thansettakij
thansettakij
ขุมทองที่ดินชานกรุง ผังเมือง ‘สีเหลือง-สีเขียว’ รับอานิสงส์ตลาดบ้านหรูโต

ขุมทองที่ดินชานกรุง ผังเมือง ‘สีเหลือง-สีเขียว’ รับอานิสงส์ตลาดบ้านหรูโต

15 ก.ย. 69 | 10:09 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 10:10 น.

ขุมทอง ที่ดินชานกรุงเทพฯ ผังเมืองรวมพื้นที่ ‘สีเหลือง-สีเขียว -เขียวลาย’ มีข้อจำกัดพัฒนา อานิสงส์บ้านหรู 100ล้าน บิ๊กเนมพลิกเกมสร้างมูลค่าที่ดิน-โครงการดึงกำลังซื้อเจาะกลุ่มรายได้สูง

KEY

POINTS

  • ที่ดินชานเมืองในผังเมืองสีเหลืองและสีเขียวกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่สำหรับโครงการบ้านหรู จากอานิสงส์ของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนตัดใหม่และรถไฟฟ้าที่ขยายไปถึง
  • ผู้ประกอบการมุ่งพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรีบนที่ดินแปลงใหญ่ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อกำลังซื้อสูงที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยและความเป็นส่วนตัวมากกว่าในเมือง
  • ทำเลชานเมืองที่มีศักยภาพสูงและน่าจับตา ได้แก่ โซนตะวันออก (รามอินทรา-ลำลูกกา), โซนตะวันตก (พุทธมณฑล-ศาลายา), และโซนใต้ (พระราม 2, ราษฎร์บูรณะ-ประชาอุทิศ)

ท่ามกลางราคาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครที่ปรับตัวสูงขึ้น จากการมาของรถไฟฟ้าสายใหม่พาดผ่านในหลายพื้นที่  นอกจากทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ที่มีความเคลื่อนไหว ของนักลงทุนรายใหญ่พัฒนาโครงการ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ที่ดินชานเมืองของกรุงเทพฯ กลายเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตาสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปัจจุบันรวมถึงฉบับ ปรับปรุงครั้งที่4 ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2570 กำหนดให้เป็น พื้นที่สีเหลือง (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย)  และพื้นที่สีเขียว (ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม รวมถึงพื้นที่เขียวลาย(ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม )  ผังเมืองต้องการกำหนดให้พื้นที่ชานเมือง เป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่โล่ง และพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ  เพื่อลดความแออัด ซึ่งต่างจากพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ

จากข้อจำกัดการพัฒนา ส่งผลให้ ผู้ประกอบการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เน้นคุณภาพชีวิตที่ดี เงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวสูงเชื่อมการเดินทางภายนอกด้วยโครงค่ายคมนาคมที่สมบูรณ์เป็นจุดขาย เลือกลงทุนโครงการบ้านขนาดใหญ่ระดับลักชัวรี สร้างรายได้  มูลค่าระดับหลักสิบล้านบาทไปจนถึงหลายร้อยล้านบาท บางหลัง กว่า1,000ล้านบาท เจาะกลุ่มเศรษฐี นักธุรกิจคนไทยและต่างชาติกำลังซื้อสูง

 

ทำเลโซนตะวันออก-ตะวันตกของกรุงเทพฯบูม

จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่ที่ราคาที่ดินเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ โครงสร้างพื้นฐาน ที่กำลังเข้าไปเปลี่ยนภูมิทัศน์ของทำเล ไม่ว่าจะเป็นถนนตัดใหม่ ทางเชื่อมระหว่างพื้นที่ ตลอดจนแนวรถไฟฟ้าที่ขยายตัวออกจากพื้นที่ชั้นในไปยังชานเมือง

โดยเฉพาะแนวพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพฯ และพื้นที่ด้านในตามแนวรถไฟฟ้า ล้วนเป็นทำเลที่ต้องจับตา เพราะเมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น ที่ดินซึ่งเดิมถูกมองว่า อยู่ไกล แต่อาจเปลี่ยนสถานะเป็นทำเลศักยภาพสำหรับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับบนได้อย่างรวดเร็ว

ผังเมืองพื้นที่สีเหลือง-สีเขียว ไม่ได้แปลว่าพัฒนาไม่ได้

สำหรับนักลงทุน สิ่งสำคัญคือการอ่านผังเมืองให้ละเอียด เพราะการเป็นพื้นที่สีเหลืองหรือสีเขียวไม่ได้หมายความว่าที่ดินจะไม่สามารถพัฒนาโครงการได้ แต่ต้องพิจารณารายละเอียดของข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประเภทกิจกรรมที่อนุญาต ขนาดและประเภทของโครงการ รวมถึงเงื่อนไขด้านการเข้าถึงถนนและระบบสาธารณูปโภค

ในมุมของผู้ประกอบการ ที่ดินลักษณะนี้จึงมีความน่าสนใจตรง  ส่วนต่างของมูลค่า หากสามารถซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม และวางแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของผังเมือง ขณะที่ทำเลได้รับแรงส่งจากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ มูลค่าที่ดินและมูลค่าโครงการในอนาคตมีโอกาสขยับขึ้นได้มากกว่าการลงทุนในที่ดินที่มีราคาสูงอยู่แล้วในพื้นที่ชั้นใน

ถนนตัดใหม่ พลิกโฉมที่ดินรอพัฒนา สู่ทำเลทอง"บ้านหรู"

ที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งเดิมอาจมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เมื่อมีถนนสายใหม่หรือโครงข่ายถนนเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก ย่อมมีโอกาสเปลี่ยนจากที่ดินรอบนอกเป็น ทำเลอยู่อาศัย โดยเฉพาะตลาดบ้านเดี่ยวระดับกลาง-บนถึงบ้านหรู ซึ่งต้องการที่ดินขนาดใหญ่และสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นส่วนตัว

แนวโน้มดังกล่าวน่าสนใจเป็นพิเศษในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก และโซนพระราม 2 ซึ่งยังมีพื้นที่รองรับการพัฒนาโครงการแนวราบมากกว่าพื้นที่ชั้นใน

บ้านหรู มูลค่าเพิ่ม ของที่ดิน

ความน่าสนใจของที่ดินชานเมืองไม่ได้อยู่เพียงการซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่คือการนำที่ดินมาสร้าง มูลค่าเพิ่ม ผ่านการพัฒนาโครงการ เมื่อที่ดินมีขนาดใหญ่ ต้นทุนต่อหน่วยอาจยังสามารถบริหารได้ ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มกำลังซื้อสูงยังมองหาบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ที่ดินกว้าง ความเป็นส่วนตัว และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างจากการอยู่อาศัยในเมือง

ดังนั้น หากผู้ประกอบการสามารถเลือกทำเลที่มีทั้งศักยภาพด้านการเดินทางและข้อได้เปรียบด้านต้นทุนที่ดิน แล้วนำมาพัฒนาเป็นโครงการบ้านระดับบน ก็มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าการถือครองที่ดินเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม บ้านหรู ไม่ได้หมายความว่าสามารถตั้งราคาสูงได้ทุกทำเล สิ่งสำคัญคือการสร้างเหตุผลให้ผู้ซื้อยอมจ่าย ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ดิน การออกแบบ ความเป็นส่วนตัว สิ่งอำนวยความสะดวก หรือการเชื่อมต่อกับศูนย์กลางธุรกิจและระบบขนส่งมวลชน

รถไฟฟ้า ตัวเร่งศักยภาพจาก ชานเมือง สู่ ทำเลใหม่

อีกปัจจัยที่เข้ามาเติมเต็มศักยภาพคือการขยายตัวของระบบรถไฟฟ้า เพราะแนวรถไฟฟ้าสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางและขยายขอบเขตของตลาดที่อยู่อาศัยออกไปจากพื้นที่ชั้นใน พื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานี หรือสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่สถานีได้สะดวก จึงมีโอกาสได้รับอานิสงส์ทั้งในแง่ความต้องการอยู่อาศัยและมูลค่าที่ดิน

สำหรับตลาดบ้านหรู ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การอยู่ ติดสถานีรถไฟฟ้า เสมอไป แต่เป็นการอยู่ในทำเลที่สามารถเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้า ถนนสายหลัก และศูนย์กลางเมืองได้สะดวก ขณะเดียวกันยังได้พื้นที่ใช้สอยและความเป็นส่วนตัวมากกว่าการซื้อบ้านในพื้นที่ชั้นใน

โอกาสมหาศาล แต่ต้องเลือก แปลงที่ใช่

แม้ภาพรวมจะมีศักยภาพสูง แต่การลงทุนในที่ดินชานเมืองไม่ใช่การซื้อที่ดินราคาถูกแล้วรอราคาขึ้น เพราะความแตกต่างระหว่าง ที่ดินราคาถูก กับ ที่ดินราคาถูกที่มีศักยภาพมีอยู่มาก

สิ่งที่ต้องวิเคราะห์ก่อนตัดสินใจ ได้แก่ ผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน หน้ากว้างและขนาดแปลง การมีทางเข้า-ออกที่ถูกต้องตามกฎหมาย ศักยภาพในการพัฒนาสาธารณูปโภค ระยะห่างจากถนนสายหลักและสถานีรถไฟฟ้า ตลอดจนกำลังซื้อและคู่แข่งในพื้นที่

โดยเฉพาะที่ดินตามแนวถนนตัดใหม่ นักลงทุนต้องแยกให้ออกระหว่าง โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น กับ โครงการที่มีความชัดเจนและมีโอกาสเกิดขึ้นจริงเพราะระยะเวลาของโครงสร้างพื้นฐานสามารถส่งผลโดยตรงต่อจังหวะการเข้าซื้อที่ดินและต้นทุนการถือครอง

จาก ทำเลรอบนอก สู่ ทำเลที่อยู่อาศัยแห่งใหม่

ในระยะยาว การขยายตัวของกรุงเทพฯ อาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในรูปแบบการพัฒนาเมืองแบบกระจุกตัว แต่จะค่อยๆ เกิด ศูนย์กลางที่อยู่อาศัยใหม่ รอบเมืองตามแนวโครงสร้างพื้นฐาน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ที่ดินชานเมือง โดยเฉพาะแปลงใหญ่ในพื้นที่สีเหลืองและพื้นที่สีเขียวที่มีเงื่อนไขเหมาะสม จึงกลายเป็นสินทรัพย์ที่น่าจับตา เพราะมีทั้งข้อได้เปรียบด้านต้นทุนและโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนา

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การมองว่าที่ดินแปลงไหนถูกที่สุด แต่ต้องมองว่า ที่ดินแปลงไหนมีโอกาสเปลี่ยนสถานะจากที่ดินชานเมืองไปเป็นทำเลที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ได้เร็วที่สุด

และเมื่อถนนใหม่ รถไฟฟ้า และการขยายตัวของเมืองเข้ามาบรรจบกัน ที่ดินซึ่งวันนี้ยังถูกมองว่าอยู่ไกล อาจกลายเป็นหนึ่งในทำเลที่มีมูลค่าสูงที่สุดของตลาดบ้านหรูในอนาคต

จากข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและทิศทางการพัฒนาเมืองที่อัปเดตถึงปี 2569 พบว่ามีหลายทำเลที่น่าสนใจ

 รามอินทรา–นิมิตใหม่–ลำลูกกา 

โซนนี้มีจุดเด่นคือ มีที่ดินแปลงใหญ่และยังมีพื้นที่รองรับการพัฒนาแนวราบ ขณะเดียวกันภาครัฐยังเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมพื้นที่ฝั่งตะวันออกเพิ่มเติม

โดยเฉพาะโครงการถนนเชื่อม รัตนโกสินทร์สมโภช–นิมิตใหม่ ซึ่ง กทม. มีโครงการต่อเนื่องหลายช่วง ทั้งการเชื่อมจากถนนเทพรักษ์ไปถึงวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก และช่วงเชื่อมจากหทัยราษฎร์ถึงนิมิตใหม่

พื้นที่ที่น่าจับตา ได้แก่ ทำเลนิมิตใหม่ หทัยราษฎร์ คลองสามวา มีนบุรีด้านนอก ลำลูกกาช่วงใกล้แนววงแหวน

จุดขายของโซนนี้คือ ซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านหรูบนแปลงใหญ่ มากกว่าการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เพราะยังสามารถสร้างจุดขายเรื่องพื้นที่ใช้สอย ที่ดินขนาดใหญ่ และความเป็นส่วนตัวได้ ส่วนลำลูกกาถือว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายถึงคูคตได้ช่วยยกระดับการเชื่อมต่อของพื้นที่ฝั่งเหนือ และศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ( REIC ) ระบุว่าราคาที่ดินเปล่าแนวรถไฟฟ้าช่วงคูคต–ลำลูกกามีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะที่ดินเปล่า

พุทธมณฑล–ศาลายา–บางกรวย มีโอกาสจากถนนและโครงข่ายเชื่อมเมือง

ฝั่งตะวันตกเป็นอีกพื้นที่ที่มองว่าน่าสนใจ เพราะมีข้อได้เปรียบเรื่อง แปลงที่ดินขนาดใหญ่ และตลาดบ้านแนวราบที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องจับตาคือแนวถนนเชื่อมใหม่และการเชื่อมต่อกับวงแหวนกาญจนาภิเษก โดยในแผนปี 2569 ของกรุงเทพมหานคร มีโครงการก่อสร้างถนนต่อเชื่อม พุทธบูชา–กาญจนาภิเษก รวมถึงโครงการปรับปรุงโครงข่ายถนนฝั่งตะวันตกอีกหลายจุด

พื้นที่ที่น่าสนใจจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะทำเลติดถนนใหญ่ แต่ควรมอง ที่ดินที่อยู่ห่างจากถนนหลักเข้าไปเล็กน้อย แต่สามารถเชื่อมถนนหลักได้หลายทางเพราะสำหรับบ้านหรู ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียง ติดถนน แต่ต้องการ ทำเลสงบ มีพื้นที่ และเดินทางเข้าเมืองได้

พื้นที่ที่น่าจับตาไม่น้อย คือ ทำเลย่าน พุทธมณฑลสาย 1–4 ศาลายา บางกรวย บางใหญ่ด้านใน แนวเชื่อมกาญจนาภิเษก ซึ่งเหมาะต่อการพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับบน ลักชัวรี รวมถึงเวลเนส เรสซิเดนซ์

พระราม 2–บางขุนเทียน น่าจับตา

ถ้าพูดถึงทำเลที่มีโอกาสสร้าง บ้านหรูบนที่ดินราคายังไม่สุดเท่าฝั่ง CBD พระราม 2 เป็นโซนที่น่าสนใจมาก แต่ต้องแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองแบบ

  • พระราม 2 ติดถนนใหญ่ ประเมินว่าราคาที่ดินอาจสูงขึ้นมากและการแข่งขันสูง
  • พื้นที่ด้านในบางขุนเทียน แสมดำ พันท้ายนรสิงห์ มีโอกาสพบที่ดินแปลงใหญ่และสร้างโครงการแนวราบได้มากกว่า ข้อได้เปรียบคือการเชื่อมต่อทั้งถนนพระราม 2 วงแหวนกาญจนาภิเษก และโครงข่ายถนนใหม่ ทำให้พื้นที่ด้านในมีโอกาสถูกดึงเข้าสู่ตลาดที่อยู่อาศัยระดับบนมากขึ้น

สำหรับผู้พัฒนาโครงการ จุดน่าสนใจจึงไม่ใช่การไปซื้อที่ดิน ติดถนนพระราม 2 เสมอไป แต่คือการหา แปลงที่อยู่ในรัศมีที่เดินทางออกพระราม 2 ได้สะดวก แต่ต้นทุนที่ดินยังไม่ถูกดันขึ้นเต็มที่

อย่างไรก็ตามพบว่ามีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในย่านนี้กันมาก เนื่องจากมีความสงบและเดินทางเชื่อมโครงข่ายคมนาคมได้สะดวกในอนาคต โดยทำเลเหมาะที่จะพัฒนาเป็นบ้านหรู  บ้านเดี่ยว ราคา10–30 ล้านบาทขึ้นไป

ราษฎร์บูรณะ–ประชาอุทิศ

ถือเป็นโซนที่มีโอกาสเติบโตสูงที่น่าสนใจ ถ้าต้องเลือก จะให้น้ำหนักกับ ราษฎร์บูรณะ–ประชาอุทิศ มากขึ้น เหตุผลสำคัญคือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เตาปูน–ราษฎร์บูรณะ กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง ที่มีรายงานข่าวจาก การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)  ระบุว่างานก่อสร้างเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตามงานในพื้นที่สถานีราษฎร์บูรณะและสถานีอื่น ๆ ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า  

ที่สำคัญคือทำเลราษฎร์บูรณะยังมีระดับราคาที่ดินบางแปลงต่ำกว่าทำเลชั้นในฝั่งธนฯ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตลาดเริ่มรับรู้ศักยภาพจากรถไฟฟ้าแล้ว โดยมีการประเมินราคาที่ดินในพื้นที่ราษฎร์บูรณะราว 120,000–400,000 บาทต่อตารางวา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและศักยภาพของแปลงที่ดิน

นี่จึงเป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับกลยุทธ์ ซื้อก่อนโครงสร้างพื้นฐานเปิดเต็มศักยภาพ แล้วพัฒนาในจังหวะที่ตลาดเริ่มรับรู้ทำเลแต่มีข้อแม้ว่า ไม่ควรซื้อทุกแปลง ต้องเลือกแปลงที่สามารถพัฒนาได้จริง และตรวจสอบผังเมือง ทางเข้า-ออก และข้อจำกัดด้านกฎหมายอย่างละเอียด โดยทำเลนี้ประเมินว่าเหมาะสำหรับ บ้านหรู มิกซ์ยูสขนาดเล็ก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม  พื้นที่สีเหลือง ไม่ได้แปลว่าเป็นที่ดินราคาถูกแล้วจะทำอะไรก็ได้แต่สิ่งที่นักลงทุนควรหา คือ ที่ดินสีเหลืองที่อยู่ในจุดเปลี่ยนของโครงสร้างพื้นฐานพูดง่าย ๆ คือ พื้นที่สีเหลืองและเป็นที่ดิน แปลงใหญ่ มีถนนเข้าออกดีใกล้โครงสร้างพื้นฐานใหม่  จะมีศักยภาพสูงต่อการพัฒนา

ในทางกลับกัน พื้นสีเหลืองแต่ถนนเข้าออกถนนแคบ หรือ ทางเข้าออกมีข้อจำกัด ไม่มี ดีมานด์รองรับ  มองว่าแม้ที่ดินราคาถูกแต่อาจไม่คุ้มค่าต่อการซื้อหรือลงทุน

มากไปกว่านั้น ในช่วงที่กรุงเทพฯ กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงผังเมืองรวม(ฉบับปรับปรุงครั้งที่4)  ยิ่งต้องตรวจสอบข้อกำหนดรายแปลงก่อนซื้อ