

KEY
POINTS
ฟุตบอลโลก 2026 ที่จัดในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก อาจเผชิญความเสี่ยงจากอากาศร้อนจัด ความชื้นสูง และพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพนักกีฬาและรูปแบบการแข่งขัน นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มโอกาสเกิดอุณหภูมิที่กระทบต่อสมรรถนะนักเตะในเกือบทุกนัด ขณะที่มีข้อเรียกร้องให้ฟีฟ่าปรับมาตรการความปลอดภัยด้านความร้อนให้เข้มงวดยิ่งขึ้น
สภาพอากาศแปรปรวนในช่วงฤดูร้อนอาจทำให้ฟุตบอลโลกกลายเป็นบททดสอบด้านความร้อน โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 มิถุายน 2569 ท่ามกลางความเสี่ยงด้านสภาพอากาศในฤดูร้อนของอเมริกาเหนือที่คุ้นเคย ได้แก่ อากาศร้อนจัด ความชื้นสูงจนหายใจอึดอัด และพายุฝนฟ้าคะนองที่อาจทำให้การแข่งขันต้องล่าช้าโดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
การคาดการณ์ตามฤดูกาลบ่งชี้ว่า หลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย ขณะที่ความชื้นที่เคลื่อนตัวขึ้นมาจากอ่าวเม็กซิโกอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและสภาพอากาศรุนแรงในช่วงสัปดาห์แรกของการแข่งขัน
แม้จะยังไม่สามารถคาดการณ์สภาพอากาศของแต่ละนัดได้ล่วงหน้าในระยะเวลานี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ด้านการกีฬาระบุว่ามีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศอย่างชัดเจนสำหรับฟุตบอลโลกฤดูร้อนที่จัดขึ้นครอบคลุมแคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา
ตัวชี้วัดสำคัญไม่ได้อยู่ที่อุณหภูมิอากาศเพียงอย่างเดียว แต่คือ อุณหภูมิกระเปาะเปียกแบบโกลบ (Wet-Bulb Globe Temperature: WBGT) ซึ่งคำนวณจากความร้อน ความชื้น แสงแดด และลม เพื่อประเมินภาวะความเครียดจากความร้อนที่ร่างกายได้รับ
ด้านองค์กร World Weather Attribution เตือนว่า ประมาณหนึ่งในสี่ของการแข่งขันทั้งหมดอาจจัดขึ้นภายใต้สภาพอากาศที่เกินกว่าขีดจำกัดความปลอดภัยที่แนะนำ
คริส มินสัน ศาสตราจารย์ด้านสรีรวิทยาและผู้อำนวยการร่วมของห้องปฏิบัติการสรีรวิทยาการออกกำลังกายและสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยโอเรกอน กล่าวว่า นักกีฬาระดับสูงสร้างความร้อนภายในร่างกายในปริมาณมหาศาล แม้ยังไม่คำนึงถึงสภาพอากาศภายนอก
พลังงานทั้งหมดที่เราใช้ระหว่างการออกกำลังกายประมาณ 75% จะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อน มินสันให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส มีเพียงประมาณ 25% เท่านั้นที่ถูกใช้ไปกับการออกกำลังกายจริง ๆ
เมื่ออยู่ในสภาพอากาศร้อน มีแดดจัด หรือมีความชื้นสูง ระบบระบายความร้อนตามธรรมชาติของร่างกายจะเริ่มทำงานได้ยากขึ้น โดยเฉพาะความชื้นที่เป็นปัจจัยน่ากังวล เนื่องจากเหงื่อจะช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้ก็ต่อเมื่อสามารถระเหยออกไปได้ หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดคือเมื่อความชื้นอยู่ในระดับสูงมาก
ด้านเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลกที่มีความชื้นสูง ได้แก่ ฮิวสตัน ไมอามี ดัลลัส และมอนเตร์เรย์ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสมรรถนะการแข่งขัน
งานวิจัยใหม่จาก Climate Central ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เพิ่มโอกาสเกิดอุณหภูมิที่สูงพอจะส่งผลต่อสมรรถนะของนักกีฬาใน 97 จากทั้งหมด 104 นัดของการแข่งขัน
ผลกระทบที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดคาดว่าจะเกิดขึ้นในนัดรอบแบ่งกลุ่มระหว่างอุรุกวัยกับสเปน วันที่ 26 มิถุนายน ที่เมืองกัวดาลาฮารา โดยนักวิจัยประเมินว่ามีโอกาส 70% ที่อุณหภูมิจะอยู่ในระดับที่กระทบต่อสมรรถนะนักกีฬา ซึ่งสูงกว่ากรณีที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถึง 37 จุดเปอร์เซ็นต์
ไรอัน คาลส์บีก ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาจากวิทยาลัยดาร์ตมัธ ผู้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างร่างกายกับสมรรถนะทางกีฬาในสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน กล่าวว่า ความร้อนและความชื้นอาจส่งผลไม่เพียงต่อสวัสดิภาพของนักกีฬา แต่ยังส่งผลต่อจังหวะและรูปแบบของการแข่งขันด้วย
อุณหภูมิที่สูงขึ้นและความชื้นที่สูงขึ้นมีแนวโน้มจะทำให้เกมช้าลง เมื่อนักกีฬาต้องแข่งขันเป็นเวลานานมาก พวกเขาจะไม่สามารถรักษาสมดุลระหว่างพลังระเบิดจากการใช้กล้ามเนื้อชนิดหดตัวเร็วกับความทนทานแบบแอโรบิกที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันที่ยาวนานกว่า 90 นาทีภายใต้สภาพอากาศร้อนและชื้นได้
เกือบครึ่งหนึ่งของการแข่งขันทั้งหมดมีโอกาสอย่างน้อย 50% ที่อุณหภูมิจะสูงเกิน 28 องศาเซลเซียส (82.4 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิที่เชื่อมโยงกับการลดลงของความเร็วในการวิ่งระยะสั้น ระยะทางการเคลื่อนที่ และระยะเวลาการฟื้นตัวของร่างกาย
ระดับความสูงของกรุงเม็กซิโกซิตีซึ่งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,240 เมตร (7,350 ฟุต) อาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับทีมที่เดินทางมาจากพื้นที่ระดับความสูงต่ำและไม่มีเวลาปรับตัวเพียงพอ ทั้งนี้ เมืองดังกล่าวมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน 5 นัด ขณะที่การกำหนดตารางการแข่งขันได้คำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงอุณหภูมิเฉลี่ย การเดินทาง วันพัก การวางแผนทางการแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการลดความร้อน
ข้อกังขาต่อมาตรการความปลอดภัย
สนามแข่งขันหลายแห่งมีหลังคาเปิด-ปิดได้หรือมีระบบควบคุมสภาพอากาศ ขณะที่ระเบียบการแข่งขันอนุญาตให้สามารถเลื่อน ระงับ ปรับตาราง หรือย้ายสถานที่แข่งขันได้ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ความปลอดภัย หรือความมั่นคง รวมถึงกรณีสภาพอากาศรุนแรง
สำหรับฟีฟ่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือเป็นงานแสดงศักยภาพด้านการจัดการแข่งขันระดับโลก แต่สำหรับนักเตะ โค้ช และนักวิทยาศาสตร์ มันอาจเป็นบททดสอบสำคัญว่ากีฬาฟุตบอลจะสามารถปรับตัวเข้ากับโลกที่ร้อนขึ้นในอนาคตได้อย่างไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง