thansettakij
thansettakij
พระราม3 เมืองขยายสาทร  เครือสหพัฒน์ปั้นอาณาจักรหมื่นล้าน ดัน 'คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์'บ้านหลังแรก

พระราม3 เมืองขยายสาทร เครือสหพัฒน์ปั้นอาณาจักรหมื่นล้าน ดัน 'คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์'บ้านหลังแรก

29 ต.ค. 69 | 07:08 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ต.ค. 69 | 07:08 น.

เครือสหพัฒน์ ปั้นย่านพระราม3 เมืองขยายจากสาทร  New Urban Ecosystem พลิกที่ดิน66ไร่ สร้างอาณาจักร มิกซ์ยูสหมื่นล้านริมเจ้าพระยา ล่าสุดดัน “คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์”บ้านหลังแรกของครอบครัวสร้าง Community ตอบโจทย์ดีมานด์ยุคใหม่

KEY

POINTS

  • เครือสหพัฒน์ลงทุนหมื่นล้านบาท พัฒนาโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนทำเลพระราม 3 ซึ่งเป็นย่านศักยภาพที่ขยายตัวจากย่านธุรกิจสาทร
  • เปิดตัวคอนโดมิเนียมหรู "คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์" มูลค่า 6,500 ล้านบาท โดยเปลี่ยนแนวคิดจากบ้านหลังที่สอง (Second Home) ให้เป็นบ้านหลังแรกสำหรับครอบครัว
  • โครงการชูจุดเด่นด้านทำเลที่ใกล้โรงเรียนนานาชาติ (Walk-to-School) พร้อมคุณภาพการก่อสร้างมาตรฐานญี่ปุ่น และบริการระดับโรงแรมเพื่อรองรับการอยู่อาศัยจริงในระยะยาว

 

พระราม 3 กำลังขยับขึ้นเป็นอีกหนึ่งทำเลศักยภาพของกรุงเทพมหานคร ที่น่าจับตา จากการขยายตัวของย่านธุรกิจสาทร ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ผสานกับศักยภาพด้านการคมนาคมที่เชื่อมต่อใจกลางเมืองและพื้นที่โดยรอบตลอดจนจุดเด่นของทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้พื้นที่แห่งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ที่ดินพระราม 3 มีความน่าสนใจมากขึ้น ท่ามกลางการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เดินหน้าพัฒนาที่ดินเป็นโครงการระดับไฮเอนด์ ทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียมหรู ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์  มิกซ์ยูส

ศักยภาพย่านพระราม3 บูม

สะท้อนการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เข้มข้นขึ้นพร้อมรองรับความต้องการของผู้บริโภคทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยวเมื่อความต้องการใช้ที่ดินยังมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับข้อจำกัดของที่ดินในทำเลศักยภาพและแรงหนุนจากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม

พระราม 3 จึงเป็นอีกพื้นที่ที่ต้องจับตาทิศทางราคาและการลงทุนในระยะยาว พร้อมก้าวสู่การเป็นย่านที่ผสมผสานทั้งการอยู่อาศัย การค้า และการท่องเที่ยวได้อย่างมีศักยภาพ ไม่แพ้ย่านธุรกิจสำคัญอื่น ๆ ของกรุงเทพมหานคร

 

เครือสหพัฒน์ บูมพระราม3 ปั้นอาณาจักรมิกซ์ยูสหมื่นล้าน  

หนึ่งในนั้น เจ้าถิ่นรายใหญ่ เครือสหพัฒน์ ผนึกพันธมิตร ญี่ปุ่น ประกาศมาก่อนหน้านี้ ว่ามีแผนทุ่มงบประมาณนับหมื่นล้านบาทพัฒนาพื้นที่ย่านพระราม 3 ภายใต้แนวคิด Community of Kindness  บนที่ดินกว่า66ไร่ ซึ่งประกอบด้วยโครงการสำคัญอย่างคิงบริดจ์ ทาวเวอร์ และคิงสแควร์ คอมเพล็กซ์ โครงการเหล่านี้มุ่งเน้นการสร้างสรรค์สังคมคุณภาพด้วยอาคารสำนักงาน คอมมูนิตี้มอลล์ คอนโดมิเนียมหรู และโรงเรียนนานาชาติที่ครบวงจร  แม่เหล็กสำคัญ จุดหมายปลายทางการใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวล่าสุดบริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (KSD) บริษัทในเครือ เตรียมส่งมอบ“คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์”  (KingsQuare Residence) ใกล้โรงเรียนนานาชาติ บ้านหลังแรกของครอบครัวเร็วๆนี้  

“คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์”บ้านหลังแรกของครอบครัวสร้าง Community ตอบโจทย์ดีมานด์ยุคใหม่

 

พลิกโฉม ย่าน"พระราม3" New Urban Ecosystem

จากการวิเคราะห์ของ นางสาวพจมาน วรกิจโภคาทร หุ้นส่วนและหัวหน้าส่วนงานบริหารงานขายโครงการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า พระราม 3 กำลังก้าวสู่ New Urban Ecosystem ที่เชื่อมโยงการอยู่อาศัย การศึกษา การทำงาน และไลฟ์สไตล์ โดยข้อมูลที่ไนท์แฟรงค์รวบรวมพบว่า จำนวนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6.8% ต่อปี ในช่วงปี 2554–2568 สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยจากครอบครัวไทยและต่างชาติ รวมถึงครูและบุคลากรของโรงเรียน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ช่วยลดเวลาเดินทางและตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของครอบครัว ขณะเดียวกัน ที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีที่สามารถเดินถึงโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ หรือ Walk-to-School Luxury Residence ยังมีอุปทานจำกัดจากข้อจำกัดด้านที่ดิน ไนท์แฟรงค์จึงมองว่าพระราม 3 มีศักยภาพในการพัฒนาเป็น Extension of Sathorn ที่ผสานความสะดวกในการเข้าถึงย่านธุรกิจกับคุณภาพชีวิตในย่านที่อยู่อาศัยริมน้ำ โดย KingsQuare Residence เป็นหนึ่งในโครงการที่สอดรับกับแนวโน้มดังกล่าว ผ่านทำเลใกล้ King’s College International School Bangkok และการออกแบบที่ตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่

นางสาวพจมาน วรกิจโภคาทร หุ้นส่วนและหัวหน้าส่วนงานบริหารงานขายโครงการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

“คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์” บ้านหลังแรก

คิงสแควร์ เรสซิเดนซ์ (KingsQuare Residence )โครงการลักชัวรีเรสซิเดนซ์บนทำเลพระราม 3 เดินหน้าสู่การอยู่อาศัยจริง ด้วยแนวคิด “จาก Second Home สู่บ้านหลังแรกของครอบครัว” ผ่านการออกแบบ การก่อสร้าง และบริการแบบ Hospitality เพื่อรองรับการใช้ชีวิตจริงของครอบครัวยุคใหม่ในระยะยาว ปัจจุบันห้องชุดมีความพร้อมประมาณ 99% จากทั้งหมด 222 ยูนิต มูลค่าโครงการ 6,500 ล้านบาทและมีแผนเริ่มตรวจรับตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (KSD)  

นายจักรกฤษณ์ สันติรัตนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (KSD)  กล่าวว่า KingsQuare Residence ให้ความสำคัญกับการสร้าง “คุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว” โดยมองมากกว่าการพัฒนาอาคารให้แล้วเสร็จ แต่ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดการออกแบบ คุณภาพงานก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการและการดูแลลูกบ้านหลังเข้าอยู่อาศัย โจทย์สำคัญคือการเปลี่ยน Second Home ให้กลายเป็นบ้านหลังแรกของครอบครัว จากพื้นที่สำหรับพักผ่อนในวันหยุดสู่พื้นที่ที่รองรับชีวิตประจำวันได้จริง ทั้งการพักผ่อน การเรียนรู้ การทำงาน และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่และสร้าง Community ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสมาชิกทุกช่วงวัย

ภายใต้แนวคิด Low Density Living โครงการมุ่งสร้างความเป็นส่วนตัวควบคู่กับการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่ส่งเสริมการเรียนรู้ การพักผ่อน และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว พร้อมให้ความสำคัญกับประสบการณ์ตลอดการอยู่อาศัย ตั้งแต่ขั้นตอนตรวจรับและโอนกรรมสิทธิ์ โดย Knight Frank ทำงานร่วมกับทีม Thai Obayashi ในการตรวจสอบก่อนส่งมอบ ขณะที่ Dusit Hospitality Services เข้ามาบริหารจัดการอาคารและดูแลบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด Hospitality Service พร้อม Concierge Service ตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันโครงการมีความพร้อมในการเปิดให้เข้าชม โดยห้องชุดพร้อมประมาณ 99% เพื่อให้ KingsQuare Residence เป็น Community ที่รองรับชีวิตประจำวันของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน

มร. คะสุโอะ วะชิซุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mr. Kazuo Washizu)

ความปลอดภัยและความอุ่นใจของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว คือหัวใจ

ด้าน มร. คะสุโอะ วะชิซุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตคิว ดีเวลลอปเมนท์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mr. Kazuo Washizu) กล่าวว่า Tokyu Development ร่วมพัฒนาโครงการโดยยึดแนวคิด Japanese Quality Mindset และหลัก “Peace of Mind and Safety” ซึ่งให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความอุ่นใจของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว พร้อมมีส่วนร่วมในการดูแลคุณภาพงานก่อสร้างตลอดระยะเวลาการพัฒนาโครงการ

หัวใจสำคัญคือการมองโครงการจากมุมของลูกค้า ไม่ใช่เพียงความสวยงามของการออกแบบ แต่รวมถึงความสะดวกในการใช้งานจริง การบำรุงรักษาอาคารในอนาคต และการรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว แม้แต่รายละเอียดอย่างตำแหน่งและระดับความสูงของปลั๊กไฟก็ได้รับการพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ในการพัฒนา KingsQuare Residence Tokyu Development เลือก A49 เป็นผู้ออกแบบ และบริษัท ไทย โอบายาชิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Thai Obayashi) เป็นผู้รับเหมาหลัก พร้อมมี Stonehenge เข้ามาดูแลการบริหารจัดการคุณภาพจากภายนอก เพื่อให้การควบคุมคุณภาพครอบคลุมทั้งงานที่มองเห็นและองค์ประกอบที่ซ่อนอยู่ภายในอาคาร เช่น โครงสร้าง ระบบประปา และระบบประกอบอาคาร ควบคู่กับมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 รวมถึงการตรวจสอบและทดสอบระบบก่อนส่งมอบ นอกจากนี้ โครงการยังคำนึงถึงคุณภาพวัสดุและสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ผ่านการเลือกใช้วัสดุ Low VOC ระบบกรองอากาศ MERV 8 และแผนตรวจวัดคุณภาพอากาศภายในอาคาร