thansettakij
thansettakij
ราชกิจจาฯประกาศผังประเทศ 2569–2580 กำหนดทิศทางพัฒนาเมือง 6 ภาค

ราชกิจจาฯประกาศผังประเทศ 2569–2580 กำหนดทิศทางพัฒนาเมือง 6 ภาค

06 ต.ค. 69 | 08:38 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ต.ค. 69 | 08:38 น.

ประกาศราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ผังนโยบายระดับประเทศ 2569–2580 กำหนดทิศทางพัฒนา 6 ภาค กรุงเทพฯ ศูนย์เศรษฐกิจนานาชาติ–ตะวันออกฐานอุตสาหกรรมพร้อมเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานและลดก๊าซเรือนกระจก

KEY

POINTS

  • ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ "ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ. 2569–2580" เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาประเทศในระยะยาว
  • กำหนดทิศทางและบทบาทการพัฒนาพื้นที่ 6 ภาคหลักของประเทศให้แตกต่างกันไปตามศักยภาพ
  • มีวิสัยทัศน์มุ่งให้ไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่ง การท่องเที่ยว การแพทย์ และฐานการผลิตแห่งอนาคต เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ. 2569–2580 กำหนดกรอบการใช้พื้นที่ การพัฒนาเมืองและชนบท โครงสร้างพื้นฐานหลัก พื้นที่พัฒนาพิเศษ และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร พร้อมวางแนวทางพัฒนา 6 ภาค และให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้เป็นไปตามประกาศ 

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เรื่อง ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ. 2569–2580 เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 242 ง วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ลงนามโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569

ประกาศอาศัยอำนาจตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดให้ผังนโยบายระดับประเทศเป็นไปตามที่แนบท้ายประกาศ และให้กรมโยธาธิการและผังเมืองมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานรัฐเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามประกาศ

กำหนดบทบาทประเทศและยุทธศาสตร์ 7 ด้าน

ผังกำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศที่น่าอยู่สำหรับทุกคน เชื่อมโยงภูมิภาค ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม พร้อมรับการเติบโตอย่างยั่งยืน”

แนวทางการพัฒนามุ่งให้ประเทศไทยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์อย่างไร้รอยต่อ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวมูลค่าสูงระดับโลก ศูนย์กลางสุขภาพและบริการทางการแพทย์คุณภาพสูงที่ได้คุณภาพในระดับสากล แหล่งผลิตอาหารคุณภาพและการเป็นครัวของโลก พื้นที่ฐานการผลิตแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และเมืองน่าอยู่ระดับโลก

การพัฒนาพื้นที่ประเทศแบ่งเป็น 7 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

  • การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่ง สื่อสารและพลังงาน
  • การพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมมูลค่าสูง
  • การพัฒนาศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมในทุกภาค
  • การพัฒนาเมืองและชนบทอย่างสมดุล
  • การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะสำหรับคนทุกกลุ่ม
  • การอนุรักษ์ทรัพยากรและรับมือภัยพิบัติ
  • การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

กรุงเทพฯ ศูนย์เศรษฐกิจนานาชาติ–ตะวันออกฐานอุตสาหกรรม

ภาคกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กำหนดให้พัฒนาสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจนานาชาติ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมบทบาทเมืองรองในภูมิภาคเพื่อกระจายโอกาสการพัฒนาเศรษฐกิจ และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับบทบาทของเมืองในปริมณฑล

ด้านคมนาคมมุ่งพัฒนาสู่ศูนย์กลางธุรกิจการบินแห่งภูมิภาค เชื่อมการเดินทางและขนส่งระหว่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการคมนาคมระหว่างกรุงเทพมหานครกับเมืองในปริมณฑลที่ประหยัดพลังงานและมีขีดความสามารถสูง รวมถึงพัฒนาเมืองกระชับเพื่อป้องกันการขยายตัวอย่างไร้ทิศทาง และเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติในเขตเมือง

ภาคตะวันออก กำหนดบทบาทเป็นพื้นที่ฐานอุตสาหกรรมและศูนย์โลจิสติกส์แห่งอนาคต พื้นที่เกษตร และแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก โดยส่งเสริมฐานการผลิตอุตสาหกรรมและบริการขั้นสูง แหล่งงานบริการมูลค่าสูง และการพัฒนาทุนมนุษย์ด้วยการวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม

แนวทางพัฒนายังครอบคลุมคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่เชื่อมการขนส่งระหว่างประเทศ การเป็นแหล่งเพาะปลูกไม้ผลเมืองร้อนระดับโลก และการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล โดยให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ชายฝั่งและเกาะให้มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

เหนือฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์–กลางเกษตรคุณภาพสูง

ภาคเหนือ กำหนดบทบาทเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูงและพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของประเทศ โดยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าต้นน้ำ พัฒนาเมืองศูนย์กลางหลักและรองให้รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเอื้อต่อการอยู่อาศัย พร้อมคำนึงถึงการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ

กำหนดให้พัฒนาเชียงใหม่และพิษณุโลกเป็นเมืองน่าอยู่และอัจฉริยะ และพัฒนาระเบียงนวัตกรรมภาคเหนือ ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย อุตสาหกรรมชีวภาพตามแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ–เศรษฐกิจหมุนเวียน–เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG รวมถึงพลังงานทางเลือกเพื่อผลิตไฟฟ้าในภาคเหนือตอนล่าง

ด้านการท่องเที่ยวมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ศิลปหัตถกรรม และวัฒนธรรมล้านนา พร้อมกำหนดการตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และส่งเสริมการแก้ปัญหาหมอกควันและสิ่งแวดล้อมเมือง

ภาคกลาง กำหนดบทบาทเป็นพื้นที่ฐานเศรษฐกิจนวัตกรรม การท่องเที่ยว และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง โดยพัฒนามาตรฐานฟาร์มผลิตอาหารปลอดภัย ส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ และพัฒนาศูนย์อุตสาหกรรมชีวภาพกับฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

ด้านท่องเที่ยวกำหนดให้พัฒนาชายฝั่งทะเลระดับนานาชาติ The Royal Coast ชะอำ–หัวหิน และการท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาสู่ตลาดมูลค่าสูง พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน โลจิสติกส์ และเมืองในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง–ตะวันตก รวมถึงเพิ่มระบบจัดการอุทกภัยครบวงจร

อีสานประตูการค้าอินโดจีน–ใต้เชื่อมสองคาบสมุทร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำหนดบทบาทเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเกษตรก้าวหน้า เศรษฐกิจชีวภาพ การท่องเที่ยวอารยธรรมขอม และประตูการค้าสู่อินโดจีน

แนวทางพัฒนาครอบคลุมเมืองศูนย์กลางการลงทุน บริการสุขภาพและการศึกษารองรับประเทศเพื่อนบ้าน เกษตรมูลค่าสูง พืชพลังงาน เทคโนโลยีชีวมวล อาหารปลอดภัย และการส่งเสริมขึ้นทะเบียนสินค้าเกษตรเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI

นอกจากนี้ กำหนดให้พัฒนาชลประทาน ฟื้นฟูทรัพยากรดิน พัฒนาเส้นทางฐานอุตสาหกรรมและศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน ส่งเสริมการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว พร้อมเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมตามลุ่มน้ำและภัยแล้งอย่างถาวร

ภาคใต้ กำหนดบทบาทเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำระดับโลก เชื่อมโยงเศรษฐกิจสองคาบสมุทร และแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

แนวทางพัฒนาประกอบด้วยเมืองน่าอยู่และอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คมนาคมขนส่งทุกรูปแบบ และโลจิสติกส์ที่เพิ่มการเชื่อมโยงระหว่างสองคาบสมุทร พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลก ยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกในเขตเศรษฐกิจพิเศษ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และจัดระบบป้องกันและเตือนภัยธรรมชาติทุกประเภท

พัฒนาพื้นที่รอบสถานี–เมืองการบิน

ด้านคมนาคม ผังส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีระบบขนส่งสาธารณะ หรือ TOD โดยพัฒนาเมืองร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะร่วมกับการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์

แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาทางเท้า ทางจักรยาน และสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับคนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม บริเวณสถานีและจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทางของเมืองศูนย์กลางระดับชาติและระดับภาค

สำหรับเมืองการบินภาคตะวันออก กำหนดพื้นที่เป้าหมายบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง โดยมีมาตรการเตรียมพื้นที่รองรับเมืองการบิน พัฒนาศูนย์ธุรกิจการค้าและขนส่งภาคพื้นดิน ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน เขตประกอบการค้าเสรีและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ และศูนย์ฝึกอบรมการบิน

ด้านท่องเที่ยว กำหนดพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพมหานครและอีก 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา และสงขลา โดยจัดทำแผนแม่บทปรับปรุงสภาพแวดล้อมเมือง และยกระดับสาธารณูปโภคให้มั่นคงและเพียงพอ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แรงงานทักษะสูง กลุ่ม Digital Nomad และบุคลากรด้านดิจิทัล

เป้าหมายโครงสร้างพื้นฐาน–ก๊าซเรือนกระจก

ผังกำหนดเป้าหมายการพัฒนา 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้นปี 2570 ระยะกลางปี 2575 และระยะยาวปี 2580

ด้านความสามารถในการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ตั้งเป้าไม่เกินอันดับ 38 ในปี 2570 อันดับ 31 ในปี 2575 และอันดับ 25 ในปี 2580 โดยใช้ปี 2564 เป็นปีฐาน ซึ่งอยู่ที่อันดับ 43

ด้านการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม กำหนดอัตราการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อประชากรเฉลี่ยของกลุ่มจังหวัด 20% ที่มีค่าต่ำที่สุด ให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2.3% ต่อปีในระยะสั้น 2.4% ในระยะกลาง และ 2.5% ในระยะยาว

ด้านก๊าซเรือนกระจก ตั้งเป้าลดการปล่อยจากกรณีปกติไม่น้อยกว่า 20% ในปี 2570 เพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 30% ในปี 2575 และไม่น้อยกว่า 40% ในปี 2580

ตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายดังกล่าวต้องอาศัยการดำเนินงานจากหลายนโยบายการพัฒนาประกอบกัน และใช้วัดผลสัมฤทธิ์ของผังนโยบายระดับประเทศในภาพรวม

การนำผังไปปฏิบัติกำหนดให้หน่วยงานรัฐดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองให้คำแนะนำและประสานงานกับหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562