
CBRE เปิดยอดขายคอนโดหรู กรุงเทพฯ พุ่งแรง 300% ภูเก็ตโต 45%
CBRE เผยตลาดคอนโดหรูกรุงเทพฯ-ภูเก็ตครึ่งปีแรก 2569 ฟื้นแรง ยอดขายกรุงเทพฯ พุ่งกว่า 300% ขณะที่ทำเลลุมพินีสร้างยอดกว่า 2,000 ล้านบาทในไตรมาสสองเพียงไตรมาสเดียว
KEY
POINTS
- CBRE เผยยอดขายที่อยู่อาศัยหรูครึ่งแรกปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง โดยกรุงเทพฯ พุ่งขึ้นกว่า 300% และภูเก็ตโตกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ตลาดคอนโดหรูกรุงเทพฯ ได้แรงหนุนจากโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพอย่างลุมพินี-พระราม 4 และสัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเป็น 32%
- การเติบโตของภูเก็ตได้รับแรงขับเคลื่อนจากผู้ซื้อต่างชาติซึ่งครองสัดส่วนถึง 67% โดยมีทำเลบางเทาและเชิงทะเลเป็นที่นิยมสูงสุด
CBRE Thailand เปิดภาพตลาดคอนโดมิเนียมหรูและซูเปอร์ลักชัวรีในกรุงเทพฯ และภูเก็ตช่วงครึ่งแรกปี 2569 ยังเติบโตท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน โดยทำเลใจกลางเมืองยังได้รับความสนใจจากทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติ ขณะที่ยอดขายที่อยู่อาศัยของ CBRE ในกรุงเทพฯ และภูเก็ตเพิ่มขึ้นกว่า 182% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ข้อมูลจาก CBRE Research ระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 การเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี ขณะที่โครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างแล้วเสร็จมีอัตราการขายเฉลี่ย 93% และกลุ่มลักชัวรีมีอัตราการขายสูงสุดที่ 95%
ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและยังอยู่ใน Pipeline มีอัตราการขายเฉลี่ย 52% โดยกลุ่มซูเปอร์ลักชัวรีมีอัตราการขายเฉลี่ยสูงถึง 85% สะท้อนว่าดีมานด์ของตลาดระดับบนยังมีความแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอก
ย่านลุมพินี-พระราม 4 ขาย 2 พันล้านในไตรมาสเดียว กรุงเทพฯ โต 300%
นางสาวอาทิตยา เกษมลาวัณย์ Head of Residential Sales - Project บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด (CBRE Thailand) กล่าวว่า แม้หลายภูมิภาคทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงยังคงมีความยืดหยุ่น
สะท้อนจากยอดขายที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และภูเก็ตของ CBRE ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 182% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยเฉพาะกรุงเทพฯ มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 300% จากแรงหนุนของการเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลยุทธศาสตร์
สำหรับทำเลลุมพินี-พระราม 4 ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่โดดเด่น โดยโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ดังกล่าวสร้างยอดขายได้มากกว่า 2,000 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 เพียงไตรมาสเดียว สะท้อนกำลังซื้อของตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน และความเชื่อมั่นของผู้ซื้อที่ยังมองหาที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพ
ทั้งนี้ ผู้ซื้อกลุ่มกำลังซื้อสูงยังมองหาที่อยู่อาศัยที่มีความแตกต่าง สามารถตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตเฉพาะบุคคล และสะท้อนตัวตนรวมถึงคุณค่าระยะยาวของผู้ซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี
ต่างชาติแห่ซื้อ ดันสัดส่วนแตะ 32%
สำหรับตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่กลางกรุงเทพฯ ช่วงครึ่งแรกปี 2569 ผู้ซื้อชาวไทยยังเป็นสัดส่วนหลักที่ 68% ขณะที่ผู้ซื้อชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 32% สูงกว่าสัดส่วนในช่วงหลายปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
โดยกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติในตลาดคอนโดมิเนียมซูเปอร์ลักชัวรีมีสัญชาติหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร ไต้หวัน และรัสเซีย ตามลำดับ ขณะที่สัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติเฉลี่ยระหว่างปี 2564-2568 อยู่ที่ประมาณ 18%
CBRE มองว่า การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผู้ซื้อจากต่างประเทศสะท้อนฐานนักลงทุนต่างชาติที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยหนึ่งในปัจจัยสนับสนุนคือการขยายตัวของโครงการ Branded Residences ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้ในระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อ และช่วยยกระดับมูลค่าและภาพลักษณ์ของโครงการในสายตานักลงทุนทั่วโลก
นางสาวอาทิตยากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ช่วงปี 2566 ถึงครึ่งแรกปี 2569 จะถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยการเปิดตัวคอนโดมิเนียมลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ แต่ CBRE ยังสามารถสร้างยอดขายจากโครงการเรือธงในพื้นที่ Central Lumpini ได้มากกว่า 8,000 ล้านบาท
โครงการที่สร้างยอดขายดังกล่าว ได้แก่ The Residences at Dusit Central Park, ONE89 Wireless, El8HTEEN SEVEN และ Scope Langsuan สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดระดับบนยังคงมีอยู่ แม้ผู้พัฒนาโครงการจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้ออย่างแท้จริง
ลุมพินีทำเลฮอต Leasehold แซง Freehold
CBRE ยังพบว่า ย่านลุมพินี-พระราม 4 ยังคงเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับการอยู่อาศัยในกรุงเทพฯ โดยรูปแบบการถือครองกรรมสิทธิ์ของธุรกรรมในพื้นที่แบ่งเป็น Leasehold 55% และ Freehold 45%
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า สำหรับทำเลที่มีศักยภาพสูงและโครงการ Mixed-use ขนาดใหญ่ ปัจจัยด้านคุณภาพทำเลและมาตรฐานของโครงการอาจมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากกว่ารูปแบบกรรมสิทธิ์เพียงอย่างเดียว
ขณะที่ ย่านสุขุมวิทและย่านลุมพินี-พระราม 4 ยังคงเป็นทำเลหลักของโครงการ Branded Residences เนื่องจากเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมที่รายล้อมด้วยศูนย์กลางธุรกิจ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และโครงการ Mixed-use ระดับโลก จึงยังสามารถดึงดูดทั้งผู้ซื้อชาวไทยและต่างชาติได้ต่อเนื่อง
ภูเก็ตโต 45% ต่างชาติถือครอง 67%
ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายที่อยู่อาศัยของ CBRE ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 เพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและดีมานด์ที่แข็งแกร่งในตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร Head of Phuket Property Sales บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีของภูเก็ตยังได้รับความสนใจสูง โดยเฉพาะโครงการ Branded Residences ที่ได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในโครงการที่ได้รับความสนใจคือ PEYLAA Phuket, Autograph Collection Residences ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีหลังเปิดตัว Show Residences ในช่วงปลายไตรมาส 1/2569
ข้อมูลธุรกรรมของ CBRE ในช่วงครึ่งปีแรกยังพบว่า บางเทาและเชิงทะเล เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูงสุดของภูเก็ต และยังคงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยสัดส่วนผู้ซื้อชาวต่างชาติอยู่ที่ 67% ขณะที่ผู้ซื้อชาวไทยอยู่ที่ 33%
กลุ่มผู้ซื้อจากต่างประเทศมีความหลากหลาย ประกอบด้วยผู้ซื้อจาก สหราชอาณาจักร รัสเซีย แคนาดา อินเดีย สหรัฐอเมริกา และประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ซึ่งมองประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับการขยายพอร์ตการลงทุนผ่านอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูง
ทั้งนี้ CBRE มองว่า การเติบโตของตลาดภูเก็ตสะท้อนสถานะของจังหวัดในฐานะ ศูนย์กลางอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ที่สามารถดึงดูดเงินลงทุนจากกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงและนักลงทุนต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมและ Branded Residences ที่ยังมีโอกาสขยายตัวตามความต้องการของตลาดต่างชาติ







