thansettakij
thansettakij
รัฐบาลหนุนเปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ลดต้นทุนพลังงาน-เพิ่มรายได้ชุมชน

รัฐบาลหนุนเปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ลดต้นทุนพลังงาน-เพิ่มรายได้ชุมชน

16 ส.ค. 69 | 10:28 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ส.ค. 69 | 10:37 น.

รัฐบาลเดินหน้านำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง หวังลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ชุมชน

KEY

POINTS

  • รัฐบาลสนับสนุนการนำเทคโนโลยีไพโรไลซิสมาใช้แปรรูปขยะพลาสติกให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง
  • น้ำมันที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรการเกษตรและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนพลังงานในชุมชนได้ 20-40%
  • ส่งเสริมให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์คัดแยกหรือระบบรับซื้อขยะ เพื่อสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าลดภาระค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้ประชาชน ด้วยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้จัดการขยะ โดยมุ่งเปลี่ยนขยะที่อยู่รอบตัวให้เป็นโอกาสในการสร้างอาชีพและรายได้แก่ครัวเรือน รวมถึงลดภาระของชุมชนในการฝังกลบขยะ

รัฐบาลสนับสนุนการนำงานวิจัยของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาใช้ประโยชน์ โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่นำมาใช้คือ ไพโรไลซิส สำหรับแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง

น้ำมันที่ผลิตได้สามารถนำไปใช้กับเครื่องจักรการเกษตร เครื่องสูบน้ำ เรือประมง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในชุมชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ขณะเดียวกันยังเปิดช่องทางให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์คัดแยกขยะหรือระบบรับซื้อขยะ เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน

พม.เดินหน้า 80 โครงการพลังงานทางเลือก

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า ในภาวะที่ประชาชนต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การแก้ปัญหาจึงต้องมุ่งเน้นทั้งความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือกรวม 80 โครงการทั่วประเทศ ตั้งแต่การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงการแปรรูปขยะเป็นน้ำมัน โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของชุมชนได้ 20-40%

นอกจากลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานแล้ว โครงการยังมุ่งลดปริมาณขยะ เพิ่มรายได้ และสร้างกองทุนหมุนเวียนให้ชุมชนในระยะยาว

ขยายต้นแบบชุมชนจัดการขยะ-พลังงานด้วยตัวเอง

สำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไป รัฐบาลเตรียมขยายต้นแบบชุมชนที่สามารถจัดการขยะและพลังงานได้ด้วยตนเองไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเชื่อมโยงหน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และเครือข่ายประชาชน

เป้าหมายคือให้การนำเทคโนโลยีมาใช้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และเกิดผลลัพธ์ที่ประชาชนสามารถสัมผัสได้จริง พร้อมยกระดับ “ชุมชนบ้านมั่นคง” ให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองด้านพลังงาน และสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน