thansettakij
thansettakij
'วันประมงแห่งชาติ' สะท้อนศึกใหญ่ ส่งออกหด–กติกาสิ่งแวดล้อมโลกกดดัน

'วันประมงแห่งชาติ' สะท้อนศึกใหญ่ ส่งออกหด–กติกาสิ่งแวดล้อมโลกกดดัน

20 ก.ย. 68 | 03:36 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 68 | 03:54 น.

วันประมงแห่งชาติ 21 กันยายน สะท้อนโจทย์ใหญ่ ส่งออกสัตว์น้ำมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทเริ่มสะดุด โลกเข้มงวดมาตรฐานการผลิต-สิ่งแวดล้อม กดดันทั้งผู้ประกอบการและทรัพยากรทางทะเล

“วันประมงแห่งชาติ” กำหนดตรงกับวันที่ 21 กันยายนของทุกปี เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของอาชีพประมงและทรัพยากรทางน้ำ

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2525 จากข้อเสนอของสหกรณ์ประมงสมุทรสาครถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้มีวันประมงแห่งชาติ เพื่อเชิดชูอาชีพที่เสี่ยงภัยในทะเล พร้อมทำหน้าที่ปกป้องประเทศและแจ้งเตือนภัยทางน้ำแก่หน่วยงานรัฐ

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้เปลี่ยนมาเป็นวันที่ 21 กันยายน อันเป็นวันคล้ายพระบรมราชโองการในปี 2469 ที่โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมรักษาสัตว์น้ำ ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นกรมประมงในปัจจุบัน

ทุกปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดกิจกรรม เช่น การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำหายากลงแหล่งน้ำ และการงดจับปลาหนึ่งวัน เพื่อฟื้นฟูทรัพยากร อีกทั้งยังรณรงค์ให้ประชาชนร่วมปล่อยปลา ถือเป็นทั้ง “วันประมงแห่งชาติ” และ “วันขยายพันธุ์ปลาแห่งชาติ”

อุตสาหกรรมประมงไทยเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญ

การส่งออกอาหาร ปี 2567 มูลค่าส่งออกสินค้าประมงอยู่ที่ 1,544.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 54,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.29% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยตลาดสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 23.5% ญี่ปุ่น 18.9% สหรัฐฯ 14.2% เกาหลีใต้ 5.6% และอิตาลี 5.5% สินค้าหลักที่ส่งออกไปจีน ได้แก่ กุ้ง สัตว์น้ำเปลือกแข็ง ปลา หมึก และแมงกะพรุน โดยกุ้งครองสัดส่วนเกือบ 70%

อย่างไรก็ตาม ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.–เม.ย.) การส่งออกสินค้าประมงไทยอยู่ที่ 464.06 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 15,654 ล้านบาท ลดลงกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยตลาดจีนหดตัวถึง 20.1% สะท้อนแรงกดดันจากการแข่งขันและข้อจำกัดการค้า

อุตสาหกรรมประมงยังต้องเผชิญเงื่อนไขเข้มงวดจากต่างประเทศ

มีทั้งกรณีการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ที่ไทยเคยถูกสหภาพยุโรปให้ “ใบเหลือง” แม้ปัจจุบันปลดแล้ว แต่ก็ยังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปยังเดินหน้ามาตรการสิ่งแวดล้อม เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ที่ครอบคลุมสินค้าเกษตรและอาหารทะเล กดดันให้โรงงานแปรรูปไทยต้องลงทุนในพลังงานสะอาด ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการลดคาร์บอนฟุตพรินต์

ปัญหา Overfishing หรือการจับสัตว์น้ำเกินศักยภาพยังเป็นโจทย์เรื้อรัง แม้มาตรการปิดอ่าวเป็นระยะช่วยฟื้นฟูได้บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอ

ขณะที่สถิติชี้ว่า ปริมาณสัตว์น้ำในน่านน้ำไทยลดลงกว่าครึ่งในรอบ 30 ปี กระทบรายได้ประมงพื้นบ้านและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ จึงเป็นสัญญาณให้ไทยต้องเร่งลงทุนในระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (Aquaculture) เพื่อทดแทนการพึ่งพาการจับจากธรรมชาติ