
เปิดเกมลงทุน Sport Complex โอกาสใหม่อสังหาฯ รับเศรษฐกิจกีฬา 2.38 แสนล้าน
เศรษฐกิจกีฬาไทยปี 2568 แตะ 2.38 แสนล้านบาท ดึงนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาฯ เดินหน้าปั้น Sport Complex มูลค่าลงทุนที่เปิดเผยแล้วกว่า 1 หมื่นล้านบาท รับเทรนด์สุขภาพและโอกาสสร้างรายได้ระยะยาว
KEY
POINTS
- เศรษฐกิจกีฬาไทยเติบโตสูง คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 2.38 แสนล้านบาทในปี 2568 กลายเป็นโอกาสการลงทุนใหม่ของภาคอสังหาริมทรัพย์
- ผู้พัฒนาอสังหาฯ ใช้ Sport Complex เป็นจุดขายหลักเพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน สร้างรายได้ประจำ และเพิ่มมูลค่าโครงการ แทนที่จะเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม
- ปัจจุบันมีโครงการ Sport Complex ที่เปิดเผยมูลค่าการลงทุนแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวในทำเลชานเมืองกรุงเทพฯ
- แนวโน้มการลงทุนกำลังขยายไปสู่โครงการขนาดใหญ่อย่าง "Sports City" ที่ผสมผสานกีฬา การอยู่อาศัย สุขภาพ และธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน
การเติบโตของเศรษฐกิจกีฬาและกระแสการดูแลสุขภาพกำลังเปิดตลาดใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย เมื่อสนามกีฬาและพื้นที่ออกกำลังกายไม่ได้เป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกประกอบโครงการอีกต่อไป แต่เริ่มถูกนำมาใช้เป็นหัวใจของการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์และ Mixed-use เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน สร้างรายได้ประจำ และเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินในระยะยาว
ซาวิลส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า เศรษฐกิจกีฬาของไทยมีมูลค่าสูงถึง 238,782 ล้านบาทในปี 2568 คิดเป็น 1.26% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เป็นสัดส่วนสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ขณะที่แนวโน้มระดับโลกก็ขยายตัวต่อเนื่อง โดย World Economic Forum ร่วมกับ Oliver Wyman ประเมินว่าเศรษฐกิจกีฬาทั่วโลกจะมีมูลค่าประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 และเพิ่มเป็น 3.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
การเติบโตดังกล่าวไม่ได้มาจากธุรกิจการแข่งขันกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงไปถึงอุปกรณ์กีฬา สถานออกกำลังกาย สนามกีฬา อาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม การท่องเที่ยว ตลอดจนการเดินทางเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา ทำให้ภาคกีฬากลายเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องหลายประเภท และเปิดช่องให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้ามาต่อยอดการลงทุนได้มากขึ้น
ข้อมูลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า มูลค่าเศรษฐกิจกีฬาของไทยในปี 2568 แบ่งเป็นมูลค่าทางตรงประมาณ 176,000 ล้านบาท และมูลค่าทางอ้อมประมาณ 62,000 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของกีฬาในการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจอื่น ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค การท่องเที่ยว และบริการ
คนไทยออกกำลังกายเพิ่ม เปิดฐานลูกค้ากีฬาในหลายช่วงวัย
อีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลที่ซาวิลส์นำเสนอระบุว่า สัดส่วนประชากรไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมทางกายเพิ่มจาก 87.26% ในปี 2567 เป็น 89.7% ในปี 2568 และ 91.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หรือเพิ่มขึ้น 4.44 จุดเปอร์เซ็นต์ภายใน 2 ปี ขณะที่ประชากรที่ไม่ได้ออกกำลังกายลดลงเหลือ 8.3%
พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเล่นกีฬาในสนามหรือการออกกำลังกายในฟิตเนส แต่รวมถึงการเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน และกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่รองรับกิจกรรมทางกายมีความหลากหลายขึ้น ตั้งแต่ฟิตเนส สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ลู่วิ่ง ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวและพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งในโครงการที่อยู่อาศัย
ขณะเดียวกัน ฐานผู้บริโภคที่มีค่าใช้จ่ายด้านกีฬาสูงยังครอบคลุมหลายช่วงวัย ไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยกลุ่มอายุ 30-39 ปี มีค่าใช้จ่ายด้านกีฬาต่อคนเฉลี่ยสูงที่สุดประมาณ 7,700 บาท รองลงมาคือกลุ่มอายุ 40-49 ปี ประมาณ 7,600 บาท และกลุ่มอายุ 60-69 ปี ประมาณ 7,300 บาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดกีฬามีกำลังซื้อจากทั้งวัยทำงาน ครอบครัว และผู้สูงอายุ ซึ่งมีความต้องการแตกต่างกัน ตั้งแต่การเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและความบันเทิง ไปจนถึงบริการฟื้นฟูร่างกายและ Wellness จึงเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการออกแบบ Sport Complex ที่มีบริการหลากหลายและสร้างรายได้จากลูกค้าหลายกลุ่ม
เปิดพอร์ต Sport Complex ลงทุนแล้วกว่า 1 หมื่นล้าน
ซาวิลส์พบว่า ปัจจุบันมีโครงการ Sport Complex และโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ผสานองค์ประกอบด้านกีฬาอยู่ในแผนพัฒนา (Pipeline) ซึ่งเปิดเผยมูลค่าการลงทุนแล้วอย่างน้อย 6 โครงการ รวมกว่า 10,000 ล้านบาท โดยมีทั้งรูปแบบสปอร์ตคลับแบบสมาชิกที่เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนและครอบครัว ไปจนถึงศูนย์กีฬาที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการผ่านการจองสนามหรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรม
ในกลุ่มสปอร์ตคลับแบบสมาชิก มีตัวอย่างสำคัญคือ Eden Country Club บนพื้นที่ 24 ไร่ บริเวณถนนบางนา-ตราด มูลค่าการลงทุนประมาณ 2,400 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามเทนนิส พาเดล ศูนย์กีฬาแร็กเก็ต สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพ ตั้งเป้าเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2571
อีกโครงการคือ Reignwood Sports and Performance Center มูลค่าการลงทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Reignwood Park โครงการขนาดใหญ่ที่ผสานสนามกอล์ฟระดับเอ็กซ์คลูซีฟ Robinswood Golf Club ที่พักอาศัย และโรงเรียนนานาชาติเข้าด้วยกัน สะท้อนแนวทางพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่นำกีฬาและการใช้ชีวิตมาเชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกัน
ส่วนกลุ่ม Sport Complex ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้บริการ มี The O2 Bangkok บริเวณบางอ้อ ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT เป็นอาคารกีฬา 4 ชั้น พื้นที่ประมาณ 10,200 ตารางเมตร มูลค่าลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามแบดมินตัน บาสเกตบอล ฟุตบอล 5 คน ฟิตเนส และพื้นที่ฟื้นฟูร่างกาย
ขณะที่ Sterling Sport and Wellness ย่านสุขุมวิท 24 รวบรวมสนามเทนนิส พาเดล และพิคเคิลบอล พร้อมสตูดิโอออกกำลังกายและบริการกายภาพบำบัด ส่วน Theá Sports Club มีแผนพัฒนาในย่านพรานนก–กาญจนาภิเษก สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจไปยังพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก
นอกจากผู้ประกอบการด้านกีฬาโดยตรงแล้ว ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังเริ่มนำกิจกรรมกีฬามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาโครงการมากขึ้น อาทิ พราว เรียลเอสเตท ซึ่งมีแผนพัฒนาที่ดินเดิมของบิ๊กซี บางใหญ่ ขนาดกว่า 27 ไร่ เป็นโครงการ Mixed-use ประกอบด้วย Arena, Sport Club และ Sport Complex เพื่อรองรับตลาด Sport Tourism & Wellness
ขณะที่ K.E. Group ผู้พัฒนา Crystal Sports ย่านเลียบด่วนรามอินทรา มีแผนพัฒนาคอมมูนิตี้เทนนิสระดับเวิลด์คลาส ประกอบด้วยสนามเทนนิสในร่ม 9 คอร์ต เพื่อยกระดับกีฬาเทนนิสสู่ Premium Lifestyle
อสังหาฯ ดึงกีฬาเป็นจุดขาย เพิ่ม Traffic และรายได้ประจำ
การลงทุนด้านกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่ในโครงการ Sport Complex โดยเฉพาะ แต่เริ่มขยายเข้าไปเป็นองค์ประกอบของโครงการที่อยู่อาศัยและธุรกิจค้าปลีก เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มกิจกรรมให้กับพื้นที่ตลอดวัน
ตัวอย่างเช่น แสนสิริกำลังพัฒนา S QUARTER บนพื้นที่ 24 ไร่ ในย่านกรุงเทพกรีฑา ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามฟุตบอล เทนนิส พาเดล และพิคเคิลบอล สตูดิโอกิจกรรม และคาเฟ่ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาส 4 ปี 2569
ส่วนธุรกิจค้าปลีก Talent Sport Academy ณ The Walk ราชพฤกษ์ ซึ่งได้รับการลงทุนจาก Index Living Mall ประมาณ 80–100 ล้านบาท พัฒนาบนอาคารกีฬา 2 หลัง พื้นที่รวมประมาณ 7,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยสนามเทนนิส พิคเคิลบอล และบาสเกตบอล โดยมุ่งเน้นกลุ่มครอบครัวและนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติในบริเวณใกล้เคียง
การนำกีฬาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจึงมีเป้าหมายมากกว่าการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะสามารถสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเดินทางเข้ามาใช้พื้นที่ เพิ่มระยะเวลาการใช้บริการ และต่อยอดไปสู่รายได้จากกิจกรรมอื่น เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และบริการด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโครงการ Mixed-use และศูนย์การค้าที่ต้องการเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการของลูกค้า
ทำเลชานเมืองมีพื้นที่รองรับ ต่อยอดสู่ Sports City
ซาวิลส์ระบุว่า โครงการ Sport Complex ส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบางนา-ตราดและกรุงเทพกรีฑาทางฝั่งตะวันออก รวมถึงราชพฤกษ์และพรานนก-กาญจนาภิเษกทางฝั่งตะวันตก และบางอ้อในพื้นที่ฝั่งธนบุรี
ทำเลเหล่านี้มีข้อได้เปรียบด้านขนาดที่ดินและต้นทุนการพัฒนาเมื่อเทียบกับพื้นที่ CBD อีกทั้งยังอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยของครอบครัวและโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธุรกิจ ขณะที่การพัฒนา Sport Complex ต้องใช้พื้นที่รองรับสนามกีฬาและกิจกรรมหลายประเภท จึงมีข้อจำกัดด้านที่ดินมากกว่าโครงการเชิงพาณิชย์ทั่วไป
แนวโน้มการลงทุนยังเริ่มขยายจาก Sport Complex ไปสู่แนวคิด Sports City ที่เชื่อมโยงกีฬา สุขภาพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย และธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน ตัวอย่างคือ AREA 340 โดย Woraluk Property ในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ ด้วยแผนการลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วยสนามกีฬา สนามกอล์ฟ ที่อยู่อาศัย สถานศึกษา สุขภาพ และพื้นที่ชุมชน
โครงการดังกล่าวมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการพัฒนาหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการจัดการกีฬา และมีแผนแล้วเสร็จในปี 2572 สะท้อนแนวทางพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มองกีฬาเป็นเพียงธุรกิจบริการ แต่เชื่อมโยงไปถึงการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตในพื้นที่เดียวกัน
สำหรับมูลค่าการลงทุนของโครงการที่เปิดเผยแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย AREA 340 มากกว่า 5,000 ล้านบาท Eden Country Club ประมาณ 2,400 ล้านบาท Reignwood Sports and Performance Center ประมาณ 1,400 ล้านบาท The O2 Bangkok ประมาณ 200 ล้านบาท รวมถึง S QUARTER และ Talent Sport Academy ซึ่งมีมูลค่าลงทุนประมาณโครงการละ 100 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างแผนการพัฒนาแต่ยังไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุน ได้แก่ Theá Sports Club, Crystal Sports และ Arena Bangkok Club โดยซาวิลส์มองว่าในปี 2570 จะมีการลงทุนใหม่เพิ่มเติม โดยเฉพาะในทำเลชานเมืองและเมืองเศรษฐกิจที่มีศักยภาพรองรับโครงการขนาดใหญ่
โอกาสเพิ่มมูลค่าที่ดิน แต่ต้องเลือกทำเลและโมเดลธุรกิจให้เหมาะ
ซาวิลส์ (ประเทศไทย) ยังมองว่า Sport Complex กำลังพัฒนาจากธุรกิจเฉพาะทางไปสู่หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะโครงการที่สามารถผสมผสานกีฬา สุขภาพ การศึกษา การอยู่อาศัย และธุรกิจค้าปลีกเข้าด้วยกัน ซึ่งมีโอกาสสร้างความต้องการใช้พื้นที่จากผู้บริโภคหลายกลุ่ม
สำหรับเจ้าของที่ดินและนักลงทุน การนำกิจกรรมกีฬามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่ยังมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่โดยรอบ ผ่านการดึงดูดประชากร ผู้ใช้งาน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเข้ามาในพื้นที่ ตลอดจนสร้างรายได้ประจำจากค่าสมาชิก ค่าเช่าสนาม และบริการด้านสุขภาพ
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสความนิยมด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องประเมินทำเลและกำลังซื้อของตลาด พื้นที่รับบริการ ประเภทกีฬาและสิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนความสามารถของพันธมิตรในการบริหารจัดการ เพราะ Sport Complex เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งเงินลงทุนและการดำเนินงานต่อเนื่อง
ในระยะยาว การเชื่อมโยงกีฬาเข้ากับที่อยู่อาศัย การศึกษา สุขภาพ และค้าปลีก อาจเป็นอีกแนวทางของการพัฒนา Mixed-use และ Sports City ที่ช่วยสร้างจุดหมายปลายทางใหม่ให้กับพื้นที่ ขณะที่มูลค่าการลงทุนที่ทยอยเปิดเผยแล้วกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นสัญญาณว่ากีฬาเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในสมการการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย ไม่ใช่เพียงสิ่งอำนวยความสะดวกประกอบโครงการเหมือนที่ผ่านมา







