thansettakij
thansettakij
ย้อนตำนาน'บึงคู้บอน' จากแก้มลิง สู่ทำเลทองบ้านจัดสรร

ย้อนตำนาน'บึงคู้บอน' จากแก้มลิง สู่ทำเลทองบ้านจัดสรร

09 ต.ค. 69 | 12:42 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ต.ค. 69 | 13:42 น.

ย้อนตำนานมหาอุทกภัยปี54 จุดเริ่มต้น"บึงคู้บอน" 1 ใน6 แผนขุดบึงรับน้ำ หลังยกเลิก จากแก้มลิงสู่ทำเลทองบ้านจัดสรรชานเมืองโซนตะวันออกกรุงเทพฯ เมืองขยายตัวรับรถไฟฟ้าสีชมพู โครงข่ายถนน ราคาที่ดินพุ่ง

KEY

POINTS

  • บึงคู้บอน เดิมเป็นโครงการแก้มลิงขนาด 130 ไร่ ที่ริเริ่มหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อใช้เป็นพื้นที่รับน้ำในโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ
  • โครงการแก้มลิงดังกล่าวถูกยกเลิกในเวลาต่อมา เนื่องจาก กทม. ประเมินว่าไม่คุ้มค่าด้านงบประมาณและประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ประกอบกับไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม
  • ปัจจุบันพื้นที่คู้บอนได้กลายเป็นทำเลทองสำหรับโครงการบ้านจัดสรร จากการขยายตัวของเมืองและการมาถึงของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

การทวงคืนบึงรับน้ำ หรือแก้มลิงทั้ง6แห่ง และฟลัดเวย์ โซนตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างจากสถานการณ์ฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน กระทั่งเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะโซนตะวันออก

โดยให้เหตุผลว่าหากกรุงเทพมหานครไม่ยกเลิกแก้มลิง อาจลดผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ได้อย่างมาก

ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ บึงรับน้ำบริเวณหนองบอน-บางชัน ที่ ปัจจุบันกลายเป็นทำเลทองบ้านจัดสรร ที่"ดร.ยุ้ย" ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)ชี้แจงปมพื้นที่บึงรับน้ำคู้บอนที่กำลังเป็นประเด็นว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินของบริษัทประมาณ20ไร่ จากพื้นที่ที่จะทำบึงรับน้ำ 130 ไร่

โดยเล่าว่าได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว ต่อจากเจ้าของเดิม 7ราย มาตั้งแต่ปี 2552 หรือ 16-17 ปีก่อนจากนั้นเริ่มนำที่ดินเข้าสู่กระบวนการจัดทำผังจัดสรรในปี 2561 ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนผังในเวลาต่อมา 

ดร.ยุ้ยย้ำว่า ที่ผ่านมาทราบมาโดยตลอดว่าพื้นที่ดังกล่าวกรุงเทพมหานครมีแนวคิดที่จะพัฒนาเป็นบึงรับน้ำ หลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี2554 จากกระบวนการประชามติของกรุงเทพมหานครในช่วงปี 2560 แต่หลังจากนั้น ไม่ได้เห็นความคืบหน้าเกี่ยวกับการนำพื้นที่ไปพัฒนาเป็นบึงรับน้ำ

“ตั้งแต่การทำประชามติปี 60 ไป ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นรูปธรรมออกมาอีกเลยหลังจากนั้น ทางบริษัทเองก็เฝ้าดู แล้วก็คิดว่าที่ดินมันก็ต้องพัฒนา” ดร.เกษรา กล่าว

จากมหาอุทกภัยปี54สู่ บึงรับน้ำเจ้าปัญหา

 บึงรับน้ำคู้บอน (หรือบึงคู้บอน) เป็นหนึ่งในโครงการแก้มลิงฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ มีความจุสำหรับเก็บกักน้ำประมาณ 870,000 ลูกบาศก์เมตร

หลังมหาอุทกภัยปี 2554 กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำ ได้ศึกษาและสำรวจพื้นที่เพื่อจัดทำบึงรับน้ำ (แก้มลิง) จำนวน 6 แห่ง  รวมถึงบึงคู้บอนและบึงบางชัน  โดยการผลักดันโครงการ ในช่วงปี พ.ศ. 2560–2562 (สมัยรัฐบาล คสช. และผู้ว่าฯ กทม. ในยุคนั้น  ) โครงการผ่านการทำประชาพิจารณ์จากประชาชน และได้รับความเห็นชอบในหลักการ รวมถึงมีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ

จาก 6 โครงการดังกล่าว มี 4 โครงการที่ถูกยกเลิกไปก่อนหน้าที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ประเด็นการยกเลิกโครงการแก้มลิงบึงคู้บอนและบึงบางชัน โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการตามหลักวิชาการและโปร่งใส ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนใด ๆ โดยพิจารณาจากความคุ้มค่าของงบประมาณและปริมาตรน้ำที่สามารถบริหารจัดการได้จริง ประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงกับระบบระบายน้ำ อุโมงค์ และคลองต่าง ๆ

 

ขณะเดียวกันยังพบว่า ข้อจำกัดของขนาดแก้มลิงเมื่อเทียบกับปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ (ซึ่งมีปริมาณสะสมมากกว่า 300 มิลลิเมตร) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเร่งระบายน้ำผ่านระบบคลองและสถานีสูบน้ำควบคู่กันไป

เมืองขยาย คู้บอนทำเลทองบ้านจัดสรร

จากเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว พบว่า บริเวณที่เคยกำหนดเป็นพื้นที่บึงรับน้ำ เป็นที่ดินของภาคเอกชนและโครงการบ้านจัดสรรเกิดขึ้น  ส่งผลให้กรุงเทพมหานครต้องล่าถอย เนื่องจากประเมินว่าต้องใช้งบประมาณสูง  

อย่างไรก็ตาม ทำเล ย่านคู้บอน กลายเป็นทำเลทอง ชานเมืองโซนตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่น่าจับตาโดยเฉพาะแนวถนนคู้บอน เขตบางเขน ที่มีการขยายตัวเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม ร้านค้า ตลาด  เนื่องจากการมาของรถไฟฟ้าสายใหม่ พาดผ่านในหลายพื้นที่ ช่วยกวาดคนนอกเมืองเข้าในเมืองอย่างสะดวกรวดเร็ว อย่างรถไฟฟ้า สายสีชมพู (ช่วงแคราย–มีนบุรี)  สถานีคู้บอน ซึ่งอยู่บริเวณปากซอยคู้บอนตัดกับถนนรามอินทรา (กม.8) 

บริเวณนี้ เป็นแหล่งรวมของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และอาคารพาณิชย์จำนวนมาก รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้าและแหล่งช้อปปิ้ง เช่น แฟชั่นไอส์แลนด์, เดอะพรอมมานาด, บิ๊กซี คู้บอน และโรงพยาบาล และยังมีโครงการที่อยู่อาศัยขนายตัวต่อเนื่อง   มีโครงข่ายถนนสายหลัก เชื่อมต่อกับ ถนนรามอินทรา และ ถนนนวมินทร์ ถนนวงแหวนรอบนอกกาญจนาภิเษก (ฝั่งตะวันออก) ขึ้นทางพิเศษ(ทางด่วน) ข้ามไปโซนบางนา-ลำลูกกาได้ง่าย รวมถึง สามารถลัดไปออกซอยรามอินทราต่างๆ (เช่น รามอินทรา 65, รามอินทรา 77) หรือเชื่อมไปโซนจตุโชติและลำสาลีได้ เรียกว่าขยายตัวอย่างก้าวกระโดดเพราะโครงสร้างพื้นฐานรัฐทั้งระบบล้อและราง

 เจาะราคาที่ดินถนนคู้บอน-รามอินทรา

  ขณะราคาที่ดินในย่านคู้บอนมีความแตกต่างกันตามทำเล ที่ดินติดถนนคู้บอน บริเวณปากซอยใกล้ถนนรามอินทรา ราคาบอกขาย35,000 – 80,000 บาทต่อตารางวา ที่ดินติดถนนคู้บอน  80,000 บาทต่อตารางวา แปลงใกล้ปากซอยรามอินทราซอยคู้บอน 13  ราคา35,000 บาทต่อตารางวา ที่ดินในซอยย่อยคู้บอน 25, 31 หรือซอยกาญจนาภิเษก  29,000 – 50,000 บาทต่อตารางวา

ส่วนราคาประเมินราชการ แนวถนนคู้บอน ตามเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีชมพู ราคาประเมินอยู่ที่ประมาณ 52,000 บาทต่อตารางวาเป็นต้น 

เรียกว่า "คู้บอน" เป็นอีกหนึ่งทำเลชานเมืองโซนตะวันออกของกรุงเทพมหานครที่น่าจับตาของการขยายตัวของโครงการที่อยู่อาศัย