
จากแฟลกชิป พระราม3 สู่ ' สตาร์วิว ติวานนท์ ' นอร์ท ซีบีดี ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่
ถอดแนวคิด “ไพโรจน์ วัฒนวโรดม” ESTAR ต่อยอด DNA จากสตาร์วิว พระราม3แฟลกชิป เมื่อ10ปีก่อนสู่ “ สตาร์วิว ติวานนท์ “ นอร์ท ซีบีดี ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ชู วิวเมือง–สวน–แม่น้ำ เชื่อมสายสีม่วง ตอบโจทย์อยู่อาศัย-ลงทุนราคา7หมื่นบาทต่อตร.ม.
KEY
POINTS
- บริษัท ESTAR ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการแฟลกชิป "สตาร์วิว พระราม 3" มาสู่โครงการใหม่ "สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์" โดยนำ DNA ด้านการออกแบบที่เน้นวิวและพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่มาปรับใช้
- โครงการตั้งอยู่บนทำเลติวานนท์ ซึ่งถูกวางให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ทางตอนเหนือ (North New CBD) เพราะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงเข้าสู่ใจกลางเมืองและใกล้แหล่งงานสำคัญ
- ชูจุดเด่นทำเลติดรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกติวานนท์เพียง 100 เมตร เน้นการเดินทางด้วยระบบรางแทนระบบถนนแบบเดิม พร้อมราคาที่เข้าถึงได้สำหรับคนทำงาน
ติวานนท์ อีกทำเลศักยภาพอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดนนทบุรีเชื่อมต่อกรุงเทพมหานครอย่างไร้รอยต่อด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง เข้าสูงเมือง ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ระหว่างแหล่งงานและที่อยู่อาศัย ที่ประเมินว่า เป็นอีกทำเลที่มีดีมานด์ในขณะซัพพลายมีไม่มาก ส่งผลให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ให้ความสนใจเข้ามาพัฒนาโครงการ
ล่าสุดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตามองในทำเลใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง "สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์" (STARVIEW MRT TIWANON) ภายใต้บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR โครงการที่นำแนวคิดและ DNA ความสำเร็จจากโครงการสตาร์วิว พระราม 3 ซึ่งเคยสร้างความโดดเด่นในตลาดคอนโดมิเนียมเมื่อกว่า 10 ปีก่อน มาต่อยอดสู่ทำเลนนทบุรี
ภายใต้ Born to start again ( เกิดมาเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง)โดยชูจุดเด่นด้านการออกแบบ วิวทิวทัศน์ และพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อมแนวคิดการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนและศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร
นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ESTAR กล่าวว่าได้ให้ความสำคัญกับการเลือกทำเลที่มีความต้องการอยู่อาศัยจริง ควบคู่ไปกับระดับราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบรถไฟฟ้าและแหล่งงานสำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
ต่อยอดความสำเร็จจากสตาร์วิว พระราม 3 สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในนนทบุรี
หากย้อนกลับไปดูความสำเร็จของโครงการสตาร์วิว พระราม 3 จะพบว่าเอกลักษณ์สำคัญของโครงการคืออาคารสูง 2 อาคารที่มีส่วนเชื่อมต่อกัน สร้างภาพจำที่โดดเด่นและมีความคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมของ Marina Bay Sands ประเทศสิงคโปร์
แนวคิดของแบรนด์ Starview เกิดจากการนำคำว่า Star และ View มาผสมผสานกัน สื่อถึงการมองเห็นทัศนียภาพและดวงดาวจากมุมสูง โดยในยุคที่โครงการเริ่มพัฒนา อาคารสูงประมาณ 40 ชั้นยังถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นในตลาดคอนโดมิเนียม
สำหรับสตาร์วิว พระราม 3 จุดขายสำคัญคือทำเลที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำและวิวเมือง อีกทั้งยังเดินทางเชื่อมต่อเข้าสู่ย่านธุรกิจสาทรและสีลมได้สะดวกผ่านทางด่วน เมื่อนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดสู่สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ ที่เปลี่ยนจากโครงข่ายการเดินทางจากทางด่วน โครงข่ายของถนน สู่ ระบบราง รถไฟฟ้า จึงยังคงรักษา DNA เดิมเอาไว้ แต่ปรับให้เข้ากับบริบทของพื้นที่นนทบุรี โดยให้ความสำคัญกับวิวสวน วิวเมือง และวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นจุดเด่นของโครงการ และเปลี่ยนจากโครงข่ายการเดินทางจากระบบของถนนและทางด่วน สู่ รถไฟฟ้า
สิ่งที่ต้องการนำเสนอไม่ใช่เพียงห้องพักอาศัย แต่เป็นประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ลูกบ้านสามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลางคุณภาพสูงได้อย่างเต็มที่ แนวคิดสำคัญคือ แม้ลูกค้าจะเลือกซื้อห้องพักในระดับราคาที่เข้าถึงได้ แต่กลับได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่ส่วนกลางที่มีความโดดเด่นเกินกว่าระดับราคาที่จ่ายไป
มองโอกาสนนทบุรี สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ North New CBD
นายไพโรจน์มองว่า การขยายตัวของกรุงเทพฯ ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะย่านธุรกิจดั้งเดิมอย่างสาทรและสีลมอีกต่อไป แต่เริ่มกระจายออกไปสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้น โดยเฉพาะทำเลที่มีระบบคมนาคมเชื่อมโยงกับศูนย์กลางเมืองและแหล่งงานขนาดใหญ่
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งในอดีตอาจไม่ได้ถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจสำคัญ แต่เมื่อมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยเฉพาะรถไฟฟ้าและระบบเชื่อมต่อกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านธุรกิจ อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัย
แนวโน้มเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและนนทบุรี ซึ่งมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ หรือ North New CBD
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือการเป็นแหล่งรวมสถานที่ทำงานและหน่วยงานขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา มหาวิทยาลัย บริษัทเอกชน และกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ตลอดแนวพื้นที่ห้าแยกปากเกร็ดและแนวถนนสำคัญต่าง ๆ
โดยเฉพาะบริเวณที่มีแหล่งงานขนาดใหญ่ เช่น กลุ่มบริษัท ปตท. และเอสซีจี ซึ่งเป็นแหล่งรวมบุคลากรจำนวนมาก ก่อให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของคนทำงานที่ต้องการพักอาศัยใกล้แหล่งงาน แต่ไม่สามารถเข้าถึงคอนโดมิเนียมในทำเลลาดพร้าวหรือจตุจักรได้ เนื่องจากราคาขายต่อตารางเมตรปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงเริ่มมองหาทำเลทางเลือกที่สามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกในราคาที่เหมาะสมกว่า
ติวานนท์จึงกลายเป็นหนึ่งในทำเลที่น่าสนใจ เพราะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง และเดินทางไปยังห้าแยกลาดพร้าวได้ประมาณ 6 สถานี ตามแนวคิดการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบขนส่งมวลชน
ดีมานด์มีจริง ราคาเข้าถึงได้ คือโอกาสของตลาดคอนโดมิเนียม
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ทำเลติวานนท์มีความน่าสนใจ คือความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของตลาดที่อยู่อาศัย
ในมุมมองของผู้พัฒนาโครงการ ตลาดที่อยู่อาศัยในย่านนี้ยังมีความต้องการจากกลุ่มคนทำงานและประชาชนในพื้นที่ ขณะที่จำนวนโครงการใหม่และซัพพลายที่พร้อมขายมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับบางทำเลในกรุงเทพฯ
ประกอบกับราคาคอนโดมิเนียมในทำเลใกล้เคียงอย่างจตุจักรและลาดพร้าวปรับตัวสูงขึ้น โดยมีระดับราคาตั้งแต่ประมาณ 90,000-100,000 บาทต่อตารางเมตร หรือสูงกว่านั้นในบางโครงการ ดังนั้นสตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ จึงเลือกวางตำแหน่งทางการตลาดด้วยระดับราคาประมาณ 70,000 บาทต่อตารางเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยใกล้รถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น แนวคิดสำคัญคือการทำให้ผู้บริโภคสามารถมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมใกล้ระบบขนส่งมวลชนได้ในระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่ตอบโจทย์กำลังซื้อของคนทำงานจำนวนมาก
มุ่งตอบโจทย์ผู้ซื้อได้ทั้ง 2 กลุ่ม
- กลุ่มซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องการลดระยะเวลาเดินทางและมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาที่เหมาะสม
- กลุ่มซื้อเพื่อลงทุน ที่มองเห็นโอกาสจากแหล่งงานขนาดใหญ่ ความต้องการเช่าของบุคลากรในพื้นที่ และการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า
หัวใจของการทำตลาดในยุคนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างโครงการให้สวยงาม แต่ต้องเริ่มจากการค้นหาดีมานด์ที่แท้จริงของพื้นที่ และพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมาย
ดีไซน์ต่อยอด DNA สตาร์วิว เปิดมุมมอง 3 ทิศทาง วิวสวน วิวเมือง และวิวแม่น้ำ
ในด้านการออกแบบโครงการ แนวคิดหลักยังคงยึด DNA ของสตาร์วิว พระราม 3 โดยนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของที่ดินและสภาพแวดล้อมโดยรอบ
ทีมออกแบบได้ศึกษาบริบทของพื้นที่และพบว่าบริเวณใกล้เคียงมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ รวมถึงสวนสาธารณะและพื้นที่ของหน่วยงานด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถนำมาใช้สร้างจุดเด่นด้านทัศนียภาพให้กับโครงการได้ โดยแนวคิดสำคัญคือการออกแบบอาคารให้สามารถเปิดรับมุมมองที่แตกต่างกัน โดยแบ่งทัศนียภาพออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. วิวสวน (Green View)
เป็นมุมมองที่เปิดรับพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของสวนสาธารณะและพื้นที่โดยรอบ ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัย
2. วิวเมือง (City View)
เป็นมุมมองของเมืองและชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่นนทบุรี ซึ่งยังคงมีเอกลักษณ์ของบ้านพักอาศัยและวิถีชีวิตชุมชน อีกทั้งในบางมุมมองจากอาคารชั้นสูงยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาได้
3. วิวมหานคร (Bangkok City View)
เป็นมุมมองที่เปิดรับทัศนียภาพของเมืองกรุงเทพฯ โดยเฉพาะภาพของอาคารสูงและเส้นขอบฟ้าของเมืองที่สะท้อนการขยายตัวของพื้นที่เศรษฐกิจการออกแบบให้มีมุมมองที่หลากหลายเช่นนี้ ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีทางเลือกในการสัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันตามตำแหน่งห้องและระดับความสูงของอาคาร จัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางกว่า 1,000 ตารางเมตร สร้างเอกลักษณ์เหนือระดับราคา หนึ่งในจุดเด่นที่ผู้บริหารให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นหัวใจของโครงการ โดยมีแนวคิดในการจัดสรรพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงได้สะดวก ไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปใช้บริการภายนอกโครงการนอกจากพื้นที่ส่วนกลางในระดับพื้นดินแล้ว ยังมีการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่บริเวณชั้น 8 เพื่อให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกันของลูกบ้าน
ไฮไลต์สำคัญคือพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวที่มีขนาดรวมกว่า 1,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการต่อยอดแนวคิดจากสตาร์วิว พระราม 3 ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ส่วนกลางให้มีความโดดเด่นและใช้งานได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบพื้นที่รองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ รวมถึง Sky Lounge ที่สามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากได้ มองว่า การสร้างความประทับใจให้ลูกค้าไม่ควรจำกัดอยู่เพียงภายในห้องพัก เพราะเมื่อลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมโครงการ สิ่งที่สามารถสร้างความรู้สึกแตกต่างได้ทันทีคือคุณภาพของพื้นที่ส่วนกลางและ แม้ว่าลูกค้าจะจ่ายเงินซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่จับต้องได้ แต่กลับได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตในพื้นที่ส่วนกลางที่มีคุณภาพและมีความโดดเด่น
ดึงเอกลักษณ์นนทบุรี สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมและรายละเอียดการออกแบบ
นอกจากการให้ความสำคัญกับวิวและพื้นที่ส่วนกลางแล้ว อีกหนึ่งแนวคิดที่ทีมออกแบบนำมาใช้คือการดึงอัตลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรีมาสะท้อนผ่านงานสถาปัตยกรรมหนึ่งในแรงบันดาลใจคืออาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากยุคโคโลเนียล (Colonial Architecture) ทีมออกแบบจึงนำรายละเอียดบางส่วนมาประยุกต์ใช้กับตัวอาคาร เพื่อเพิ่มความคลาสสิกและสร้างเอกลักษณ์ให้กับโครงการ โดยไม่ทำให้ภาพรวมดูเป็นอาคารสูงทั่วไป
อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือการใช้สีแดงเป็นองค์ประกอบในการออกแบบ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับเรื่องราวของแบรนด์ Starview และเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวอาคารแม้ภาพรวมของโครงการจะเน้นความเรียบหรู แต่ยังแฝงรายละเอียดที่มีความทันสมัยและมีความเป็นวัยรุ่นอยู่ในตัว สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่ต้องการให้โครงการมีบุคลิกชัดเจนและแตกต่าง
งานตกแต่งภายใน เน้นความละเมียดและตอบโจทย์คนทำงาน
สำหรับงานออกแบบภายใน ทีมงานให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย โดยมองว่ากลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นคนทำงานที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนหลังจากใช้ชีวิตในเมืองตลอดทั้งวัน
จึงนำแนวคิดด้านภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape Architecture) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบ ทั้งในด้านเส้นสาย รูปทรง สีสัน และองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่มีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน เนื่องจากเป็นอาคารสูง ทีมออกแบบจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมขององค์ประกอบภายในอาคาร ไม่ให้เกิดความรู้สึกอึดอัดหรือมีรายละเอียดมากจนเกินไป
เป้าหมายคือการสร้างพื้นที่ที่มีความสวยงาม เรียบง่าย และใช้งานได้จริง พร้อมสะท้อน DNA ของแบรนด์สตาร์วิวที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวิวและประสบการณ์การอยู่อาศัย
โดยเน้นว่าสิ่งที่ต้องการนำเสนอไม่ใช่เพียงการขายห้องชุดในระดับราคาประมาณ 70,000 บาทต่อตารางเมตร แต่ต้องการให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนเองได้รับคุณภาพงานออกแบบและรายละเอียดที่มีความประณีต ซึ่งอาจพบได้ในโครงการที่มีระดับราคาสูงกว่านี้
ความเชื่อมั่นและคุณภาพงานก่อสร้าง คือหัวใจของการขายอสังหาริมทรัพย์
นายไพโรจน์ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้พัฒนาโครงการ โดยมองว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จบลงเพียงวันที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ แต่ต้องสร้างความมั่นใจว่าผู้ซื้อจะได้รับสิ่งที่โครงการนำเสนอไว้อย่างครบถ้วนโดยเฉพาะในภาวะที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น การสร้างความเชื่อมั่นจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือการสื่อสารให้ลูกค้าเห็นภาพอย่างชัดเจน ตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ ทำเล สิ่งอำนวยความสะดวก ไปจนถึงรายละเอียดของโครงการและคุณภาพงานก่อสร้าง
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินแล้ว สิ่งที่ได้รับต้องตรงกับความคาดหวังและสิ่งที่โครงการสัญญาไว้ ซึ่งทำเลนนทบุรีมีศักยภาพด้านการอยู่อาศัย พร้อมตอบโจทย์ความกังวลเรื่องน้ำท่วม อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้บริหารกล่าวถึงคือความกังวลของผู้ซื้อเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในพื้นที่นนทบุรีที่ผู้บริโภคมักสอบถามถึงประวัติและความเสี่ยงของพื้นที่เป็นพิเศษ ประเด็นเรื่องน้ำท่วมเป็นหนึ่งในข้อพิจารณาที่ลูกค้าสอบถาม และเป็นข้อมูลที่ทีมขายต้องสื่อสารให้ชัดเจน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อ
ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดสำนักงานขาย แม้สำนักงานจะเพิ่งดำเนินการแล้วเสร็จ ก่อนวันเปิดให้จองอย่างเป็นทางการ แต่ก็เริ่มมีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมและให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 200 ล้านบาทในช่วงเริ่มต้น พร้อมได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า
เจาะกลุ่มคนทำงานและคนในพื้นที่ พบลูกค้าซื้ออยู่จริงมากกว่าครึ่ง
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ จากข้อมูลที่ผู้บริหารเปิดเผย พบว่ามีทั้งกลุ่มคนในพื้นที่นนทบุรีและกลุ่มคนทำงานที่เดินทางไปทำงานในย่านจตุจักรและลาดพร้าวกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 39-40 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานที่เริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับรายได้และรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ซื้อยังมีทั้งคนที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและผู้ที่มองเห็นโอกาสในการลงทุน โดยข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ามีลูกค้าซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงประมาณ 53% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มซื้อเพื่อลงทุน
นอกจากนี้ กลุ่มคนทำงานที่มีรายได้ประมาณ 50,000 บาทขึ้นไป ยังเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญ เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อคอนโดมิเนียมในระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท หากมีการวางแผนทางการเงินและภาระผ่อนชำระอย่างเหมาะสม
สิ่งที่น่าสนใจคือ ลูกค้าจำนวนหนึ่งเป็นคนในพื้นที่นนทบุรีเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดไม่ได้พึ่งพาเฉพาะผู้ซื้อจากกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังมีความต้องการจากคนในท้องถิ่นที่ต้องการขยับขยายหรือเปลี่ยนรูปแบบที่อยู่อาศัยด้วย
สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ กับโจทย์ใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์
จากแนวคิดทั้งหมดจะเห็นได้ว่า สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ ไม่ได้วางตำแหน่งเป็นเพียงโครงการคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง แต่ต้องการสร้างความแตกต่างผ่านการนำ DNA ของแบรนด์สตาร์วิวมาต่อยอดให้เหมาะสมกับศักยภาพของทำเลนนทบุรี
ทั้งการเลือกทำเลที่มีแหล่งงานรองรับ การกำหนดระดับราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ การออกแบบให้มีมุมมองทัศนียภาพหลากหลาย ตลอดจนการจัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม
ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดของผู้พัฒนาโครงการที่มองว่า การทำอสังหาริมทรัพย์ในยุคปัจจุบันต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
เพราะในวันที่ผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น โครงการที่จะประสบความสำเร็จได้จึงไม่ใช่เพียงโครงการที่มีทำเลดีหรือราคาถูกเท่านั้น แต่ต้องเป็นโครงการที่สามารถมอบความคุ้มค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีได้จริง
สตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการสร้างแลนด์มาร์กที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ของนนทบุรี ด้วยการเชื่อมต่อทุกจังหวะชีวิต ทั้งการเดินทาง การทำงาน การพักผ่อน และการใช้ชีวิตในเมืองที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสตาร์วิว เอ็มอาร์ที ติวานนท์ (STARVIEW MRT TIWANON) เป็นคอนโดมิเนียม High-Rise สูง 36 ชั้นมูลค่าโครงการประมาณ 2,500 ล้านบาท ตั้งอยู่บนถนนกรุงเทพ–นนทบุรี ห่างจาก MRT สถานีแยกติวานนท์ ทางออก 1 เพียง 100 เมตร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่สถานีเตาปูน เดินทางสู่บางซื่อและจตุจักรได้สะดวก พร้อมเชื่อมต่อถนนสายหลัก และทางพิเศษศรีรัช ตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการเดินทางเข้าเมืองสะดวก โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายในระดับราคาเดียวกับคอนโดมิเนียมในทำเลใจกลางเมือง
โครงการพัฒนาภายใต้แนวคิด “BETTER CONNECTED BETTER LIVING” โดดเด่นด้วยพื้นที่ส่วนกลาง 6 ชั้น ครอบคลุม Co-working Space, Working Pod, Sky Garden, STAR LAB-POOL สระว่ายน้ำชั้นสูง, Fitness, Sky Lounge และลู่วิ่งบนดาดฟ้าระยะทางประมาณ 150 เมตร พร้อมมุมมองสวนสีเขียวและวิวเมืองในตำแหน่งห้องที่เหมาะสม เติมเต็มทั้งการทำงาน การพักผ่อน และการออกกำลังกายในโครงการเดียว
ด้านความคุ้มค่า โครงการเปิดราคาเริ่มต้นเพียง 1.79 ล้านบาท หรือประมาณ 77,900 บาทต่อตารางเมตร พร้อมห้องแบบ Fully Furnished และส่วนลดพิเศษ 50,000 บาท* เพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ในงบประมาณที่บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น
โอกาสเลือกห้องที่ใช่ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษกำลังมาถึง! พบกับกิจกรรม STARVIEW MRT TIWANON PRESALE NEW FLOOR วันที่ 7– 8 พฤศจิกายน 2569 เปิดขายชั้นเพิ่มเติม พร้อมห้องพักหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Studio,1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom รองรับทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและผู้ที่มองหาทางเลือกในการลงทุน นายไพโรจน์กล่าว







