thansettakij
thansettakij
เจาะผังเมืองใหม่ กทม.ปรับฟลัดเวย์เหลือ 3 หมื่นกว่าไร่ รับเมืองขยาย

เจาะผังเมืองใหม่ กทม.ปรับฟลัดเวย์เหลือ 3 หมื่นกว่าไร่ รับเมืองขยาย

02 ต.ค. 69 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ต.ค. 69 | 11:05 น.

เจาะผังเมืองฉบับใหม่กทม. รวมผังน้ำ ปรับพื้นที่ฟลัดเวย์จากราว 1 แสนไร่ เหลือ 3 หมื่นกว่าไร่ เผยแผนจัดการน้ำโดยรักษาพื้นที่รับน้ำสำคัญฝั่งตะวันออก

KEY

POINTS

  • กทม. ปรับลดขนาดพื้นที่ฟลัดเวย์ในผังเมืองฉบับใหม่จากเดิมประมาณ 100,000 ไร่ เหลือราว 30,000 กว่าไร่
  • การปรับลดพื้นที่ฟลัดเวย์เป็นผลมาจากการขยายตัวของเมือง ชุมชน และโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เดิม ทำให้ไม่สามารถรักษาสภาพไว้ได้ทั้งหมด
  • พื้นที่สำคัญที่ยังจำเป็นต่อการรองรับและระบายน้ำจะถูกกำหนดเป็น "พื้นที่สีเขียวลาย" เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการบริหารจัดการน้ำ

นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงการจัดทำ “ผังน้ำ” ในร่างผังเมืองฉบับใหม่ว่า กรุงเทพมหานครเพิ่มมิติการบริหารจัดการน้ำเข้าไปในการวางผังเมือง โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางระบายน้ำและพื้นที่ฟลัดเวย์ให้เป็นระบบมากขึ้น จากเดิมที่แนวทางดังกล่าวส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้การกำหนดพื้นที่สีเขียวลายตามผังเมืองเดิม

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดให้การจัดทำผังเมืองรวมต้องจัดทำ “ผังน้ำ” ควบคู่กัน เพื่อให้การวางผังเมืองคำนึงถึงระบบน้ำและแนวทางป้องกันปัญหาอุทกภัยมากขึ้น ส่งผลให้การจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ต้องนำระบบน้ำ พื้นที่รับน้ำ พื้นที่ระบายน้ำ และพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมมาพิจารณาควบคู่กับการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

อีกทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและปัญหาน้ำรอการระบายที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการวางระบบน้ำควบคู่ไปกับการพัฒนาเมือง เนื่องจากเมื่อเมืองขยายตัวและมีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่เคยทำหน้าที่รองรับหรือระบายน้ำตามธรรมชาติจึงต้องถูกนำมาพิจารณาใหม่ว่า พื้นที่ใดควรรักษาไว้เพื่อทำหน้าที่ด้านระบบน้ำ และพื้นที่ใดสามารถปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับสภาพเมืองในปัจจุบันได้

ทบทวนฟลัดเวย์เก่า หลังเมืองขยายตัว

ที่ผ่านมาพื้นที่ฟลัดเวย์เดิมมีการกำหนดแนวพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้ข้อกำหนดควบคุมการพัฒนามานานกว่า 40 ปี ครอบคลุมพื้นที่ที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ ปทุมธานี และสมุทรปราการ

แต่เมื่อพื้นที่โดยรอบมีการพัฒนาเมืองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในปทุมธานีและสมุทรปราการ ซึ่งมีทั้งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการที่อยู่อาศัย ทำให้พื้นที่ฟลัดเวย์ตามแนวคิดเดิมไม่สามารถรักษาสภาพไว้ได้ทั้งหมด

ในการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ กรุงเทพมหานครจึงทบทวนแนวพื้นที่ฟลัดเวย์จากเดิมที่กำหนดไว้เป็นบริเวณกว้าง โดยพื้นที่ฟลัดเวย์เดิมมีขนาดประมาณ 100,000 ไร่ ก่อนปรับลดลงเหลือประมาณ 1 ใน 3 หรือราว 30,000 กว่าไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ซึ่งยังมีบทบาทสำคัญต่อการรองรับและระบายน้ำยังคงได้รับการกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวลาย พร้อมมีการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาศักยภาพในการรองรับน้ำและเป็นส่วนหนึ่งของระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ

ฝั่งตะวันออกพื้นที่ลุ่ม รับน้ำจากหลายแนวคลอง

สำหรับพื้นที่ฟลัดเวย์ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ มีลักษณะเชื่อมโยงกับระบบคลองทั้งแนวเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตก โดยคลองแสนแสบเป็นหนึ่งในแนวคลองสำคัญบริเวณมีนบุรีต่อเนื่องไปทางหนองจอก

ขณะที่คลองประเวศบุรีรมย์ทำหน้าที่เป็นแนวตะวันออก-ตะวันตก เชื่อมต่อกับระบบคลองแนวเหนือ-ใต้ เพื่อช่วยนำน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างและระบายออกสู่ทะเลบริเวณสมุทรปราการ

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลาดกระบังมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรือแอ่งกระทะ ทำให้การระบายน้ำยังเป็นโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดฝนตกหนัก ขณะที่พื้นที่มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบังยังมีระบบคลองที่เชื่อมโยงกัน จึงต้องพิจารณาศักยภาพของพื้นที่รับน้ำและระบบระบายน้ำประกอบการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน

ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และระบบรถไฟฟ้า เป็นปัจจัยที่กระตุ้นการขยายตัวของเมืองและความต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การรักษาพื้นที่สีเขียวลายหรือพื้นที่ที่ทำหน้าที่รองรับและระบายน้ำ ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

รักษาพื้นที่รับน้ำ ควบคู่ขยายเมือง

ด้วยเหตุนี้แนวทางของผังเมืองฉบับใหม่จึงต้องปรับขนาดพื้นที่ฟลัดเวย์จากแนวพื้นที่เดิมที่มีขนาดใหญ่ หลังพื้นที่บางส่วนถูกพัฒนาเป็นเมืองไปแล้ว ขณะที่พื้นที่ซึ่งยังมีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำและระบายน้ำยังคงรักษาไว้ในรูปแบบพื้นที่สีเขียวลาย โดยเฉพาะบริเวณแนวคลองและพื้นที่ด้านตะวันออก

การกำหนดพื้นที่ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาสมดุลระหว่างการบริหารจัดการน้ำกับการพัฒนาเมือง โดยพิจารณาทั้งมิติการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขยายตัวของชุมชน และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน ไม่ได้กำหนดพื้นที่รับน้ำโดยแยกออกจากทิศทางการพัฒนาเมือง

สำหรับการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ กรุงเทพมหานครยังพิจารณาระบบน้ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควบคู่กับการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันออกซึ่งมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและแอ่งรับน้ำ ขณะที่ระบบคลองทั้งแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตกมีบทบาทในการเชื่อมโยงและระบายน้ำ

ดังนั้น พื้นที่ที่ยังมีความจำเป็นต่อระบบน้ำจะได้รับการรักษาไว้ ขณะที่การปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินจะพิจารณาตามศักยภาพและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การขยายตัวของกรุงเทพฯ สามารถเดินควบคู่ไปกับการบริหารจัดการน้ำและลดข้อจำกัดด้านอุทกภัยในระยะยาว