
ลุยจัดทำ 6ผังเมืองระดับภาคกำหนดทิศทางพัฒนาเมือง หลัง คลอดผังประเทศ
ลุยจัดทำ 6ผังเมืองระดับภาคกำหนดทิศทางพัฒนาเมือง ลงถึงระดับ จังหวัด ระดับย่าน หลัง กรมโยธาธิการและผังเมือง คลอดผังประเทศ ประกาศในราชกิจจาฯ ไม่ให้เมืองพัฒนาอย่างไร้ทิศทาง
KEY
POINTS
- กรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียมเดินหน้าจัดทำผังภาค 6 ภาค เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ให้สอดคล้องกับผังนโยบายระดับประเทศที่ได้ประกาศใช้แล้ว
- การจัดทำผังภาคมีเป้าหมายเพื่อกำหนดบทบาทและทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจน โดยดึงจุดเด่นของแต่ละภูมิภาคมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
- มีการกำหนดบทบาทหลักของแต่ละภาคแตกต่างกันไป เช่น กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจนานาชาติ, ภาคตะวันออกเป็นฐานอุตสาหกรรม, ภาคอีสานเป็นประตูการค้าสู่อินโดจีน และภาคใต้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจสองคาบสมุทร
ภายหลังจาก ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ. 2569–2580 เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 242 ง วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 อาศัยอำนาจตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผังนโยบายระดับประเทศเป็นไปตามที่แนบท้ายประกาศ และให้กรมโยธาธิการและผังเมืองมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานรัฐเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามประกาศ และ กำหนดแผนพัฒนาเมือง6ภาค เพื่อดึงจุดเด่นแต่ละภาคขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นจุดขายของประเทศ
เหตุคลอดผังประเทศล่าช้า
อย่างไรก็ตาม ผังประเทศ กรมโยธาธิการและผังเมือง ใช้เวลานานกว่าจะประกาศใช้ แต่ระหว่างทาง ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติ การผังเมืองพ.ศ.2562 ส่งผลให้ต้องล้มกระดานและยกร่างใหม่ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ ประกอบกับเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องล่าช้าออกไป จนกระทั้งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ดังกล่าว
เร่งทำผังภาคต่อ
จากนั้นจะจัดทำเนื้อหาผังภาค กรมโยธาธิการและผังเมืองจะเป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาและวิเคราะห์ โดยสามารถดำเนินการเองหรือว่าจ้างที่ปรึกษาเข้ามาดำเนินการศึกษาในประเด็นต่าง ๆ จากนั้นจะนำผลการศึกษาไปหารือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งหน่วยงานส่วนกลาง หน่วยงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน กรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ในแต่ละภูมิภาค
แนวทางและมาตรการที่จะกำหนดไว้ในผังภาคจึงต้องผ่านกระบวนการศึกษาและวิเคราะห์มาก่อน ไม่ใช่การกำหนดขึ้นโดยลำพัง จากนั้นจึงนำผลการศึกษามาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แนวทางการพัฒนาสอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงานและสภาพพื้นที่จริง
ขณะเดียวกัน การจัดทำผังภาคจะต้องให้ความสำคัญกับ ประเด็นเร่งด่วนของแต่ละพื้นที่ด้วย เช่น ภาคกลาง ซึ่งมีประเด็นสำคัญเรื่องการบริหารจัดการน้ำและปัญหาอุทกภัย การวางผังจึงต้องนำความเสี่ยงจากน้ำท่วม รวมถึงแนวทางการจัดการพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนา
กำหนดกรอบให้ผังภาค ผังจังหวัด ลงรายละเอียดถึงการใช้ที่ดินทุกพื้นที่
สำหรับผังนโยบายระดับประเทศ จะทำหน้าที่เป็นกรอบกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ในภาพใหญ่ โดยต้องมีความสอดคล้องกับกรอบและแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง ขณะที่รายละเอียดของการใช้ประโยชน์ที่ดินจะถูกถ่ายทอดลงไปสู่การวางผังในระดับที่ละเอียดมากขึ้น
ดังนั้น ผังประเทศจึงไม่ได้มีหน้าที่เข้าไปกำหนดรายละเอียดการใช้ประโยชน์ที่ดินในทุกพื้นที่ หรือกำหนดรายละเอียดในระดับแปลงที่ดิน แต่เป็นการกำหนด ทิศทาง และ บทบาท ของพื้นที่ในภาพรวม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและพื้นที่ใช้เป็นกรอบในการพัฒนา ทั้งนี้เมื่อเข้าสู่ระดับผังเมืองรวม จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินมากขึ้น และเป็นผังที่ประชาชนและภาคเอกชนต้องนำไปปฏิบัติตามตามกรอบที่กฎหมายกำหนด
"เมื่อผังประเทศบังคับใช้แล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองจะศึกษา การจัดทำผังภาคต่อไป คาดอีก1-2ปีข้างหน้า ที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ก่อจะลงไปยังผังจังหวัดที่พื้นที่เป็นผู้ดูแล "
ทำไมประเทศไทยต้องมีทั้งผังประเทศ ผังภาค และผังจังหวัด?
คำถามสำคัญคือ ในเมื่อประเทศไทยมีแผนระดับชาติอยู่แล้ว เหตุใดจึงยังจำเป็นต้องมีผังประเทศ ผังภาค และผังจังหวัดอีก ทั้งนี้ โดยปกติประเทศไทยมีแผนและกรอบการพัฒนาประเทศหลายระดับ ทั้งแผนระดับชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงแผนแม่บทด้านต่าง ๆ แผนเหล่านี้มีหน้าที่กำหนดเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดในเชิงพื้นที่ว่า บริเวณใดควรมีบทบาทอะไร และควรพัฒนาไปในทิศทางใด
นี่คือบทบาทของ การวางผังเชิงพื้นที่ ที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเข้ามาดำเนินการ โดยนำกรอบการพัฒนาประเทศมาถ่ายทอดลงสู่พื้นที่ เพื่อให้เห็นภาพตั้งแต่ระดับประเทศ ภูมิภาค และจังหวัดว่า แต่ละพื้นที่มีศักยภาพและบทบาทแตกต่างกันอย่างไร
ตัวอย่างเช่น พื้นที่หนึ่งอาจมีบทบาทสำคัญด้านการเกษตร ขณะที่บางพื้นที่เหมาะกับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การค้าและบริการ หรือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ การวางผังจะช่วยให้เห็นภาพเชิงพื้นที่เหล่านี้อย่างเป็นระบบ และใช้เป็นแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปประกอบการพัฒนา
จาก นโยบาย สู่ พื้นที่
กล่าวได้ว่า ผังทั้ง 3 ระดับไม่ได้มีหน้าที่เหมือนกันทั้งหมด แต่เป็นการถ่ายทอดทิศทางการพัฒนาจากระดับกว้างไปสู่ระดับพื้นที่
“ผังประเทศ” มองภาพรวมของประเทศไทยและกำหนดบทบาทพื้นที่ในระดับประเทศ ขณะที่ “ผังภาค” จะขยายรายละเอียดลงมาให้เห็นศักยภาพ ปัญหา และบทบาทของแต่ละภูมิภาค ส่วน “ผังจังหวัด” จะนำกรอบดังกล่าวมาพิจารณาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด
เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเข้าไปกำหนดทุกอย่างให้พื้นที่ทำตาม แต่เป็นการสร้าง กรอบและทิศทางร่วม ให้หน่วยงานภาครัฐและพื้นที่ใช้ประกอบการตัดสินใจด้านการพัฒนา เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการบริหารจัดการทรัพยากรในแต่ละพื้นที่เดินไปในทิศทางเดียวกัน
ในที่สุด ผังเชิงพื้นที่จึงเป็นกลไกที่เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของแผนระดับชาติ เพราะแผนระดับชาติบอกว่า ประเทศควรไปทางไหน ขณะที่การวางผังจะช่วยตอบให้ชัดขึ้นว่า พื้นที่ไหนควรมีบทบาทอะไร และควรพัฒนาอย่างไร เพื่อให้ทิศทางการพัฒนาประเทศสามารถถ่ายทอดลงสู่พื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การจัดทำ6ผังภาคตามกรอบผังประเทศ
กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ศูนย์เศรษฐกิจนานาชาติ–ตะวันออกฐานอุตสาหกรรม
ภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำหนดให้พัฒนาสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจนานาชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมบทบาทเมืองรองในภูมิภาคเพื่อกระจายโอกาสการพัฒนาเศรษฐกิจ และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับบทบาทของเมืองในปริมณฑล
ด้านคมนาคมมุ่งพัฒนาสู่ศูนย์กลางธุรกิจการบินแห่งภูมิภาค เชื่อมการเดินทางและขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองในปริมณฑลที่ประหยัดพลังงานและมีขีดความสามารถสูง รวมถึงพัฒนาเมืองกระชับเพื่อป้องกันการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง และเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติในเขตเมือง
ภาคตะวันออกฐานอุตสาหกรรมและศูนย์โลจิสติกส์แห่งอนาคต
ส่วนภาคตะวันออก กำหนดบทบาทเป็นพื้นที่ฐานอุตสาหกรรมและศูนย์โลจิสติกส์แห่งอนาคต พื้นที่เกษตร และแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก โดยส่งเสริมฐานการผลิตอุตสาหกรรมและบริการขั้นสูง แหล่งงานบริการมูลค่าสูง และการพัฒนาทุนมนุษย์ด้วยการวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งแนวทางพัฒนายังครอบคลุมคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่เชื่อมการขนส่งระหว่างประเทศ การเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ผลเมืองร้อนระดับโลก และการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ชายฝั่งและเกาะให้มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ
ภาคเหนือฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์–กลางเกษตรคุณภาพสูง
ภาคเหนือ กำหนดบทบาทเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูงและพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของประเทศ โดยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำ พัฒนาเมืองศูนย์กลางหลักและรองให้รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเอื้อต่อการอยู่อาศัย พร้อมคำนึงถึงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ
กำหนดให้พัฒนาเชียงใหม่และพิษณุโลกเป็นเมืองน่าอยู่และอัจฉริยะ และพัฒนาระเบียงนวัตกรรมภาคเหนือ ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย อุตสาหกรรมชีวภาพตามแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ–เศรษฐกิจหมุนเวียน–เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG รวมถึงพลังงานทางเลือกเพื่อผลิตไฟฟ้าในภาคเหนือตอนล่าง
ด้านการท่องเที่ยวมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ศิลปหัตถกรรม และวัฒนธรรมล้านนา พร้อมกำหนดการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และส่งเสริมการแก้ปัญหาหมอกควันและสิ่งแวดล้อมเมือง
ภาคกลาง ฐาน นวัตกรรม ท่องเที่ยว สินค้าเกษตรคุณภาพสูง
ขณะที่พื้นที่ภาคกลาง กำหนดบทบาทเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจนวัตกรรม การท่องเที่ยว และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง โดยพัฒนามาตรฐานฟาร์มผลิตอาหารปลอดภัย ส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ และพัฒนาศูนย์อุตสาหกรรมชีวภาพกับฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
ด้านท่องเที่ยวกำหนดให้พัฒนาชายฝั่งทะเลระดับนานาชาติ The Royal Coast ชะอำ–หัวหิน และการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสู่ตลาดมูลค่าสูง พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โลจิสติกส์ และเมืองในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง–ตะวันตก รวมถึงเพิ่มระบบจัดการอุทกภัยครบวงจร
อีสานประตูการค้าอินโดจีน
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำหนดบทบาทเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรก้าวหน้า เศรษฐกิจชีวภาพ การท่องเที่ยวอารยธรรมขอม และประตูการค้าสู่อินโดจีน
แนวทางพัฒนาครอบคลุมเมืองศูนย์กลางการลงทุน บริการสุขภาพและการศึกษารองรับประเทศเพื่อนบ้าน เกษตรมูลค่าสูง พืชพลังงาน เทคโนโลยีชีวมวล อาหารปลอดภัย และการส่งเสริมขึ้นทะเบียนสินค้าเกษตรเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI
นอกจากนี้ กำหนดให้พัฒนาชลประทาน ฟื้นฟูทรัพยากรดิน พัฒนาเส้นทางฐานอุตสาหกรรมและศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน ส่งเสริมการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว พร้อมเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมตามลุ่มน้ำและภัยแล้งอย่างถาวร
ภาคใต้เชื่อมสองคาบสมุทร
เช่นเดียวกับภาคใต้ กำหนดบทบาทเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำระดับโลก เชื่อมโยงเศรษฐกิจสองคาบสมุทร และแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แนวทางพัฒนาประกอบด้วยเมืองน่าอยู่และอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คมนาคมขนส่งทุกรูปแบบ และโลจิสติกส์ที่เพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างสองคาบสมุทร พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลก ยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และจัดระบบป้องกันและเตือนภัยธรรมชาติทุกประเภท







