
'แสนสิริ'ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ สู่การปรับตัวเชิงกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยงรับ Climate Change
“แสนสิริ”ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ สู่การปรับตัวเชิงกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยงรับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Climate Change
KEY
POINTS
- แสนสิรินำบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีต มาปรับเป็นกลยุทธ์องค์กร โดยบรรจุประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นหนึ่งในความเสี่ยงหลักของธุรกิจ
- ปรับเปลี่ยนการออกแบบโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรับมือน้ำท่วม เช่น ย้ายระบบวิศวกรรมสำคัญของคอนโดมิเนียมขึ้นสู่ชั้นที่ปลอดภัย และออกแบบรั้วโครงการโดยคำนึงถึงฟังก์ชันการป้องกันน้ำเป็นหลัก
- จัดตั้งวอร์รูมและทีมบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่โครงการ เพื่อดูแลและแก้ปัญหาให้ลูกบ้านอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2569 ฝนตกติดต่อนานหลายวัน ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ชุมชนหรือถนนสายหลักเท่านั้น แต่ยังลุกลามเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านเรือนประชาชน บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียมที่ถูกน้ำโอบล้อม จนการเดินทางเข้า-ออกเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางพื้นที่เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของพื้นที่อยู่อาศัยในเขตเมืองต่อสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมที่อาจทวีความรุนแรงขึ้น
บทเรียนมหาอุทกภัยปี 2554
ย้อนมหาอุทกภัยปี 2554 กลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของที่อยู่อาศัยแนวราบ และก้าวสู่ยุคเฟื่องฟูของที่อยู่อาศัยแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียม แต่ไม่ได้หมายความว่า ในระยะยาวจะรอดพ้นวิกฤตน้ำท่วมที่ทุกค่ายทุกแบรด์ต้องปรับตัว
นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff “แสนสิริ” เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ได้นำบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 นำไปสู่การปรับตัวเชิงกลยุทธ์ บริหารความเสี่ยง และการออกแบบโครงการเพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
โดยถือเป็นความเสี่ยงสำคัญในการดำเนินธุรกิจ แสนสิริจึงบรรจุเรื่องนี้เข้าเป็นหนึ่งในวาระความเสี่ยงหลักที่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง ทั้งในการจัดซื้อที่ดินและการออกแบบโครงการสำหรับการปรับรูปแบบโครงการและการออกแบบงานสถาปัตยกรรม
อย่างโครงการแนวสูง หรือคอนโดมิเนียม ต้องยึดหลักการว่า แม้เกิดน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ระบบน้ำต้องไหล ไฟฟ้าต้องไม่ดับ และลิฟต์ต้องใช้งานได้ การย้ายงานระบบวิศวกรรม โดยเรียนรู้จากกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตว่างานระบบสำคัญ รูปแบบให้อยู่ในชั้นใต้ดิน โดยต้องจัดหาพื้นที่ติดตั้งใหม่ในชั้นที่ปลอดภัย รวมถึงการปรับแนวคิดการออกแบบรั้วรอบโครงการและกำแพงดิน โดยให้ ฟังก์ชันการป้องกันน้ำท่วม เป็นปัจจัยหลัก นอกเหนือจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นโครงการแนวสูงหรือแนวราบ
แผนรับมือนํ้าท่วมปี 69
แสนสิริได้จัดตั้งวอร์รูม หรือห้องปฏิบัติการเฉพาะกิจ ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เกิดน้ำท่วม โดยทีมผู้บริหารลงพื้นที่ดูแลด้วยตนเอง เนื่องจากมีบทเรียนและประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่โครงการในโซนของแสนสิริได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก จึงรู้กระบวนการทำงานว่าต้องดำเนินการอย่างไรอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ การทำงานมีความใกล้ชิดกันมากระหว่างแสนสิริ และทีมของบริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรในเครือ แสนสิริ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทางธุรกิจ ที่เข้ามาช่วยในหลายด้าน ถือเป็นการทำงานที่ให้ความสำคัญกับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยดึงเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรม CSR และการดำเนินงานด้าน ESG ร่วมกัน
ส่วนการบริหารหน้างาน ผู้จัดการหมู่บ้านและคอนโดมิเนียมต้องประจำการในพื้นที่ตลอด 24ชั่วโมง โดย“กิน-นอน”ที่คลับเฮาส์ของโครงการช่วงเกิดวิกฤต พร้อมระดมทีมงานส่วนกลางเข้าสนับสนุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ยุคปัจจุบัน จะมีเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามา แต่ในสถานการณ์น้ำท่วม มองว่าหัวใจสำคัญคือการบริหารจัดการพื้นที่หน้างานจริงเป็นหลัก
การตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยหลังนํ้าท่วม
นายสมัชชา อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญในปัจจุบันคือ สื่ิอโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคเกี่ยวกับการเลือกทำเลอย่างชัดเจน ทำให้เกิดมุมมองว่าโซนไหนน่าซื้อหรือโซนไหนควรหลีกเลี่ยง
รายงานข่าวและการแชร์ข้อมูลในโซเชียลมีเดียจึงมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมาก หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ผู้คนอาจจะกังวลเรื่องตึกสูงเพียงชั่วคราวเพราะเป็นเหตุการณ์ที่นานๆ เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แต่สำหรับ น้ำท่วม หากเกิดขึ้นถี่หรือมีแนวโน้มจะมาเป็นประจำทุกปี ย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในระยะยาวอย่างแน่นอน
ทำเลโซนตะวันออก กทม.กระทบการตัดสินใจ
ประเด็นเรื่องทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมราคาที่ดินหรือความเชื่อมั่นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพน้ำท่วมขังสูงที่เห็นในข่าวส่วนใหญ่เป็นโครงการเก่าอายุ 30-40 ปี ซึ่งในอดีตยังไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในส่วนของโครงการแสนสิริ เช่น ย่านบางนา น้ำไม่ท่วม ส่วนทำเล กรุงเทพกรีฑา ตัวโครงการของแสนสิริไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังภายใน มีเพียงน้ำท่วมขังชั่วคราวบริเวณถนนทางเข้า-ออกด้านนอกเท่านั้น
วิธีการ ควบคุมไม่ให้นํ้าท่วมภายในโครงการ
สถานการณ์น้ำท่วม การสร้างความเข้าใจกับลูกบ้านเป็นเรื่องสำคัญ แม้โครงการจะมีกำแพงกั้นน้ำและกระสอบทรายป้องกันน้ำจากภายนอก แต่ตามหลักฟิสิกส์ ไม่สามารถปล่อยให้ภายในโครงการแห้งสนิทแบบ 100% ในขณะที่ภายนอกน้ำท่วมสูงได้ เนื่องจากแรงดันน้ำภายนอกจะดันน้ำเข้าตามท่อระบายน้ำ จึงจำเป็นต้องรักษาระดับน้ำภายในท่อไว้ระดับหนึ่งเพื่อถ่วงดึงแรงดัน แม้จะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก แต่ต้องสื่อสารตามความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมาขณะเดียวกันแสนสิริมีมาตรการช่วยเหลือครอบคลุมหลายด้าน สำหรับโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่การเดินทางเข้า-ออกลำบาก
ผู้ซื้อบ้านยังกังวล รัฐต้องชัดเจนป้องกันนํ้าท่วม
ที่สำคัญ ในปีหน้า หรือปี 2570 มองว่า ผู้บริโภคยังกังวลกับปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ประชาชนยังต้องการความชัดเจนจากภาครัฐ ถึงแนวทางป้องกันอย่างถาวร และมั่นคง ในระยะยาว ทั้งการวางผังเมือง การทำระบบระบายน้ำ ต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ขณะผู้ประกอบการเองมีแผนที่ไม่ทำให้โครงการได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน อย่างการปรับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ฉบับปรับปรุงครั้งที่4) หรือการปรับลดแนวฟลัดเวย์ (พื้นที่รับน้ำ) ในโซนตะวันออกลง คาดว่าไม่ส่งผลกระทบกับแสนสิริมากนัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ภาครัฐ และกรุงเทพมหานคร ต้องสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสและชัดเจน ให้ประชาชนเข้าใจว่าแก้มลิงหรือฟลัดเวย์ทำหน้าที่อย่างไร เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนและบริหารจัดการชีวิตตนเองได้โดยไม่เกิดความตระหนก
มองเศรษฐกิจปีหน้า
ภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้า ประชาชนยังคงมีความกังวลในหลายปัจจัย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมืองแต่ในส่วนของปัญหาที่จัดการได้ เช่น ปัญหาน้ำท่วม หากภาครัฐมีการเตรียมความพร้อมและป้องการอย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะช่วยลดปัจจัยลบและสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการดำเนินชีวิตและตัดสินใจลงทุนได้ดียิ่งขึ้น
ขณะที่ไตรมาส 4 /2569 แสนสิริมีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 12 โครงการโดยเน้นการขับเคลื่อนองค์กรตามหลัก ESG และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มข้น







