thansettakij
thansettakij
จับตา 4 กฎหมายสิ่งแวดล้อม แขวนเส้นตาย 60 วัน รอ ครม.ใหม่เดินเกมต่อ

จับตา 4 กฎหมายสิ่งแวดล้อม แขวนเส้นตาย 60 วัน รอ ครม.ใหม่เดินเกมต่อ

20 มี.ค. 69 | 06:25 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มี.ค. 69 | 06:47 น.

หลังยุบสภาทำให้ร่างกฎหมายค้างพิจารณาต้องหยุดชะงัก 4 ร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อมสำคัญยังรอการตัดสินใจจาก ครม.ชุดใหม่ ภายใต้กรอบเวลา 60 วันนับจากเปิดประชุมสภาฯ

KEY

POINTS

  • ชะตากรรมของร่างกฎหมายสิ่งแวดล้อม 4 ฉบับสำคัญ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ต้องผลักดันให้รัฐสภาพิจารณาต่อภายใน 60 วัน
  • กฎหมาย 4 ฉบับที่ต้องจับตา ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด, ร่าง พ.ร.บ. PRTR (การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารมลพิษ), ร่าง พ.ร.บ.โลกร้อน และร่าง พ.ร.บ.พื้นที่ชุ่มน้ำ
  • ร่างกฎหมายแต่ละฉบับมีความคืบหน้าในกระบวนการนิติบัญญัติแตกต่างกัน ตั้งแต่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

วันที่ 20 มีนาคม 2569 หลังสภาผู้แทนราษฎร มีการโหวตเลือกนายกฯ วันที่ 19 มี.ค.ตามไทม์ไลน์ต่อไปจะเข้าสู่การฟอร์มทีม “ครม.อนุทิน 2” ก่อนส่งรายชื่อตรวจสอบประวัติโดย 18 หน่วยงาน

จากนั้นนายกฯ จะนำรายชื่อทูลเกล้าฯ และเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นายกฯจะนำ ครม.ชุดใหม่ เข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่รัฐบาลจะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เพื่อเริ่มนับหนึ่งรัฐบาลอนุทิน 2 อย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังรวมถึงชะตาของร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณาอยู่ โดยข้อมูลจาก iLaw ระบุว่ามีร่างกฎหมายตกค้างถึง 106 ฉบับ ซึ่งทั้งหมดต้องได้รับการร้องขอจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้รัฐสภาพิจารณาต่อภายใน 60 วัน นับจากวันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก ไม่อย่างนั้นจะถูกปัดตกและต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด

 

ในกลุ่มร่างกฎหมายที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ “ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด” ที่ผ่านการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา โดยก่อนหน้านี้มีสัญญาณการขยายเวลาพิจารณา หากไม่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ร่างกฎหมายนี้อาจถูกยกเลิกและต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น

ขณะที่ “ร่าง พ.ร.บ. PRTR” ซึ่งกำหนดให้มีระบบรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษของภาคอุตสาหกรรม ได้ผ่านการรับหลักการในวาระแรก และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ แต่ยังต้องรอการผลักดันกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง

 

ด้าน “ร่าง พ.ร.บ.โลกร้อน” ที่มุ่งกำหนดมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และวางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้คณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบหลักการแล้ว แต่ยังต้องรอการเดินหน้าต่อในกระบวนการนิติบัญญัติ

ส่วน “ร่าง พ.ร.บ.พื้นที่ชุ่มน้ำ” ที่เสนอการบริหารจัดการทรัพยากรแบบองค์รวม พร้อมกลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยังคงอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น หลังจากพื้นที่ชุ่มน้ำของไทยลดลงต่อเนื่องในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา