thansettakij
thansettakij
Upper House คอนโดหรูย่านวิทยุ ทำยอดขาย 1 หมื่นล้าน เตรียมโรดโชว์เจาะ 3 ตลาดเอเชีย

Upper House คอนโดหรูย่านวิทยุ ทำยอดขาย 1 หมื่นล้าน เตรียมโรดโชว์เจาะ 3 ตลาดเอเชีย

22 ต.ค. 69 | 12:30 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ต.ค. 69 | 12:31 น.

ซิตี้ ไดนามิค เผย 2 โครงการที่อยู่อาศัยแบรนด์ Upper House บนถนนวิทยุ ทำยอดขาย 1 หมื่นล้านบาทใน 6 เดือน รวมราว 100 ยูนิต เตรียมโรดโชว์ฮ่องกง ไทเป และโตเกียว เจาะผู้ซื้อระดับอัลตราลักชัวรีในต่างประเทศ

KEY

POINTS

  • โครงการคอนโดหรู Upper House บนถนนวิทยุ ทำยอดขายรวมแล้ว 10,000 ล้านบาท จากการเปิดขายแบบส่วนตัว
  • เตรียมขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ โดยมีแผนจัดโรดโชว์ใน 3 เมืองหลักของเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง ไทเป และโตเกียว
  • โครงการมีจุดเด่นจากการเป็นคอนโดระดับอัลตราลักชัวรีบนที่ดินกรรมสิทธิ์ฟรีโฮลด์ ซึ่งเป็นที่ดินหายากในทำเลดังกล่าว

บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่างซิตี้ เรียลตี้ และสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ Upper House Residences Bangkok และ The Wireless Residences by Upper House บนถนนวิทยุ หลังทำยอดขายรวม 10,000 ล้านบาท จากการเปิดให้ลูกค้านัดหมายเข้าชมโครงการแบบส่วนตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดขายประมาณ 100 ยูนิต พร้อมเตรียมขยายตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติผ่านโรดโชว์ในฮ่องกง ไทเป และโตเกียว

ฟรีโฮลด์ถนนวิทยุหนุนตลาดอัลตราลักชัวรี

นายเอเดรียน โท ผู้อำนวยการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย บริษัท สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด กล่าวว่า ยอดขายที่ทำได้ในช่วงเปิดขายแบบไพรเวตเซลสะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อคุณภาพโครงการ การออกแบบ และแนวทางการพัฒนาที่มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาว โดยมีจุดเด่นจากความร่วมมือระหว่างสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ กับซิตี้ เรียลตี้ รวมถึงทำเลที่ดินกรรมสิทธิ์ฟรีโฮลด์บนถนนวิทยุ และการเป็นโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ Upper House แห่งแรกของโลก

เอเดรียน โท ผู้อำนวยการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์

นายเอเดรียนระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับนครโฮจิมินห์ จาการ์ตา และสิงคโปร์ โดยบริษัทมองเห็นศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ตลอดจนความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติของกรุงเทพฯ จึงร่วมกับพันธมิตรพัฒนาโครงการบนที่ดินซึ่งมีความโดดเด่นในย่านใจกลางเมือง

สำหรับระดับราคาโครงการในย่านนี้ยังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการนี้มีบางยูนิตที่ทำราคาขายสูงสุดได้มากกว่า 850,000 บาทต่อตารางเมตร ขณะที่ยอดขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 500,000-600,000 บาทต่อตารางเมตร สะท้อนการตอบรับของผู้ซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยระดับอัลตราลักชัวรี ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่บริษัทมองว่ามีความสอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดของแบรนด์ Upper House

นายเอเดรียนกล่าวว่า หลังจากได้รับการตอบรับในช่วงแรก บริษัทเห็นว่าเป็นจังหวะเหมาะสมที่จะขยายการนำเสนอโครงการไปยังกลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น ทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะฮ่องกง ซึ่งเป็นฐานธุรกิจของสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์

เคซี อาว กรรมการผู้จัดการร่วม ซิตี้ ไดนามิค

ด้านนายเคซี อาว กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด กล่าวว่า การเปิดขายในรูปแบบไพรเวตเซลช่วยให้บริษัทเข้าใจความต้องการของผู้ซื้อและปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่อยู่อาศัยแต่ละรูปแบบได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทมองเห็นโอกาสจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่สนใจกรุงเทพฯ ทั้งในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับบ้านหลังที่สองและการลงทุนระยะยาว โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากพื้นฐานของเมืองและความหลากหลายด้านไลฟ์สไตล์

บริษัทจึงเตรียมเดินหน้าโรดโชว์ในฮ่องกง ไทเป และโตเกียว เพื่อขยายการรับรู้โครงการไปยังกลุ่มผู้ซื้อในตลาดเป้าหมาย โดยฮ่องกงเป็นตลาดแรกที่มีความเชื่อมโยงกับฐานธุรกิจของสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์

ข้อมูลผู้ซื้อ ชี้มีทั้งอยู่เองและลงทุน

นายโทมัส วูลซี กรรมการผู้จัดการร่วม บริษัท ซิตี้ ไดนามิค จำกัด กล่าวถึงกลุ่มผู้ซื้อชาวไทยว่า ปัจจุบันมีทั้งผู้ซื้อที่ต้องการอยู่อาศัยจริงและกลุ่มนักลงทุน โดยบริษัทยังไม่สามารถระบุสัดส่วนที่แน่นอนของแต่ละกลุ่มได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อที่ต้องการใช้เป็นที่อยู่อาศัยเองมีจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับทำเลและลักษณะของที่ดิน

นายโทมัสยังมองว่าตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีของไทยยังมีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดบางส่วนที่เผชิญภาวะไม่เอื้ออำนวย และมีความสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าของ Upper House ซึ่งวางตำแหน่งอยู่ในตลาดระดับบน ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อจากฮ่องกงเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอีกตลาดที่บริษัทเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้า

โทมัส วูลซี กรรมการผู้จัดการร่วม ซิตี้ ไดนามิค

สำหรับที่ดินโครงการมีพื้นที่รวมประมาณ 8 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่สำหรับแต่ละโครงการประมาณ 4 ไร่ ตั้งอยู่ในย่านถนนวิทยุซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนลุมพินีและสวนเบญจกิติ นายเคซีระบุว่า ทำเลดังกล่าวมีจุดเด่นจากการเป็นย่านใจกลางเมืองที่ยังคงบรรยากาศร่มรื่น และสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญได้ในระยะเดินเท้า

นอกจากนี้ กรรมสิทธิ์แบบฟรีโฮลด์ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ เนื่องจากโครงการที่อยู่อาศัยหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียงเป็นรูปแบบสิทธิการเช่า บริษัทจึงมองว่าที่ดินกรรมสิทธิ์ขาดในทำเลดังกล่าวเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับโครงการ

นายเคซีอธิบายเพิ่มเติมว่า ที่ดินผืนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของนายชาลี โสภณพนิช และซิตี้ เรียลตี้ มาเกือบ 40 ปี การตัดสินใจพัฒนาโครงการในช่วงนี้เกิดจากการพิจารณาความเหมาะสมของจังหวะตลาดและการได้พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญสอดคล้องกัน โดยซิตี้ เรียลตี้ มีประสบการณ์และความเข้าใจตลาดไทย ขณะที่สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีและการสร้างเอกลักษณ์ให้แต่ละโครงการ

2 รูปแบบการอยู่อาศัย ต่างแนวคิดแต่เชื่อมด้วยแบรนด์เดียวกัน

นายโทมัสกล่าวว่า แนวคิดของ Upper House คือการมองความหรูหราเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล ไม่ใช่มาตรฐานรูปแบบเดียวที่นำไปใช้กับทุกโครงการ การนำแบรนด์เข้ามาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ จึงต้องผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะวัฒนธรรมการบริการและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น

Upper House Residences Bangkok

สำหรับ Upper House Residences Bangkok มีจำนวน 156 ยูนิต เน้นความเป็นส่วนตัว ความสงบ และสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด “A house for wellness and serenity” ส่วน The Wireless Residences by Upper House มีจำนวน 239 ยูนิต มุ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกครอบครัวและคนต่างวัย ภายใต้แนวคิด “A house shaped for life together”

แม้ทั้งสองโครงการจะมีแนวทางการอยู่อาศัยต่างกัน แต่ได้รับการออกแบบให้มีภาพรวมทางสถาปัตยกรรมที่เชื่อมโยงกัน โดย Foster + Partners เป็นผู้ออกแบบสถาปัตยกรรม ขณะที่การออกแบบภายในของ Upper House Residences Bangkok เป็นผลงานของ Bar Studio จากเมลเบิร์น ซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานโรงแรมและนำแนวทางการออกแบบมาปรับใช้กับที่อยู่อาศัย ส่วน The Wireless Residences by Upper House ใช้ PIA เป็นผู้ออกแบบภายใน โดยเน้นรูปแบบการอยู่อาศัยร่วมกันและแนวคิดครอบครัวหลายเจเนอเรชัน

The Wireless Residences by Upper House

นายโทมัสกล่าวว่า การออกแบบให้ความสำคัญกับสภาพอากาศและการใช้ชีวิตในประเทศไทย โดยนำแนวคิดเรื่องชายคาและหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานมาใช้ เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างร่มเงาและความสบายทางอุณหภูมิ นอกจากนี้ พื้นที่สีเขียวและสวนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการ โดย Upper House Residences Bangkok มีสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตรบริเวณชั้นล่าง

ด้านการบริการ บริษัทต้องการให้ผู้ซื้อสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยได้ก่อนโครงการสร้างเสร็จ จึงจัดตั้ง Upper House Residences Lounge บนถนนวิทยุ พร้อมห้องตัวอย่าง 3 ยูนิต ประกอบด้วยห้องตัวอย่างของ Upper House Residences Bangkok จำนวน 1 ยูนิต และ The Wireless Residences by Upper House จำนวน 2 ยูนิต

พื้นที่ดังกล่าวออกแบบให้ถ่ายทอดบรรยากาศของล็อบบี้และพื้นที่ส่วนกลางที่จะนำไปใช้ในโครงการจริง พร้อมให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสวัสดุ งานออกแบบ และบริการจากทีม Guest Experience ของ Upper House เพื่อสะท้อนแนวคิดที่บริษัทมองว่า การนำเสนอที่อยู่อาศัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวอาคาร แต่รวมถึงประสบการณ์และรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วย

ทั้งนี้ Upper House Residences Bangkok มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2573 ขณะที่ The Wireless Residences by Upper House มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2574