้องครัว ห้องเก็บของ ห้องน้้า ทางเดิน เป็นต้น
  • ควรทาสีผนังหรือเลือกวัสดุพื้นห้องที่เป็นสีอ่อนๆเพื่อช่วยสะท้อนแสงสว่างภายในห้อง

การใช้ตู้เย็น

  • เลือกใช้ตู้เย็นที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
  • เลือกใช้แบบที่มีฉนวนกันความร้อนชนิดโฟมฉีด
  • ตู้เย็นแบบประตูเดียวจะใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าแบบ 2 ประตู ในขนาดที่เท่ากัน
  • ใช้ขนาดให้เหมาะสมกับครอบครัว เช่น ครอบครัวขนาด 3-4 คน ควรใช้ตู้เย็นขนาด 4.5-6 คิว ควรตั้งให้ห่างจากฝาผนังไม่น้อยกว่า 15 ซม. และมีอากาศถ่ายเทได้ดี
  • ตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม เพราะยิ่งตั้งอุณหภูมิให้เย็นมากจะยิ่งสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก
  • อย่าเปิดตู้เย็นบ่อยหรือเปิดไว้นาน ๆ
  • อย่านำของที่ยังมีความร้อนเข้าไปแช่
  • ละลายน้้าแข็งอย่างสม่ำเสมอ
  • หมั่นทำความสะอาดแผงความร้อนที่อยู่ด้านหลังของตู้เย็น

การใช้เครื่องปรับอากาศ

  • เลือกขนาดที่เหมาะสม เช่น ห้องที่มีความสูงไม่เกิน 3 เมตร และมีพื้นที่ห้องขนาด 13-15 ต.ร.ม. ควรใช้ขนาด 7,000-9,000 บีทียู/ชั่วโมง ขนาดพื้นที่ 16-17 ต.ร.ม. ควรใช้ขนาด 9,000-11,000 บีทียู/ชั่วโมง เป็นต้น
  • ใช้เครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดซึ่งแสดงด้วย EER (Energy Efficiency Ratio) คือ อัตราส่วนระหว่างความสามารถในการให้ความเย็น ของเครื่อง (บีทียู/ชั่วโมง) ต่อกำลังไฟฟ้า (วัตต์) ซื้อเครื่องที่มีค่า EER สูงซึ่งจะให้ความเย็นมากแต่เสียค่าใช้จ่ายไฟฟ้าน้อยกว่าเครื่องที่มีค่า EER ต่ำ
  • ตั้งปุ่มปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม อย่าปรับอุณหภูมิให้ต่ำเกินไป โดยปกติควรตั้งที่อุณหภูมิ 25 C
  • หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศไม่ให้มีฝุ่นจับ เพราะจะท้าให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลง
  • เลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

การใช้เครื่องทำน้ำอุ่นสำหรับอาบน้ำ

  • ควรเลือกชนิดที่มีที่กักเก็บตุนน้้าร้อน เพราะจะใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าแบบน้ำไหลผ่านขด ลวดความร้อน
  • เลือกขนาดของเครื่องให้เหมาะสมกับครอบครัว เนื่องจากเป็นเครื่องที่ใช้ไฟฟ้ามาก
  • ไม่ควรเปิดเครื่องตลอดเวลา โดยเฉพาะในเวลาถูสบู่ในขณะอาบน้้า
  • ปิดวาล์วและสวิตช์ทันทีเมื่อเลิกใช้งาน

การใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้าหรือกาต้มน้ำไฟฟ้า

  • ใส่น้ำให้พอเหมาะและถ้าต้มน้ำต่อเนื่องควรมีน้ำบรรจุอยู่เสมอ
  • เมื่อเลิกใช้ควรถอดปลั๊กทันที โดยเฉพาะเมื่อน้ำเดือด และเมื่อไม่มีคนอยู่เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดพลังงานแล้วยังอาจทำให้เกิดอันตรายได้

การใช้เตาไฟฟ้าและเตาอบ

  • ควรเตรียมเครื่องประกอบอาหารให้พร้อมรวมทั้งจัดลำดับการปรุงอาหาร
  • ไม่ควรเปิดเตาไฟฟ้ารอไว้นานเกินไป
  • ใช้ภาชนะประกอบอาหารให้เหมาะสม
  • ภาชนะควรมีก้นแบนราบ จะได้สัมผัสความร้อนได้ทั่วถึง
  • ภาชนะไม่ควรมีขนาดเล็กกว่าเตาจะสูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
  • ภาชนะควรมีฝาครอบปิดขณะหุง จะช่วยให้อาหารสุกเร็วขึ้น
  • ปิดสวิตช์เตาไฟฟ้าก่อนเสร็จสิ้นการทำอาหาร ดึงปลั๊กออกทันทีเมื่อเลิกใช้
  • ควรเตรียมอาหารที่จะอบหลาย ๆ อย่างให้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน
  • อย่าเปิดเตาอบบ่อย ๆ เพราะการเปิดประตูแต่ละครั้งจะสูญเสียพลังงาน ประมาณร้อยละ 20

การใช้เตารีดไฟฟ้า

  • ควรตั้งอุณหภูมิ (ความร้อน) ให้เหมาะสมกับชนิดผ้าและแบ่งผ้าชนิดเดียวกันไว้ด้วยกันเพื่อหลีกเลี่ยงการปรับเปลี่ยนการตั้งอุณหภูมิบ่อยครั้ง
  • ควรรวบรวมผ้าไว้รีดคราวละมาก ๆ และพรมน้ำให้หมดทุกตัว ก่อนจะรีดผ้า
  • อย่าพรมน้ำจนเปียกเพราะจะทำให้ต้องรีดผ้านานกว่าเดิมสิ้นเปลืองไฟฟ้า
  • ก่อนรีดผ้าเสร็จควรดึงปลั๊กก่อน เนื่องจากยังมีความร้อนเหลืออยู่พอที่จะรีดต่อไปได้
  • เวลาตากผ้าควรจัดรูปทรงผ้าและดึงให้ตึงเพื่อให้เสื้อผ้ายับน้อยที่สุดจะทำให้รีดง่ายและประหยัดไฟฟ้า

การใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าอัตโนมัติ

  • เลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับครอบครัว
  • ไม่ควรใช้เวลาในการอุ่นข้าวให้นานเกินควร ถอดปลั๊กออกทันทีที่เลิกใช้งาน

การใช้โทรทัศน์

  • โทรทัศน์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้เสียค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
  • โทรทัศน์ที่มีระบบรีโมทคอนโทรลจะใช้ไฟฟ้ามากกว่าระบบทั่วไปในขนาดเดียวกัน เพราะมีวงจรเพิ่มและใช้ไฟฟ้าตลอดเวลาแม้ว่าจะไม่ใช้เครื่อง
  • ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ถ้าเสียบปลั๊กทิ้งไว้จะใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา
  • ปิดเมื่อไม่มีคนดู
  • ควรตั้งเวลาปิดโทรทัศน์โดยอัตโนมัติ สำหรับเครื่องที่มีระบบตั้งเวลาปิดเพราะจะช่วยประหยัดไฟสำหรับผู้ที่มักจะนอนไม่หลับหน้าโทรทัศน์หรือลืมปิดเครื่อง

การใช้เครื่องซักผ้า

  • แช่ผ้าก่อนเข้าเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการซักผ้า
  • ผ้าที่ซักให้เป็นไปตามพิกัดของเครื่อง อย่าใส่ผ้ามากเกินกำลังของเครื่อง หรือซักจำนวนน้อยเกินไป
  • ไม่ควรใช้เครื่องซักผ้าแบบที่มีเครื่องอบแห้งด้วยไฟฟ้าในตัวเพราะสิ้นเปลืองไฟฟ้ามาก ควรตากผ้ากับแสงแดดหรือในที่มีลมโกรก