
9 เดือน 'เอพี ไทยแลนด์' ยอดขาย 36,900 ล้านไตรมาส 4 ลุยเปิด15 โครงการ
"เอพี ไทยแลนด์" สรุปผลงาน 9 เดือน ยอดขายสุทธิ 36,900 ล้านบาท เดินหน้าตามแผนไตรมาส 4 เปิด 15 โครงการใหม่ มูลค่า 14,190 ล้านบาท ตลาดภูมิภาคตอบรับดี
KEY
POINTS
- ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2569 เอพี ไทยแลนด์ สร้างยอดขายสุทธิรวม 36,900 ล้านบาท คิดเป็น 75% ของเป้าหมายทั้งปี
- ยอดขายส่วนใหญ่มาจากโครงการแนวราบที่ทำได้กว่า 30,145 ล้านบาท โดยโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการในต่างจังหวัดได้รับการตอบรับที่ดีเช่น
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2569 ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยลบหลายด้านที่เข้ามากระทบซ้ำเติม ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวและหายไปจากตลาดบางส่วน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยังคงมีกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ประกอบกับการเดินหน้าจัดแคมเปญส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ กลายเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและทำให้ยอดขายทยอยปรับตัวดีขึ้น
9 เดือนแรกยอดขายสุทธิ 36,900 ล้าน กลุ่มแนวราบ-แนวสูงตอบรับดี
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร (President) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – กันยายน) บริษัทฯ สร้างยอดขายสุทธิ (Net Presales) รวมได้ที่ 36,900 ล้านบาท คิดเป็น 75% ของเป้าหมายยอดขายสุทธิทั้งปีที่ตั้งไว้ 49,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อคุณภาพและมาตรฐานของโครงการในเครือเอพีอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากการเปิดตัวโครงการใหม่
สำหรับภาพรวมยอดขาย 9 เดือนแรก พอร์ตสินค้าเครือเอพีมีการกระจายตัวและเติบโตอย่างสมดุล โดยกลุ่มสินค้าแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม สามารถทำยอดขายสุทธิรวมได้ถึง 30,145 ล้านบาท จากการตอบรับที่ดีของกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์
ตลาดภูมิภาคตอบรับดี
ขณะที่กลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียมสร้างการเติบโตของยอดขายได้อย่างมั่นคง จากการเปิดตัวโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพใกล้แนวรถไฟฟ้า อาทิ ASPIRE สาทร – ตากสิน พรีว่า และ GOOD DAY มอร์ บางมด ซึ่งได้รับการตอบรับจากทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและกลุ่มนักลงทุนระยะยาว
โครงการเอพีได้รับการตอบรับอย่างดีในตลาดภูมิภาค พอร์ตโครงการต่างจังหวัดภายใต้แบรนด์ “อภิทาวน์” ภายใต้แนวคิด “บ้านที่สร้างความหมายที่ยิ่งใหญ่ให้ชีวิต” มีการเติบโตอย่างมั่นคงตามแผนงานที่วางไว้ โดยเฉพาะความสำเร็จของโครงการเปิดใหม่ในไตรมาส 3 ได้แก่ โครงการ “อภิทาวน์ จันทบุรี” ติด รพ.พระปกเกล้า ใกล้บิ๊กซี ราคาเริ่ม 2.39 – 6.39 ล้านบาท* สามารถทำยอดขายช่วงเปิดตัวได้ 656 ล้านบาท และโครงการ “อภิทาวน์ บุรีรัมย์” ทำเลติดถนนใหญ่ ถนนบุรีรัมย์ – นางรอง ตรงข้ามบิ๊กซี ใกล้โรบินสัน ราคาเริ่ม 2.49 – 6.59 ล้านบาท* โดยสามารถทำยอดขายในช่วงเปิดตัววันที่ 3 – 4 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ถึง 440 ล้านบาท
สำหรับไตรมาส 4/2569 บริษัทฯ เดินหน้าเปิดตัว 15 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 14,190 ล้านบาท เพื่อรองรับดีมานด์คุณภาพ ครอบคลุมไฮไลต์สำคัญ ได้แก่
กลุ่มบ้านเดี่ยว 4 โครงการใหม่ มูลค่า 4,200 ล้านบาท ได้แก่ THE CITY รามอินทรา – วงแหวน 3 ราคาเริ่มต้น 16.99 – 30 ล้านบาท, THE CITY พระราม 9 – อ่อนนุช ราคาเริ่ม 13.9 – 25 ล้านบาท และ CENTRO เพชรเกษม – บางบอน ราคาเริ่ม 9.99 – 15 ล้านบาท
กลุ่มบ้านแฝดและทาวน์โฮม 5 โครงการใหม่ มูลค่า 3,740 ล้านบาท ได้แก่ GRANDE PLENO ปิ่นเกล้า – จรัญ เริ่มต้น 6.99 ล้านบาท และ PLENO ราชพฤกษ์ – นครอินทร์ เริ่มต้น 2.99 ล้านบาท
เสริมพอร์ตต่างจังหวัด25,000 ล้านบาท
กลุ่มโครงการต่างจังหวัด 4 โครงการใหม่ มูลค่า 4,250 ล้านบาท ได้แก่ อภิทาวน์ บุรีรัมย์, อภิทาวน์ สุพรรณบุรี 2, อภิทาวน์ โคราช และ อภิทาวน์ ตรัง เสริมพอร์ตต่างจังหวัดสิ้นปี 2569 สู่ 26 โครงการใน 22 จังหวัด มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท
ลุย2คอนโดใหม่ทำเลโซนเหนือกรุงเทพฯ
กลุ่มคอนโดมิเนียม 2 โครงการใหม่ มูลค่า 2,000 ล้านบาท ปักหมุดคอนโดมิเนียมร่วมทุน (JV) ดีไซน์ใหม่ ‘เลี้ยงสัตว์ได้’ (Pet Allowed) บนทำเลรถไฟฟ้า ได้แก่ ASPIRE เกษตร – เสนาฯ และ SCB PARK (รัชโยธิน)
"เอพี ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว ซึ่งได้รับการยืนยันความเชื่อมั่นผ่านการจัดอันดับเครดิตองค์กรระดับ ‘A’ แนวโน้ม ‘Stable’ จาก TRIS Rating ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รวมถึงการได้รับการจัดอันดับใน FORTUNE Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เอพีมีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งการส่งมอบโครงการคุณภาพ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้มีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” นายรัชต์ชยุตม์ กล่าวสรุป







