thansettakij
ลดเผาในภาคเกษตร 9 พรรคการเมืองเสนอนโยบายเดิมพัน 'เปลี่ยนแรงจูงใจ'
net-zero

ลดเผาในภาคเกษตร 9 พรรคการเมืองเสนอนโยบายเดิมพัน 'เปลี่ยนแรงจูงใจ'

In Brief

  • 9 พรรคการเมืองมีจุดยืนร่วมกันในการ "เปลี่ยนแรงจูงใจ" ให้เกษตรกรเลิกเผา โดยต้องสร้างทางเลือกที่คุ้มค่าและมีระบบสนับสนุนที่เข้าถึงได้จริง
  • นโยบายส่วนใหญ่มุ่งเน้นการใช้แรงจูงใจทางการเงิน เช่น การให้เงินอุดหนุนตามชนิดพืช การให้ราคาพรีเมียมสำหรับผลผลิตที่ไม่เผา และการรับซื้อเศษวัสดุการเกษตร
  • มีการเสนอใช้เทคโนโลยีและมาตรการทางกฎหมายเข้าควบคุม เช่น ใช้ดาวเทียมตรวจจับการเผาเพื่อจำกัดสิทธิ์ และเชื่อมโยงการไม่เผาเข้ากับรายได้จากคาร์บอนเครดิต
  • บางพรรคเสนอแนวทางการรวมกลุ่มเกษตรกรผ่านสหกรณ์หรือนิคมอุตสาหกรรมเกษตร เพื่อลดต้นทุนการจัดการเศษวัสดุและเพิ่มมูลค่า

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569  ในเวทีเสวนาวิชาการ หัวข้อ “นโยบายเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อมไทย พรรคการเมืองตอบคำถามเพื่อการเลือกตั้ง 2569 ภายใต้ข้อจำกัดทางงบประมาณและความเป็นไปได้เชิงนโยบาย” เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 อาคารปฏิบัติการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดโดยศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์

ซึ่งมีผู้แทนจาก 9 พรรคการเมืองเข้าร่วม ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคเศรษฐกิจ

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาในภาคเกษตรกลายเป็นสนามแข่งขันนโยบายของพรรคการเมือง โดยทุกพรรคมีจุดยืนร่วมกันว่า เกษตรกรจะหยุดเผาได้ต้องมีทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า พร้อมระบบสนับสนุนที่เข้าถึงได้จริง แต่ละพรรคนำเสนอแนวทางแตกต่างกัน ตั้งแต่การให้เงินอุดหนุนตามชนิดพืช การใช้กลไกตลาดจูงใจ การควบคุมด้วยเทคโนโลยี ไปจนถึงการรวมกลุ่มลดต้นทุน

มาตรการลดการเผาในภาคเกษตรของพรรคการเมืองต่างๆ มุ่งเป้าไปที่การเปลี่ยน "แรงจูงใจ" ของเกษตรกร โดยมีฉันทามติร่วมกันว่า เกษตรกรจะหยุดเผาได้ก็ต่อเมื่อมีทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า และมีระบบสนับสนุนที่เข้าถึงได้จริง

แยกแพ็กเกจตามชนิดพืช

พรรคประชาชน เสนอมาตรการจำเพาะเจาะจงตามประเภทพืช ได้แก่ สนับสนุนค่าไถกลบตอซังในนาข้าว 250 บาท/ไร่ สนับสนุนเครื่องจักรหลังเก็บเกี่ยวสำหรับไร่อ้อย และลงทุนวิจัยเครื่องจักรสำหรับพื้นที่ลาดชันในไร่ข้าวโพด โดยตั้งเป้าลดการเผาให้เข้าใกล้ศูนย์ภายใน 2-3 ปี

พรรครวมไทยสร้างชาติ เลือกเจาะที่อุตสาหกรรมอ้อย อัดฉีดเงินสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตสด (ไม่เผา) และใช้มาตรการทางกฎหมายสั่งปิดโรงงานน้ำตาลชั่วคราว หากรับซื้ออ้อยเผาเกินโควตา เพื่อบีบให้ตลาดไม่รับของเผา

จูงใจด้วยกลไกราคา

หลายพรรคเน้นหลักการ "การไม่เผาต้องได้เงินเพิ่ม" เพื่อชดเชยต้นทุนค่าแรงและเครื่องจักร

พรรคเพื่อไทย ผูกเงื่อนไข "ไม่เผา" เข้ากับสิทธิในโครงการประกันกำไรและการรับคูปองปัจจัยการผลิต รวมถึงให้รางวัลผ่านราคาผลผลิตที่สูงขึ้นในตลาดที่เน้นมาตรฐานสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวคาร์บอนต่ำ

พรรคไทยก้าวใหม่ ให้รัฐรับซื้อวัสดุเหลือใช้ในราคาสูงเพื่อส่งเข้าโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยชูสโลแกน "ไม่เผาแล้วต้องได้เงิน"

พรรคกล้าธรรม ให้ราคาพรีเมียมสำหรับผลผลิตที่ไม่เผา และใช้เงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อผ่านสหกรณ์ หากมีการเผาจะไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้

เทคโนโลยีกับ Agricultural ID

พรรคประชาธิปัตย์ ใช้ข้อมูลดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อนเชื่อมกับระบบ Agricultural ID หากพบการเผาจะถูกจำกัดสิทธิในการขายผลผลิตหรือเข้าร่วมโครงการประกันรายได้

พรรคพลังประชารัฐ ผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด และเชื่อมโยงการไม่เผาเข้ากับรายได้จากคาร์บอนเครดิตและกองทุนสีเขียวระดับโลก โดยตั้ง KPI ลดวันที่มีฝุ่นเกินมาตรฐานลง 50%

รวมกลุ่มลดต้นทุน

พรรคเศรษฐกิจ ดึงเกษตรกรเข้าสู่ "นิคมอุตสาหกรรมการเกษตร" เพื่อให้เข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีแปรรูปเศษพืชเป็นพลังงานหรือวัตถุดิบอุตสาหกรรมโดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง

พรรคไทยสร้างไทย ใช้สหกรณ์เป็นตัวกลางสนับสนุนการนำเศษวัสดุไปทำปุ๋ยและชีวมวล พร้อมเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียม