
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ทรัมป์ รบต่อ สะเทือนต้นทุนพลังงานไทย ภาคก่อสร้างแบกอ่วม
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ เดโมแครต พลิกชนะบีบโดนัลด์ ทรัมป์ สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ห่วงสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ฉุดต้นทุนก่อสร้างผันผวน จับตาราคาน้ำมัน-วัตถุดิบขยับต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศและทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพราคาน้ำมันในตลาดโลก
- ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างของไทยกังวลต่อความผันผวนของราคาพลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและการผลิต รวมถึงราคาวัสดุก่อสร้างที่นำเข้า
- ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างเผชิญความเสี่ยงในการประเมินต้นทุนเพื่อประมูลงาน เนื่องจากราคาวัสดุขาดเสถียรภาพ ทำให้คาดการณ์กำไรขาดทุนได้ยาก
แม้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกาจะยังไม่สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ แต่สถานการณ์ที่พรรคเดโมแครตสามารถพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากได้ทั้งในสภาสูงและสภาผู้แทนราษฎร กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางการเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งยังมีวาระบริหารประเทศต่อไปอีก 2 ปี
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงข้อจำกัดในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ในช่วงเวลาที่เหลือ แต่ยังเป็นสัญญาณที่ทำให้ต้องจับตาทิศทางการเมืองสหรัฐฯ ในระยะต่อไป รวมถึงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองในอนาคต
อย่างไรก็ตาม แรงกระเพื่อมจากการเมืองสหรัฐฯ ย่อมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ แต่ยังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจโลก ทั้งในมิติของนโยบายการค้า การลงทุน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทิศทางราคาพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่หลายฝ่ายประเมินว่าไฟสงครามอาจไม่ยุติลงได้โดยง่าย ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญ และอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และภาคธุรกิจของไทย อย่างอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ห่วงสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ
นายกฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCA) เปิดเผยว่า กรณีผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มได้เปรียบและมีอำนาจต่อรองในสภามากขึ้น อาจส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกจำกัดอำนาจในการดำเนินนโยบายบางด้าน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากสงครามยังคงยืดเยื้อและไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย จะส่งผลต่อเนื่องต่อราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานในตลาดโลก
รับเหมาแบกรับความเสี่ยงต้นทุนที่ผันผวนตลอดเวลา
ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างมีความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง รวมถึงราคาวัตถุดิบและวัสดุก่อสร้างหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นทองแดง สายไฟฟ้า และอะลูมิเนียม ซึ่งส่วนหนึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ราคาและปริมาณวัตถุดิบมีความไม่แน่นอน และยากต่อการคาดการณ์
ขณะเดียวกัน วัสดุก่อสร้างบางประเภทมีการปรับราคาขึ้นแล้ว แต่เมื่อราคาพลังงานปรับลดลง ราคาสินค้ากลับไม่ได้ปรับลดลงตามในทันที เช่น คอนกรีต ขณะที่ราคาเหล็กเส้นยังคงเคลื่อนไหวตามภาวะตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับความเสี่ยงด้านต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
“สิ่งที่ภาคก่อสร้างกังวลคือ หากสงครามยืดเยื้อ จะยิ่งทำให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบขาดเสถียรภาพ บางช่วงราคาปรับขึ้น บางช่วงปรับลง ทำให้ผู้ประกอบการประเมินต้นทุนได้ยาก โดยเฉพาะการเสนอราคาประมูลงาน หากคำนวณราคาต่ำเกินไปและต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นภายหลัง ก็มีโอกาสขาดทุน ขณะที่หากเสนอราคาสูงเกินไป ก็อาจทำให้เสียโอกาสในการรับงาน”
นายกฤษดากล่าวเพิ่มเติมว่า ความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้างถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของผู้ประกอบการในระยะต่อไป โดยเฉพาะหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ เพราะจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการนำเข้าวัตถุดิบและวัสดุก่อสร้างจากต่างประเทศ ซึ่งท้ายที่สุดอาจเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยรวม







