
ปิดดีลทำเลทองวิทยุ 'ตระกูลปิยะสมบัติกุล' คว้าที่ดิน สถานทูตเนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้าน ลุย มิกซ์ยูส
ปิดดีลทำเลทองวิทยุ ตระกูลปิยะสมบัติกุล ผู้ถือหุ้น กลุ่มเนอวานา คว้าที่ดิน เนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้านบาท คาดลุยโครงการ มิกซ์ยูส แสนล้าน ต่อยอดธุรกิจ อสังหาฯ ที่มีอยู่เดิมบนทำเลหลังสวน วิทยุ พระราม 9 ทองหล่อ
KEY
POINTS
- ตระกูลปิยะสมบัติกุล ผู้ถือหุ้นกลุ่มเนอวานา ปิดดีลซื้อที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์บนถนนวิทยุ-ซอยต้นสน มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท
- ที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลไพร์มแอเรียใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งมีราคาประเมินสูง
- คาดว่าจะถูกนำไปพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ เพื่อต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลในย่านใจกลางเมือง
ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ บนถนนวิทยุ–ซอยต้นสน กลับมาเป็นที่จับตาในวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง หลังมีรายงานการปิดดีลซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความร้อนแรงของทำเลไพร์มแอเรียใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งมีที่ดินขนาดใหญ่เหลืออยู่ไม่มาก ขณะที่ราคาที่ดินในย่านดังกล่าวขยับขึ้นแตะระดับสูงถึง 4 ล้านบาทต่อตารางวา
ด้วยทำเลศักยภาพใจกลางย่านธุรกิจและการพัฒนาเมือง ที่ดินผืนใหญ่ราว 20 ไร่จึงถูกจับตามองว่า มีโอกาสถูกนำมาพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มูลค่าโครงการอาจไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งบิ๊กโปรเจ็กต์ที่มีศักยภาพเข้ามาเปลี่ยนโฉมทำเลถนนวิทยุ–ต้นสนในอนาคต
ภายหลังจากก่อนหน้านี้มีการประกาศขายและมีแผนย้ายสถานทูตเนเธอร์แลนด์ไปอยู่ดุสิตเซ็นทรัลปาร์ค สีลม-พระราม 4
ตระกูลปิยะสมบัติกุล ผู้ถือหุ้น กลุ่มเนอวานา ปิดดีลที่ดิน สถานทูตเนเธอร์แลนด์ 2 หมื่นล้าน
ล่าสุดแหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ที่ดิน แปลงสถานทูตเนเธอร์แลนด์ เนื้อที่ 20 ไร่ ได้เจ้าของใหม่แล้วคือ ตระกูลปิยะสมบัติกุล ผู้ถือหุ้นในกลุ่ม เนอวานา บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซื้อไปในราคามูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะนำไปพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส เพื่อต่อยอดธุรกิจ ในระยะยาว ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เจ้าของปิยะเพลส หลังสวน และ ต้นสน
เนื่องจาก บิ๊กโปรเจ็กต์ อสังหาริมทรัพย์อยู่บริเวณใกล้กับที่ตั้งที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ อย่าง ปิยะเพลส หลังสวน และ ต้นสน โรงแรม Hotel Indigo ถนนวิทยุ นอกจากนี้ยังมีอาคารวรสมบัติ บริเวณทำเลถนนพระราม 9 ศูนย์กลางธุรกิจใหม่ รวมถึงอาคาร Pan Pacific ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างบนทำเลทองหล่อ หรือบริเวณด้านหน้าโครงการ Noble Ora ซึ่งล้วนเป็นโปรเจ็กต์ของกลุ่มปิยะสมบัติกุลแทบทั้งสิ้น
"เป็นกลุ่มเศรษฐีรวยเงียบ และสร้างความประหลาดใจให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก แต่มองว่าเมื่อมีธุรกิจอยู่ใกล้กับที่ดิน สถานทูต ก็น่าจะซื้อไว้เพื่อต่อยอดทำเลกลางใจเมือง"
กลุ่ม BDMS สนร่วมลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ เวลเนส
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กลุ่ม BDMS ได้เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ยอมรับว่า ที่ดินแปลงสถานทูตเนเธอร์แลนด์ มีนักลงทุนปิดดีลไปแล้ว และ BDMS มีแผนเข้าไปร่วมทุน มิกซ์ยูส เวลเนส เนื่องจากที่ดินที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการเวลเนส อยู่ วิทยุ หลังสวน สารสิน ที่เชื่อมต่อกันได้
ผังเมืองกทม.ใหม่พัฒนาได้10เท่าของแปลงที่ดิน
สำหรับที่ดิน สถานทูตเนเธอร์แลนด์ที่ประกาศขนาดกว่า 20 ไร่ (19 ไร่ 3 งาน 26.6 ตารางวา) ที่อยู่บนนถนวิทยุ และยังสามารถเข้า-ออกจากซอยต้นสนได้อีกด้วย จาการวิเคราะห์ของ นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ระบุว่า
ถือว่าเป็นที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานฑูตแปลงล่าสุดที่ประกาศขาย และเป็นที่ดินแปลงใหญ่มากอีกทั้งยังอยู่บนถนนวิทยุซึ่งราคาที่ดินโดยทั่วไปก็สูงมากอยู่แล้ว
ถ้าพิจารณาจากศักยภาพเบื้องต้นตามข้อกำหนดในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ซึ่งคาดว่าจะประกาศบังคับใช้ในปีพ.ศ.2570 ยิ่งเห็นถึงศักยภาพของที่ดินแปลงนี้มากขึ้นไปอีก เพราะที่ดินแปลงนี้อยู่ในที่ดินสีแดงซึ่งกำหนดให้เป็นที่ดินเพื่อการพาณิชยกรรม (พ.8) สามารถพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกประเภทหรืออาจจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์-ยูสขนาดใหญ่ใหญ่เนื่องจากที่ดินมีขนาดใหญ่มากนักลงทุนที่สนใจคงไม่พัฒนาเป็นโครงบการประเภทเดียวบนที่ดินแน่นอน นอกจากนี้ถนนวิทยุมีความกว้างของเขตทางมากกว่า 16 เมตรทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดๆ เลย
อีกทั้งอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินหรือ FAR = 10 ต่อ 1 ซึ่งสูงที่สุดในข้อกำหนดของร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) และอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่อพื้นที่อาคารรวมหรือ OSR = 3.5 ซึ่งน้อยที่สุดเลย ดังนั้น ที่ดินแปลงนี้มีศักยภาพสูงสุดเลยตามข้อกำหนดในร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4)
ประเภทของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถพัฒนาบนที่ดินแปลงนี้ก็หลากหลายมาก แต่ราคาที่ดินก็คงไม่น้อยเช่นกัน เพราะที่ดินแปลงขนาดใกล้เคียงกันที่มีการซื้อขายล่าสุดก็เป็นที่ดินของสถานทูตอังกฤษเก่าที่ปิดประมูลไปด้วยราคาประมาณ 2.2 ล้านบาทต่อตารางวา
ที่ดินของสถานฑูตเนเธอร์แลนด์ก็ต้องเปิดประมูลเช่นเดียวกับที่ดินของสถานฑูตประเทศอื่นๆ ที่เปิดประมูลไปแล้วก่อนหน้านี้ เพียงแต่ช่วงเวลานี้อาจจะดูแล้วเป็นการลงทุนที่ใช้เงินมากมายเมื่อเทียบกับการประมูลที่ดินของสถานทูตแปลงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ และด้วยขนาดของที่ดินที่ใหญ่กว่า 20 ไร่
ถ้าคิดโดยยึดเอาราคาที่ดินเท่ากับของสถานทูตอังกฤษ คือ 2.2 ล้านบาทต่อตารางวา ที่ดินของสถานฑูตเนเธอร์แลนด์จะมีมูลค่ารวมประมาณ 17,438.5 ล้านบาทเลย ซึ่งดูแล้วคงมีนักลงทุนไม่กี่รายในประเทศไทยที่มีศักยภาพในเรื่องของเงินลงทุนและศักยภาพในการพัฒนาโครงการมิกซ์-ยูส และคงต้องติดตามต่ไปในระยะยาวสำหรับที่ดินแปลงนี้






