thansettakij
thansettakij
สัมผัสผืนป่า “เดอะ ฟอเรสเทียส์” อาณาจักรสีเขียวเมืองมิกซ์ยูสแห่งเดียวในไทย

สัมผัสผืนป่า “เดอะ ฟอเรสเทียส์” อาณาจักรสีเขียวเมืองมิกซ์ยูสแห่งเดียวในไทย

05 พ.ย. 69 | 08:59 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 09:01 น.

สัมผัสผืนป่าธรรมชาติ ใจกลางที่อยู่อาศัย จากบ่อปลา -ทุ่งเลี้ยงวัว 389ไร่ สู่ “เดอะ ฟอเรสเทียส์” อาณาจักรสีเขียวเมืองมิกซ์ยูสแห่งเดียวในไทย ย่านบางนา-ตราดกม.7 ของตระกูลเจียรวนนท์

KEY

POINTS

  • เดอะ ฟอเรสเทียส์ คือโครงการมิกซ์ยูสของ MQDC บนถนนบางนา-ตราด ที่พัฒนาพื้นที่กว่า 398 ไร่ให้กลายเป็นอาณาจักรสีเขียว โดยมีหัวใจสำคัญคือผืนป่าขนาดใหญ่ใจกลางโครงการ
  • จุดเด่นคือการสร้างผืนป่าขนาด 30 ไร่ ที่ใช้เวลาบ่มเพาะนาน 7 ปี จนเกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์กว่า 714 ชนิด
  • โครงการมุ่งสร้างสุขภาวะที่ดี (Wellgevity) ให้กับผู้อยู่อาศัยทุกวัย โดยผสานที่อยู่อาศัยเข้ากับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เพื่อให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าและสัตว์นานาชนิดได้
  • ถือเป็นโครงการต้นแบบด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งเดียวในไทย ที่เน้นการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ใครจะไปคาดคิดว่า จากบ่อปลา และทุ่งเลี้ยงวัวพื้นที่ 389 ไร่ ธรรมดาๆ ย่านบางนา-ตราด กม. 7 ในวันนั้น จะกลายเป็น“เดอะ ฟอเรสเทียส์”(The Forestias) อาณาจักร มิกซ์ยูส ที่ยิ่งใหญ่ท่ามกลางผืนป่าธรรมชาติ  ภายใต้ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ MQDC โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สุดและนำไปสู่ความยั่งยืน ของตระกูลเจียรวนนท์ มูลค่ากว่า 1.25 แสนล้านบาท  ที่เข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกรูปแบบของคนทุกกลุ่มวัย  รวมถึงการออกแบบรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการขยับตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกแบบพอเหมาะพอดี  

สัมผัสผืนป่าในโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์

เบื้องหลังความสำเร็จ

 ย้อนไปเบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ  “บี -ทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MQDC  เธอ ได้มีโจทย์น่าสนแต่แฝงไว้ด้วยความท้าทายว่า “ความสุขที่แท้จริงคืออะไร” และ“ทำอย่างไรจะสร้างให้คนทุกคนอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี”  แนวคิดนี้จึงนำมาถ่ายทอดสู่การลงมือปฎิบัติจริง อย่างเข้มข้น ผ่านสนามการวิจัยในทุกมิติทั้งในประเทศไทยและระดับโลก ตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การฟื้นฟูดินให้เหมาะกับต้นไม้ทุกประเภท ตลอดจนการสร้างระบบนิเวศเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอย่างกลมกลืน ระหว่าง คน- ป่า- พืชและสัตว์

เดอะ ฟอเรสเทียส์   

ป่าสร้างระบบนิเวศกลางใจเมือง

ดังนั้นจึงนำมาซึ่ง ประกาศความสำเร็จของโครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ ในการเปลี่ยนมาสเตอร์แพลนสู่จุดหมายปลายทางที่เกิดขึ้นจริง พิสูจน์ว่าผืนป่าความหลากหลายทางชีวภาพ ที่อยู่อาศัยลักชัวรีและพื้นที่เสริมสุขภาวะเชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศที่ผู้คนอยู่อาศัยสัมผัสได้จริงรวมถึงสัตว์หลากหลายพันธุ์  ตามวิสัยทัศน์ “A Complete Ecosystem for Wellgevity Habitat”  ตลอด 7 ปี บนที่ดิน 30 ไร่ แห่งการบ่มเพาะตามแนว“มิยาซากิ” ได้เกิดผืนป่าธรรมชาติ และระบบนิเวศขนาดใหญ่ใจกลางโครงการที่อยู่อาศัย ที่สัมผัสได้จริง  จนกลายเป็นต้นแบบโครงการมิกซ์ยูสแห่งเดียวในไทยและแห่งแรกในเอเชีย ปัจจุบันมีพืชและสัตว์ 714 ชนิด ต้นไม้ใหญ่น้อยประมาณ กว่า 2แสนต้น หลอมรวมกันอยู่ที่นี่ และเมื่อมีป่าเกิดขึ้น แน่นอนว่าทั้ง ผีเสื้อสวยงาม  แมลงหลากชนิด รวมถึง นกต่างถิ่น ก็ต่างพากันมาอยู่อาศัย 

ลำธารธรรมชาติที่โครงการอนุรักษ์ไว้

พื้นที่ฮวงจุ้ยโครงการ   

สัมผัสป่า-สายน้ำสัตว์นานาพันธุ์

เมื่อเดินลัดเลาะ ไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลอดกระทบกิ่งไม้ เสียงร้องของนก แมลง  สัมผัสได้ ถึงผืนป่าที่มีชีวิต ช่วยให้ผ่อนคลาย สร้างสุขภาวะให้ดียิ่งขึ้นทั้งจิตใจและสุขภาพกาย ที่เป็นไฮไลต์ รูปปั้นช้างขนาดใหญ่ เสมือนตัวแทนของป่า นอกจากความสูงใหญ่ น่าเกรงขามแล้วในทางกลับกันยังเป็นจุดของฮวงจุ้ยสร้างสีสันช่วยในเรื่องโชคลาภตามความเชื่อ หากใครได้ลอดผ่านหรือขอพร  ที่โดดเด่นธารน้ำธรรมชาติ โครงการได้เก็บอนุรักษ์ไว้ในบางส่วน  พบว่ามี ปลานิล ปลาสลิด ปลาช่อน และอีกหลายสายพันธุ์ ที่ยังมีโอกาสซ่อนตัวแหวกว่ายอยู่ ณ จุดเดิม แม้แต่เต่า กบ ก็ยังจัดทำพื้นที่เป็นโพรงดินให้อยู่อาศัย เรียกว่า การทำโครงการไม่ใช่เพื่อผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงสัตว์ตัวเล็กๆให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้บนที่ดินเดิม  ที่น่าสนใจ น้ำตก(จำลอง) ไหลเอื่อยเป็นละอองฝอย โดยนำน้ำหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ซึ่งอยู่บริเวณใต้ดิน เพิ่มสีสันให้กับสระว่ายน้ำบริเวณด้านล่างเหมือนกับกำลังเล่นน้ำท่ามกลางผืนป่าและเสียงที่มาจากธรรมชาติ

กว่าจะถึงวันนี้ไม่ง่าย 

 จากการบอกเล่าของ “สุรินทร์ วราชุน” ผู้ช่วยผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่นิเวศวิทยา โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias by MQDC) ผู้เชี่ยวชาญ การปลูกป่า และพาเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระบุว่า กว่าจะมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์  เริ่มจาก การใช้เวลาปรับหน้าดินแต่ละชั้น โดยชั้นหน้าดินจะใช้ปุ๋ยขี้ไก่เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร อนุบาลกล้าไม้ เมล็ดพันธุ์  ส่วนชั้นสองพักไว้ และชั้นกลางเป็นดินเหนียว ที่ต้องใช้ส่วนผสมบำรุงดิน  จนช่วยให้เมล็ดพันธุ์ และกล้าไม้เติบโต เป็นร่มไม้ใหญ่ที่แข็งแรง แตกกิ่งก้านใบ แข่งขันกันรับแสงแดด โดยบริเวณที่เดินจะเป็นโซนที่มีน้ำตก Evergreen Forest (ป่าไม่ผลัดใบ)ป่าที่มีเรือนยอดเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี เนื่องจากต้นไม้ในป่าประเภทนี้ไม่ได้ทิ้งใบพร้อมกันทั้งต้น โดย 1ตารางเมตร จะลงไม้ 4 ต้น เพื่อให้ต้นไม้แข่งกันโต มีไม้ยืนต้นเช่นต้นยางนาที่สูงเกิน 30 เมตร  ไม้ใหญ่, ไม้พุ่ม และไม้ราบหรือไม้ล้มลุก เช่นสมุนไพร

 สุรินทร์  เล่าว่า ใช้เวลา5ปี สำหรับโซนนี้  ตั้งแต่ยังเป็นบ่อปลาและมีต้นไม้ต่างถิ่น ที่อาจทำให้ระบบนิเวศเสียหาย เบียดบังต้นไม่อื่นไม่สามารถเติบโตได้ ต้องนำออกไปจากพื้นที่ เช่นต้นจามจุรี กระถิน ตะขบ  และผักตบชวาอยู่ในแหล่งน้ำ ทำให้น้ำไม่มีออกซิเจน    

ที่สะดุดตา คือ ต้นเลียบ หรือที่เรียกกันว่า ไทรเลียบ มีรากเลื้อยพันลำต้นของตนเอง  สุรินทร์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในกรุงเทพมหานคร ที่นิยมปลูก จะเป็น  โพธิ์ -ไทร- ไกร- กร่าง เป็นกลุ่มพรรณไม้ขนาดใหญ่ในสกุลเดียวคือ สกุลโพธิ์-ไทร 

อย่างไรก็ตามต้นไม้บางชนิด “ซินแส” ห้ามปลูก โดยเฉพาะต้น  โพธิ์ และไทร เพราะเน้นปลูกตามวัดเป็นส่วนใหญ่ แต่ สุรินทร์ อธิบายกับซินแสว่า ทั้ง  โพธิ์- ไทร  จะเป็นระบบนิเวศที่ต้องการ และในที่สุด ก็ได้รับอนุญาต เฉพาะ “ไทร” ตามที่ได้เห็นต้นไทรเลียบดังกล่าว  นอกจากนี้พันธุ์ไม้ที่หายาก คือ “พระเจ้า5พระองค์”  ลักษณะลูกแข็งเปลือกเหมือนพระพุทธรูปห้าเหลี่ยม ซึ่งใบคล้ายกับสะเดา

 ขณะบางโซนเป็นไม้ดอกไม้ประดับสำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัยผู้สูงวัยนอกจากความสวยงามแล้วยังส่งกลิ่นหอมอบอวล ให้สามารถจำทางกลับที่พักได้  ส่วนอีกโซน เป็นจะเป็นต้นไม้สำหรับรับประทานได้ บนที่ดิน7ไร่ กว่า 100 ชนิด โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลลูกหม่อน หรือ มัลเบอร์รี และยังมีโซนสัตว์ที่พักอนุบาลอีกด้วย สุรินทร์เล่าว่า โครงการจะเน้นการปลูกป่าให้เห็นเป็นรูปธรรมก่อน การก่อสร้างอาคาร ส่งผลให้ พื้นที่บางส่วนที่ปลูกต้นไม้ไปแล้วอาจได้รับความเสียหายจากการขุดเจาะ แต่ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ ลูกบ้านได้เห็นป่า ที่เรียกว่า คนอยู่ได้สัตว์ก็อยู่ได้  และปัจจุบันป่าที่เห็น ได้ทำหน้าที่เสมือนเครื่องฟอกอากาศ ภายในโครงการ แม้ว่าจะ ไม่สามารถกำจัด PM 2.5 ได้ทั้งหมด แต่หากใครได้ยืนอยู่ ที่นี่ จะได้รับอากาศที่ดีเมื่อเทียบกับภายนอกโครงการ

ธรรมชาติกับความสุขและสุขภาพของมนุษย์

  “กิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์” ผู้อำนวยการโครงการ  “เดอะ ฟอเรสเทียส์”(The Forestias)  อธิบายว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีพื้นที่สีเขียวรองรับไม่เพียงพอ วันหยุดมนุษย์เราอยากกลับคืนสู่ธรรมชาติอย่าง”เขาใหญ่” แต่รู้สึกลำบากและใช้เวลาเดินทาง ดังนั้น โครงการ  จึงทำให้คนอยู่กับธรรมชาติตลอดเวลา ด้วยการสร้างป่าให้มาอยู่รอบตัวคน ซึ่งมองว่าหัวใจของมนุษย์มีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติสามารถช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจได้จริง แม้แต่การโอบกอดต้นไม้หรือใช้เวลาอยู่ในป่า ก็ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด และอาจส่งผลดีต่อสุขภาพ รวมถึงช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกายได้

แนวคิดการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน

 รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน RISC by MQDC กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากการเปลี่ยนมุมมองในการพัฒนาพื้นที่ จากเดิมที่เป็นพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม ให้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบของการพัฒนาอย่างยั่งยืน พื้นที่ขนาดประมาณ 398 ไร่ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างต้นแบบการพัฒนาที่ดี หากไม่เริ่มปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการพัฒนาในวันนี้ ผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสมอาจส่งผลรุนแรงต่อโลกในอนาคต

 ที่ผ่านมา การพัฒนาอาคารสีเขียวมักให้ความสำคัญกับมาตรฐานและข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น LEED ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ต้องมองให้ลึกกว่านั้น คือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งภาวะโลกร้อน  โลกแปรปรวน  และโลกเดือด ดังนั้น การพัฒนาที่ยั่งยืนจึงต้องมีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญคือ การสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการผลิตพลังงานใช้เองจากแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานลม เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ป่าสมบูรณ์ให้ร่มเงาใจกลางที่อยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรหยุดอยู่แค่การสร้างอาคารสีเขียวหรือพื้นที่สวนสวยงาม แต่ต้องก้าวไปสู่การสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับโลกได้อย่างแท้จริง นี่คืออาณาจักร มิกซ์ยูส ท่ามกลางผืนป่า ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และพื้นที่เสริมสุขภาวะที่หาได้ยากยิ่ง สำหรับ “เดอะ ฟอเรสเทียส์”

น้ำตกและสระว่ายน้ำภายในโครงการท่ามกลางผืนป่า