thansettakij
thansettakij
แสนสิริกวาดยอดขาย 9 เดือน 3.64 หมื่นล้าน โค้งสุดท้ายเปิดอีก 12 โครงการ

แสนสิริกวาดยอดขาย 9 เดือน 3.64 หมื่นล้าน โค้งสุดท้ายเปิดอีก 12 โครงการ

07 ต.ค. 69 | 09:17 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 69 | 09:17 น.

แสนสิริเผยยอดขาย 9 เดือนแรกปี 69 แตะ 36,400 ล้านบาท คิดเป็น 76% ของเป้าทั้งปี 48,000 ล้านบาท ปิดการขายแล้ว 18 โครงการ มูลค่ากว่า 23,500 ล้านบาท เปิดใหม่ไตรมาส 4 อีก 12 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท พร้อมจับมือแบงก์แก้โจทย์สินเชื่อกลุ่ม Real Demand

KEY

POINTS

  • แสนสิริทำยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปีได้ 36,400 ล้านบาท คิดเป็น 76% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 48,000 ล้านบาท
  • ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถปิดการขาย (Sold Out) โครงการไปแล้ว 18 แห่ง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 23,500 ล้านบาท
  • เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 12 โครงการในไตรมาสสุดท้าย มูลค่ารวมประมาณ 11,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายให้บรรลุเป้าหมาย

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI รายงานยอดขาย (Presale) ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 อยู่ที่ 36,400 ล้านบาท คิดเป็น 76% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 48,000 ล้านบาท ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและการอนุมัติสินเชื่อ โดยบริษัทเตรียมเร่งยอดขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายผ่านการเปิดโครงการใหม่ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม

นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกเป็นไปตามแผน โดยมีแรงหนุนจากความต้องการที่อยู่อาศัยทั้งตลาดบ้านและคอนโดมิเนียม รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลที่บริษัทเห็นว่ามีความต้องการรองรับ

ปิดขาย 18 โครงการ มูลค่า 2.35 หมื่นล้าน

ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา แสนสิริสามารถปิดการขาย (Sold Out) ได้ 18 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 23,500 ล้านบาท ขณะที่โครงการแนวราบที่มียอดขายตามแผน ได้แก่ บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา เศรษฐสิริ เกรท ดอนเมือง อณาสิริ รามอินทรา–จตุโชติ รวมถึงโครงการใน Sansiri New Ratchapruek ได้แก่ อณาสิริ เมเบิล และสิริ เพลส ราชพฤกษ์ตัดใหม่

ส่วนตลาดคอนโดมิเนียม โครงการที่บริษัทระบุว่ามียอดขายต่อเนื่อง ได้แก่ เดอะ โมนูเมนต์ สาทร คอนโดมิเนียมในสาทร ซอย 10 และเดอะ เบส มิดทาวน์-ภูเก็ต ซึ่งเปิดตัวด้วยยอดจอง 50 ห้องแรกเต็มภายใน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีโครงการพร้อมอยู่ เช่น เวีย อารีย์ ชูช์ ราชเทวี เดอะ เบส รัชดา 19 และดีคอนโด คีรี ที่ช่วยสนับสนุนการขายและการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอยู่ในพอร์ต

สำหรับยอดขายสะสม 36,400 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเป้าหมายทั้งปี 48,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทยังเหลือยอดขายที่ต้องทำเพิ่มประมาณ 11,600 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 4 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

จับมือแบงก์แก้โจทย์สินเชื่อ Real Demand

อีกปัจจัยที่แสนสิริให้ความสำคัญคือข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย โดยบริษัทระบุว่าได้ร่วมมือกับธนาคารพันธมิตรในการช่วยลูกค้ากลุ่ม Real Demand ตั้งแต่การประเมินความพร้อมทางการเงิน การวางแผนด้านเครดิต ไปจนถึงคำแนะนำในการปรับปรุงเครดิตสำหรับผู้ที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์สินเชื่อ

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริงสามารถเข้าถึงสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ได้ ขณะที่ฝั่งผู้ประกอบการเองต้องบริหารความเสี่ยงจากการที่ลูกค้าบางส่วนไม่สามารถผ่านเกณฑ์สินเชื่อได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงที่ผ่านมา

Q4 เปิด 12 โครงการใหม่ 1.1 หมื่นล้าน

สำหรับแผนธุรกิจไตรมาส 4/2569 แสนสิริเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 6 โครงการ และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 11,000 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดบ้านไปจนถึงคอนโดมิเนียม

โครงการแนวราบที่จะเปิดตัว ได้แก่ เศรษฐสิริ รัตนาธิเบศร์ เดมี อรุณอมรินทร์ สราญสิริ ปัญญาอินทรา และอณาสิริ รามคำแหง–กรุงเทพกรีฑา ส่วนโครงการคอนโดมิเนียม ได้แก่ พินน์ เกษตร เดอะ มูฟ ลาดพร้าว 35 แคนวาซ พาเลท เชิงทะเล ดีคอนโด คลาวด์ ดอนเมือง โครงการใหม่ภายใต้แบรนด์ HAUS ใน T77 รวมถึงโครงการใหม่ในภูเก็ตที่ป่าตองและราไวย์

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนซ์ หัวหิน เพื่อรองรับตลาดที่อยู่อาศัยระดับบน และเดินหน้าพัฒนาคอมมูนิตี้ Sansiri New Ratchapruek ซึ่งบริษัทระบุว่ามีพื้นที่ขนาดประมาณ 1,000 ไร่

โบรกฯ มองกลยุทธ์เชิงรุกหนุนกำไร

ด้านมุมมองจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี ประเมินว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเชิงรุกของแสนสิริมีส่วนช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว พร้อมมองจุดเด่นด้านอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงประมาณ 8.9% โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเหมาะสมที่ 1.90 บาท

ขณะที่ บล.กสิกรไทย มองว่าผลการดำเนินงานของแสนสิริมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แม้ตลาดยังมีการแข่งขันสูง โดยมองว่าการพัฒนาโครงการเชิงรุกยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

ทั้งนี้ ช่วงโค้งสุดท้ายของปี แสนสิริยังต้องติดตามทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคและความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเปลี่ยนยอดขายจาก Presale ไปสู่การโอนกรรมสิทธิ์และการรับรู้รายได้ ขณะที่การเปิดโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 11,000 ล้านบาท จะเป็นอีกกลไกในการเติมยอดขายช่วงปลายปีให้เข้าใกล้เป้าหมาย 48,000 ล้านบาท