
ถึงเวลาลด 'ฟลัดเวย์' โซนตะวันออก คืนเจ้าของที่ดิน หากระบบระบายน้ำกทม.ดีพอ
ถึงเวลาผังเมืองใหม่เลิกรอนสิทธิพื้นที่ฟลัดเวย์ โซนตะวันออก ปรับลดเป็นแนวกันชนเกาะแนวคลอง คืนที่ดินให้เจ้าของพัฒนา ตามความเจริญ-รถไฟฟ้าเชื่อมถึง หากระบบระบายน้ำกทม.ดีพอ
KEY
POINTS
- พื้นที่ฟลัดเวย์โซนตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งถูกกำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำมานานกว่า 40 ปี กำลังเผชิญแรงกดดันให้ปลดล็อกข้อจำกัดการใช้ที่ดินจากการขยายตัวของเมือง
- กทม. มีแผนพัฒนาระบบระบายน้ำแนวเหนือ-ใต้ (คลองหกวาสายล่าง-ประเวศบุรีรมย์) ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อลดความจำเป็นในการใช้พื้นที่ฟลัดเวย์ขนาดใหญ่
- ร่างผังเมืองรวมฉบับใหม่จึงมีแนวคิดลดขนาดพื้นที่ฟลัดเวย์ลงอย่างมีนัยสำคัญ และปรับเปลี่ยนที่ดินส่วนที่เหลือให้สามารถพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยได้ เพื่อคืนสิทธิให้แก่เจ้าของที่ดิน
น้ำท่วมใหญ่เป็นวงกว้าง สร้างความโกลาหล อย่างมากโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร โซนตะวันออก ด้วยกายภาพพื้นที่ลุ่มต่ำแอ่งกระทะดินเลนปนทราย ส่งผลให้ในอดีตกว่า40ปีก่อนจึงถูกกำหนดเป็น แนวฟลัดเวย์ หรือ พื้นที่ทางน้ำหลาก ตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่9 มีบทบาทสำคัญรับน้ำไหลบ่ามาทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ เขต คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบังบางบริเวณก่อนระบายลงสู่อ่าวไทยจังหวัดสมุทรปราการ และนำมาซึ่งการบรรจุแนวฟลัดเวย์ ไว้ในผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครพ.ศ.2535 ผังเมืองฉบับแรกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดทำขึ้นโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง และประกาศใช้บังคับโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 116 (พ.ศ. 2535)
เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาและควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินของเมืองอย่างเป็นระบบ และกำหนดสีของการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นสีเขียวทแยงขาว หรือที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบุทและเกษตรกรรม มีพื้นที่รวม ประมาณ 1.5 แสนถึง 3 แสนไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของประชาชน และภาคเอกชน
สุวรรณภูมิ สร้างขวางทางระบายน้ำก่อนลงอ่าวไทย
ในเวลาต่อมา สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อสร้างขึ้นพื้นที่กว่า2หมื่นไร่ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวลาย และเป็นฟลัดเวย์ ต่อเนื่องมาจากเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งขวางทางน้ำ บริเวณทางลงปากอ่าวไทย ทำให้การใช้ พื้นที่ฟลัดเวย์ตามธรรมชาติเป็นไปด้วยความยากลำบาก นับเป็นตัวแปรทำให้มีการลงทุน ทำระบบคลอง เพิ่ม คือคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ (หรือโครงการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ) เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(ในหลวงรัชกาลที่ 9) มีจุด เริ่มต้นบริเวณการรับน้ำจาก คลองสำโรง (เชื่อมต่อพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ, อำเภอบางพลี, และพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก) มีความยาวรวมประมาณ 10.12 กิโลเมตร ถึง 12.65 กิโลเมตร (ท้องคลองกว้าง 36 เมตร)สิ้นสุดที่บริเวณชายทะเลอ่าวไทย อำเภอเมืองสมุทรปราการ
ประกอบกับ โครงการก่อสร้างถนน ทางด่วนมอเตอร์เวย์ รวมถึงการมาของรถไฟฟ้า และการขยายตัวของเมืองมายังโซนตะวันออก จากพื้นที่ เกษตรถูกเปลี่ยนมือ เป็นพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้รัฐ มีแผนขุดคลองอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พระนครศรีอยุธยา ยาวลงอ่าวไทย รวมถึงการปรับปรุงคลองแนวเหนือ-ใต้ (คลองหกวาสายล่าง ถึงคลองประเวศ บุรีรมย์) ของกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้เกิดความคล่องตัว ไม่รวมฟลัดเวย์ของกรมชลประทานที่ดำเนินการจากพระนครศรีอยุธยา ยาวไปออกฉะเชิงเทรา
โดยเลี่ยงพื้นที่ฟลัดเวย์โซนตะวันออกกรุงเทพมหานคร ที่ผังเมืองรวมกำหนดห้ามพัฒนาอาคารทุกประเภทเว้นแต่บ้านปลูกสร้างเองสำหรับการเกษตร บ้านใต้ถุนสูงเปิดให้น้ำไหลลอดผ่าน และหากจัดสรรที่ดินเชิงพาณิชย์ ต้องทำรูปแบบสวนเกษตร พื้นที่ 2.5ไร่หรือขนาดตั้งแต่1,000 ตารางวาขึ้นไป แต่มีคนหัวหมอเมื่อยื่นขออนุญาตจัดสรร ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดสรรที่ดิน กับกรมที่ดินแล้ว ต่างนำแปลงที่ดินดังกล่าวมาซอยย่อยเป็นแปลงเล็กขาย เช่น 50 ตารางวาหรือเล็กกว่านั้น ทำให้การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ฟลัดเวย์ผิดวัตถุประสงค์
ร้องปลดล็อกพื้นที่แช่แข็ง(รับน้ำ)สู่พื้นที่เชิงพาณิชย์
จากการเปลี่ยนแปลงของเมืองและการขยายตัวมาทางฝั่งตะวันออกตามโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกัน มีการเรียกร้อง ของ ภาคประชาชนเจ้าของที่ดิน เอกชน ตลอดจนนักการเมือง มาโดยตลอดโดย ขอปลดลดพื้นที่รับน้ำสู่พื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม) พื้นที่สีเหลือง(ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) หรือไปจนถึงพื้นที่สีแดง (ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม) เนื่องจากบริบทของเมืองเปลี่ยนมีโครงข่ายถนนสำคัญ ราคาที่ดินสูงขึ้น แต่ในที่สุดผังเมืองยังคงอนุรักษ์พื้นที่ฟลัดเวย์โซนตะวันออกและตกวันตก ไว้จนถึงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครปี2556 ที่ใช้ในปัจจุบัน
ยกระดับ ระบบระบายน้ำ แนวเหนือ-ใต้ (หกวาสายล่าว-ประเวศบุรีรมย์ ) ลดพื้นที่ฟลัดเวย์
ข้อเรียกร้องที่มากขึ้น และการมีรถไฟฟ้าพาดผ่าน ล่าสุด การพิจารณาจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(ฉบับปรับปรุงครั้งที่4) ที่คาดว่าจะบังคับใช้ปลายปี2570 มีแนวคิดลดพื้นที่ฟลัดเวย์ลงโดยมีไว้เท่าที่จำเป็นเพื่อเป็นแนวกันชนและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ เกาะไปตามแนวคลองซึ่งกรุงเทพมหานครมีแผนยกระดับ พัฒนาคลองแนวเหนือ-ใต้ ตั้งแต่คลองหกวาสายล่างต่อมาจากจังหวัดปทุมธานี ไปจนถึงคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงอ่าวไทยได้สะดวกขึ้น
ตลอดแนวฟลัดเวย์ จะมีคลองธรรมชาติ ตั้งแต่เขตคลองสามวา อาทิคลองซอยที่8 บึงแยกลำไทร คลองพระราชดำริ ผ่านถนนราษฎร์อุทิศ เข้าเขตมีนบุรี ผ่านคลองลำไผ่เหลืองหรือบึงทองหลาง คลองสี่ประเวศเข้าเขตลาดกระบังผ่านถนนเจ้าคุณทหาร คลองสามประเวศ ผ่านมอเตอร์เวย์สาย7(กรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ ) และเข้าสู่คลองสุวรรณภูมิ ลงอ่าวไทย สมุทรปราการ จากกว่า 1แสนไร่ลดลงเหลือประมาณ3หมื่นไร่ พื้นที่ที่เหลือถูกกันออกไม่ใช่ฟลัดเวย์อีกต่อไป ผังเมืองกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว พัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบซึ่งถือว่า จะเป็นพื้นที่ไม่หนาแน่น ขนาดแปลงลดจาก1,000ตารางวา เหลือ 50 ตารางวา ทำให้เจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการมีความหวังและราคาที่ดินขยับขึ้น
แน่นอนว่าเมื่อเมืองเจริญขึ้น การพัฒนาระบบระบายน้ำมีมากขึ้น ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะคืนที่ดินสู่อ้อมกอดประชาชน เจ้าของพื้นที่ที่ไม่ใช่ฟลัดเวย์อีกต่อไป







